พระราชกฤษฎีกา
เปลี่ยนแปลงเขตต์เทศบาลเมืองเพ็ชรบุรี
จังหวัดเพ็ชรบุรี พุทธศักราช ๒๔๙๑
ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
คณะอภิรัฐมนตรี ในหน้าที่คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
รังสิต กรมขุนชัยนาทนเรนทร
อลงกฎ
มานวราชเสวี
อดุลยเดชจรัส
ให้ไว้ ณ วันที่ ๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๑
เป็นปีที่ ๓ ในรัชกาลปัจจุบัน
โดยที่เป็นการสมควรเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลเมืองเพ็ชรบุรี จังหวัดเพ็ชรบุรี เสียใหม่ตามความจำเป็นแห่งการบริหารงานของเทศบาล
พระมหากษัตริย์อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) และมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พุทธศักราช ๒๔๘๖ จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้ให้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตต์เทศบาลเมืองเพ็ชรบุรี จังหวัดเพ็ชรบุรี พุทธศักราช ๒๔๙๑
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้เปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลเมืองเพ็ชรบุรี จังหวัดเพ็ชรบุรี ซึ่งได้กำหนดไว้ตามมาตรา ๔ แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเทศบาลเมืองเพ็ชรบุรี จังหวัดเพ็ชรบุรี พุทธศักราช ๒๔๗๘ เสียใหม่ ดังต่อไปนี้
ด้านเหนือ ตั้งแต่หลักเขตที่ ๑ ซึ่งตั้งอยู่ที่ฟากตะวันตกของถนนไปเขาหลวงตัดกับเส้นศูนย์กลางทางรถไฟเป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้จดหลักเขตที่ ๒ ซึ่งตั้งอยู่บนเส้นที่ต่อเส้นฟากเหนือของถนนราชเสวกเป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือและตัดกับเส้นตั้งได้ฉากกับฟากตะวันตกของถนนราชดำเนิน ซึ่งมีระยะยาว ๘๐ เมตร
จากหลักเขตที่ ๒ หักเป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้จดหลักเขตที่ ๓ ซึ่งตั้งอยู่ที่มุมตะวันออกเฉียงเหนือของบริเวณวัดน้อย
จากหลักเขตที่ ๓ หักเป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้จดหลักเขตที่ ๔ ซึ่งตั้งอยู่ที่ฟากเหนือของทางไปตำบลบางจาน ตัดกับเส้นศูนย์กลางทางรถไฟ
ด้านตะวันออก จากหลักเขตที่ ๔ หักไปตามเส้นศูนย์กลางทางรถไฟไปทางทิศใต้จดหลักเขตที่ ๕ ซึ่งอยู่บนเส้นศูนย์กลางทางรถไฟ และห่างจากฟากใต้ของถนนราชดำริ ๘๐ เมตร
ด้านใต้ จากหลักเขตที่ ๕ หักเป็นเส้นตรงขนานและห่างจากฟากใต้ของถนนราชดำริ ๘๐ เมตร ไปทางทิศตะวันตกจดหลักเขตที่ ๖ ซึ่งตั้งอยู่ที่ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเพ็ชรบุรี
จากหลักเขตที่ ๖ หักเลียบตามฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเพ็ชรบุรีไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้จดหลักเขตที่ ๗ ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเพ็ชรบุรี และห่างจากฟากตะวันตกของถนนราชดำเนิน ๘๐ เมตร วัดเป็นเส้นตั้งได้ฉากกับฟากตะวันตกของถนนนี้
ด้านตะวันตก จากหลักเขตที่ ๗ หักเป็นเส้นตรงขนานและห่างจากฟากตะวันตกของถนนราชดำเนิน ๘๐ เมตร ไปทางทิศเหนือจดหลักเขตที่ ๘ ซึ่งตั้งอยู่ที่ฟากใต้ของถนนไปเขาบันไดอิฐ
จากหลักเขตที่ ๘ หักเป็นเส้นตรงเลียบฟากใต้ของถนนไปเขาบันไดอิฐไปทางทิศตะวันตกระยะ ๖๔๘ เมตร จดหลักเขตที่ ๙ ซึ่งตั้งอยู่ที่ปากถนนเข้าวัดถ้ำแก้วฟากตะวันตก
จากหลักเขตที่ ๙ หักเลียบฟากตะวันตกของถนนไปวัดถ้ำแก้วจดหลักเขตที่ ๑๐ ซึ่งตั้งอยู่ที่ฟากตะวันตกของถนนไปวัดถ้ำแก้วตัดกับฟากเหนือของทางสายที่ ๑๙ (ทางไปจังหวัดราชบุรี)
จากหลักเขตที่ ๑๐ หักเป็นเส้นตรงเลียบฟากเหนือของถนนสายที่ ๑๙ ไปทางทิศตะวันออกระยะ ๓๙๒ เมตรจดหลักเขตที่ ๑๑ ซึ่งตั้งอยู่ที่ฟากเหนือของทางสายที่ ๑๙ ตัดกับฟากตะวันตกของถนนไปเขาหลวง
จากหลักเขตที่ ๑๑ หักเป็นเส้นตรงเลียบฟากตะวันตกของถนนไปเขาหลวงจนจดหลักเขตที่ ๑
ดังปรากฏในแผนผังท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
ตามเส้นแนวเขตดังกำหนดไว้ในมาตรานี้ให้มีหลักย่อยปักไว้เพื่อแสดงแนวเขตด้วยตามควร
มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ป. พิบูลสงคราม
นายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑. แผนผังเขตเทศบาลเมืองเพ็ชรบุรี จังหวัดเพ็ชรบุรี
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
ศรินรัตน์/จัดทำ
๓๐ เมษายน ๒๕๖๓
ปาจรีย์/ตรวจ
๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๖๕/ตอนที่ ๓๖/หน้า ๔๔๗/๒๙ มิถุนายน ๒๔๙๑
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).