พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
เครื่องแบบตำรวจ
พุทธศักราช ๒๔๗๗
(ฉบับที่ ๒)
ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร
ลงวันที่ ๗ มีนาคม
พ.ศ.๒๔๗๗)
อนุวัตน์จาตุรนต์
อาทิตย์ทิพอาภา
เจ้าพระยายมราช
ตราไว้ ณ วันที่
๒๕ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๗๘
เป็นปีที่ ๒
ในรัชกาลปัจจุบัน
โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรแก้ไขเปลี่ยนแปลงพระราชบัญญัติ
เครื่องแบบตำรวจเสียใหม่
จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม
ของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า พระราชบัญญัติเครื่องแบบตำรวจ
พุทธศักราช ๒๔๗๗ (ฉบับที่ ๒)
มาตรา ๒*
ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป็นต้นไป
*[ณฏ.๒๔๗๘/-/๓๕๙/๕ พฤษภาคม ๒๔๗๘]
มาตรา ๓ ให้ยกเลิก พระราชบัญญัติเครื่องแบบตำรวจ พุทธศักราช
๒๔๗๗
เสีย
มาตรา ๔
เครื่องแบบตำรวจหมายถึงเครื่องแต่งกายทั้งหลายที่ได้กำหนดให้
ตำรวจแต่ง
เครื่องแบบตำรวจ ย่อมประกอบด้วย หมวก เสื้อ กางเกง รองเท้า เครื่องหมาย
ยศ จำพวก สังกัด และอื่น ๆ กับเครื่องประกอบต่าง ๆ
มาตรา ๕ ลักษณะ ชนิด และประเภทของเครื่องแบบตำรวจ
กับการแต่ง เครื่อง
แบบตำรวจว่าจะสมควรอย่างไร เมื่อไร
และโดยเงื่อนไขอย่างใดนั้น ให้เป็นไปตามข้อกำหนดใน
กฎกระทรวง
มาตรา ๖
ผู้ใดไม่มีสิทธิแต่งเครื่องแบบตำรวจได้โดยชอบด้วยกฎหมายบังอาจ
แต่งเครื่องแบบตำรวจตามพระราชบัญญัตินี้ หรือแต่งเครื่องแบบซึ่งตำรวจยังคงใช้แต่งเข้าสู่ราชการอยู่
หรือแต่งเครื่องแต่งกายอื่นที่คล้ายกันอันอาจนำความดูหมิ่นเกลียดชัง
หรือนำความเสียหายมาสู่ราชการตำรวจ ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษดังต่อไปนี้
๑. ถ้าได้กระทำความผิดนั้นต่อหน้าราชศัตรู ให้จำคุกไม่เกินห้าปี
๒. ถ้ามิได้กระทำความผิดนั้นต่อหน้าราชศัตรู แต่ได้กระทำในเวลาสงครามหรือ
ในเขตซึ่งอยู่ในอำนาจกฎอัยการศึก ให้จำคุกไม่เกินสามปี
๓. ถ้าได้กระทำความผิดนั้นในเวลาหรือที่อื่นนอกจากที่กล่าวมาแล้วให้จำคุกไม่
เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๗
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่รักษาการให้เป็นไป
ตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวง
เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราช
บัญญัตินี้
กฎกระทรวงนั้น เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
(ตามมติคณะรัฐมนตรี)
พระยานิติศาสตร์ไพบูลย์
รัฐมนตรี
อัมพิกา/แก้ไข
๔/๓/๔๕
B+A (C)
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).