法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตเทศบาลตำบลเวียงพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 2545

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
5
มาตรา อารัมภบท

พระราชกฤษฎีกา

กำหนดเขตเทศบาลตำบลเวียงพร้าว จังหวัดเชียงใหม่

พ.ศ. ๒๕๔๕

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๕

เป็นปีที่ ๕๗ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรรวมองค์การบริหารส่วนตำบลเวียงกับเทศบาลตำบลเวียงพร้าว ตามเจตนารมณ์ของประชาชนในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลเวียง และกำหนดเขตเทศบาลตำบลเวียงพร้าวขึ้นใหม่

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๔๑ จัตวา แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๒ ประกอบกับมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๙ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตเทศบาลตำบลเวียงพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. ๒๕๔๕”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้รวมองค์การบริหารส่วนตำบลเวียงเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเทศบาลตำบลเวียงพร้าว ซึ่งตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่

การใดที่องค์การบริหารส่วนตำบลเวียงได้กระทำไปแล้วโดยชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยการนั้น ๆ ก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้ถือเป็นอันใช้ได้และผูกพันเทศบาลตำบลเวียงพร้าว

มาตรา ๔

มาตรา ๔ เขตของเทศบาลตำบลเวียงพร้าว ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ให้มีดังต่อไปนี้

หลักเขตที่ ๑ ซึ่งตั้งอยู่ตรงแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลเวียงกับตำบลป่าไหน่ และตำบลสันทรายมาบรรจบกัน

ด้านเหนือ

ตั้งแต่หลักเขตที่ ๑ เป็นเส้นเลียบแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลป่าไหน่กับตำบลเวียง ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ถึงหลักเขตที่ ๒ ซึ่งตั้งอยู่ตรงแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลป่าไหน่ กับตำบลเวียง ตัดกับถนน รพช. หมายเลข ๕๒๗๐ ฟากตะวันตก

จากหลักเขตที่ ๒ เป็นเส้นเลียบแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลป่าไหน่กับตำบลเวียง ไปทางทิศตะวันออก ถึงหลักเขตที่ ๓ ซึ่งตั้งอยู่ตรงแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลป่าไหน่กับตำบลเวียง และตำบลป่าตุ้ม มาบรรจบกัน

ด้านตะวันออก

จากหลักเขตที่ ๓ เป็นเส้นเลียบแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลเวียงกับตำบลป่าตุ้ม ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ถึงหลักเขตที่ ๔ ซึ่งตั้งอยู่ตรงแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลเวียงกับตำบลป่าตุ้ม ตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๕๐ ฟากเหนือ

จากหลักเขตที่ ๔ เป็นเส้นเลียบแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลเวียงกับตำบลป่าตุ้ม ไปทางทิศใต้ ถึงหลักเขตที่ ๕ ซึ่งตั้งอยู่ตรงแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลเวียงกับตำบลป่าตุ้ม และตำบลทุ่งหลวง มาบรรจบกัน

ด้านใต้

จากหลักเขตที่ ๕ เป็นเส้นเลียบแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลเวียงกับตำบลทุ่งหลวง ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ถึงหลักเขตที่ ๖ ซึ่งตั้งอยู่ตรงแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลเวียงกับตำบลทุ่งหลวง ตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๐๑ ฟากตะวันออก

จากหลักเขตที่ ๖ เป็นเส้นเลียบแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลเวียงกับตำบลทุ่งหลวง ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ถึงหลักเขตที่ ๗ ซึ่งตั้งอยู่ตรงแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลเวียงกับตำบลบ้านโป่ง และตำบลทุ่งหลวง มาบรรจบกัน

ด้านตะวันตก

จากหลักเขตที่ ๗ เป็นเส้นเลียบแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลเวียงกับตำบลบ้านโป่ง ไปทางทิศเหนือ ถึงหลักเขตที่ ๘ ซึ่งตั้งอยู่ตรงแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลสันทรายกับตำบลเวียง และตำบลบ้านโป่ง มาบรรจบกัน

จากหลักเขตที่ ๘ เป็นเส้นเลียบแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลสันทรายกับตำบลเวียง ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ บรรจบกับหลักเขตที่ ๑

ดังปรากฏตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้

ตามเส้นแนวเขตที่กล่าวไว้ในมาตรานี้ ให้มีหลักย่อยปักไว้เพื่อแสดงแนวเขตตามสมควร

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร

นายกรัฐมนตรี

[เอกสารแนบท้าย]

๑. แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตเทศบาลตำบลเวียงพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. ๒๕๔๕

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากองค์การบริหารส่วนตำบลเวียงมีประชากรไม่ถึงสองพันคนและไม่สามารถที่จะบริหารงานให้มีประสิทธิภาพในลักษณะองค์การบริหารส่วนตำบลได้ และประชาชนได้แสดงเจตนารมณ์ที่จะยุบรวมกับเทศบาลตำบลเวียงพร้าวที่มีเขตติดต่อกันภายในเขตอำเภอเดียวกัน และโดยที่มาตรา ๔๑ จัตวา แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๒ บัญญัติให้กระทำได้โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ประกอบกับมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๙ บัญญัติให้การเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

สุกัญญา/พิมพ์

๒๘ มิถุนายน ๒๕๔๙

สุนันทา/ฐิติพงษ์/ตรวจ

๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๙

ปิติวรรณ/ปรับปรุง

๑๕ เมษายน ๒๕๖๓

ปาจรีย์/ตรวจ

๖ ตุลาคม ๒๕๖๓

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๙/ตอนที่ ๒๐ ก/หน้า ๑/๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕

5 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตเทศบาลตำบลเวียงพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 2545 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_4df211dd0d872f63

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com