我的書籤免費註冊

พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตเทศบาลตำบลเวียงพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 2545

子法規・公布 2002-02-25・全 6 條

อารัมภบท

พระราชกฤษฎีกา กำหนดเขตเทศบาลตำบลเวียงพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. ๒๕๔๕ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๕ เป็นปีที่ ๕๗ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรรวมองค์การบริหารส่วนตำบลเวียงกับเทศบาลตำบลเวียงพร้าว ตามเจตนารมณ์ของประชาชนในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลเวียง และกำหนดเขตเทศบาลตำบลเวียงพร้าวขึ้นใหม่ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๔๑ จัตวา แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๒ ประกอบกับมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๙ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตเทศบาลตำบลเวียงพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. ๒๕๔๕”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้รวมองค์การบริหารส่วนตำบลเวียงเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเทศบาลตำบลเวียงพร้าว ซึ่งตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ การใดที่องค์การบริหารส่วนตำบลเวียงได้กระทำไปแล้วโดยชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยการนั้น ๆ ก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้ถือเป็นอันใช้ได้และผูกพันเทศบาลตำบลเวียงพร้าว

มาตรา ๔

มาตรา ๔ เขตของเทศบาลตำบลเวียงพร้าว ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ให้มีดังต่อไปนี้ หลักเขตที่ ๑ ซึ่งตั้งอยู่ตรงแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลเวียงกับตำบลป่าไหน่ และตำบลสันทรายมาบรรจบกัน ด้านเหนือ ตั้งแต่หลักเขตที่ ๑ เป็นเส้นเลียบแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลป่าไหน่กับตำบลเวียง ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ถึงหลักเขตที่ ๒ ซึ่งตั้งอยู่ตรงแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลป่าไหน่ กับตำบลเวียง ตัดกับถนน รพช. หมายเลข ๕๒๗๐ ฟากตะวันตก จากหลักเขตที่ ๒ เป็นเส้นเลียบแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลป่าไหน่กับตำบลเวียง ไปทางทิศตะวันออก ถึงหลักเขตที่ ๓ ซึ่งตั้งอยู่ตรงแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลป่าไหน่กับตำบลเวียง และตำบลป่าตุ้ม มาบรรจบกัน ด้านตะวันออก จากหลักเขตที่ ๓ เป็นเส้นเลียบแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลเวียงกับตำบลป่าตุ้ม ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ถึงหลักเขตที่ ๔ ซึ่งตั้งอยู่ตรงแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลเวียงกับตำบลป่าตุ้ม ตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๕๐ ฟากเหนือ จากหลักเขตที่ ๔ เป็นเส้นเลียบแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลเวียงกับตำบลป่าตุ้ม ไปทางทิศใต้ ถึงหลักเขตที่ ๕ ซึ่งตั้งอยู่ตรงแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลเวียงกับตำบลป่าตุ้ม และตำบลทุ่งหลวง มาบรรจบกัน ด้านใต้ จากหลักเขตที่ ๕ เป็นเส้นเลียบแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลเวียงกับตำบลทุ่งหลวง ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ถึงหลักเขตที่ ๖ ซึ่งตั้งอยู่ตรงแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลเวียงกับตำบลทุ่งหลวง ตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๐๑ ฟากตะวันออก จากหลักเขตที่ ๖ เป็นเส้นเลียบแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลเวียงกับตำบลทุ่งหลวง ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ถึงหลักเขตที่ ๗ ซึ่งตั้งอยู่ตรงแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลเวียงกับตำบลบ้านโป่ง และตำบลทุ่งหลวง มาบรรจบกัน ด้านตะวันตก จากหลักเขตที่ ๗ เป็นเส้นเลียบแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลเวียงกับตำบลบ้านโป่ง ไปทางทิศเหนือ ถึงหลักเขตที่ ๘ ซึ่งตั้งอยู่ตรงแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลสันทรายกับตำบลเวียง และตำบลบ้านโป่ง มาบรรจบกัน จากหลักเขตที่ ๘ เป็นเส้นเลียบแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลสันทรายกับตำบลเวียง ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ บรรจบกับหลักเขตที่ ๑ ดังปรากฏตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้ ตามเส้นแนวเขตที่กล่าวไว้ในมาตรานี้ ให้มีหลักย่อยปักไว้เพื่อแสดงแนวเขตตามสมควร

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี [เอกสารแนบท้าย] ๑. แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตเทศบาลตำบลเวียงพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. ๒๕๔๕ (ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย) หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากองค์การบริหารส่วนตำบลเวียงมีประชากรไม่ถึงสองพันคนและไม่สามารถที่จะบริหารงานให้มีประสิทธิภาพในลักษณะองค์การบริหารส่วนตำบลได้ และประชาชนได้แสดงเจตนารมณ์ที่จะยุบรวมกับเทศบาลตำบลเวียงพร้าวที่มีเขตติดต่อกันภายในเขตอำเภอเดียวกัน และโดยที่มาตรา ๔๑ จัตวา แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๒ บัญญัติให้กระทำได้โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ประกอบกับมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๙ บัญญัติให้การเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ สุกัญญา/พิมพ์ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๔๙ สุนันทา/ฐิติพงษ์/ตรวจ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๙ ปิติวรรณ/ปรับปรุง ๑๕ เมษายน ๒๕๖๓ ปาจรีย์/ตรวจ ๖ ตุลาคม ๒๕๖๓ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๙/ตอนที่ ๒๐ ก/หน้า ๑/๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查