我的書籤免費註冊

กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2504) ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. 2503 ว่าด้วยผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

子法規・公布 1961-03-07・全 8 條

อารัมภบท

กฎกระทรวง กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๐๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓ ว่าด้วยผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า[๑] อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ และมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

ข้อ ๑ ผู้ขอรับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าต้องมีคุณสมบัติและต้องด้วยหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ (๑) เป็นสมาชิกของสภาการค้า เว้นแต่สภาการค้าเป็นผู้ขอรับอนุญาตหรือเป็นผู้ที่รัฐมนตรีเห็นสมควรอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าเฉพาะกรณีที่ผู้ขอรับอนุญาตเป็นผู้ที่สภาการค้าไม่ยอมรับเป็นสมาชิกหรือคัดชื่อออกจากการเป็นสมาชิกโดยไม่มีเหตุผลสมควร และได้ทำหนังสือร้องเรียนต่อรัฐมนตรี (๒) มีเงินทุนตามที่จดทะเบียนเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือจดทะเบียนพาณิชย์ไม่ต่ำกว่าสองแสนบาท (๓) มีสำนักงานที่แน่นอน (๔) มีพนักงาน เครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็นแก่การประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานของสินค้ามาตรฐานที่ขอรับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบ (๕) ไม่เป็นผู้ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้ามาแล้วรวมกันตั้งแต่สามครั้งขึ้นไป (๖) ไม่เป็นผู้ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้เป็นประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ผู้ขอรับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าแนบเอกสารประกอบคำร้องขอ ดังต่อไปนี้ (๑) หลักฐานการจดทะเบียนพาณิชย์ หรือการจดทะเบียนเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล รายชื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อแทนบริษัทหรือชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่และสำนักงานสาขา (๒) หนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับของบริษัท (๓) สำเนางบดุลและบัญชีกำไรขาดทุนของรอบระยะเวลาบัญชีครั้งหลังสุด (๔) บัญชีรายชื่อผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าประเภทรับเงินเดือนประจำ และประเภทจ้างเป็นครั้งคราว (๕) หลักฐานการครอบครองสำนักงาน (๖) หลักฐานการมีเงินทุนตามข้อ ๑ (๒) ในกรณีที่ผู้ขอรับอนุญาตมีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ และมาเปิดสำนักงานสาขาในประเทศไทย ต้องแสดงหลักฐานการนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยเพื่อประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าไม่ต่ำกว่าจำนวนเงินทุนที่กำหนดตามข้อ ๑ (๒) ความใน (๑) (๒) และ (๕) มิให้ใช้บังคับในกรณีที่สภาการค้าเป็นผู้ขอรับอนุญาต

ข้อ ๓

ข้อ ๓ การขอรับอนุญาตและการขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำร้องขอต่อสำนักงานมาตรฐานสินค้า ตามแบบที่สำนักงานมาตรฐานสินค้ากำหนด

ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ผู้ประกอบการธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ (๑) มีเครื่องหมายตรวจสอบ โดยจะมีตัวอักษร ตัวเลข ภาพหรือเครื่องหมายใด ๆ อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างก็ได้ (๒) ส่งมอบตัวอย่างเครื่องหมายตรวจสอบตาม (๑) ให้แก่สำนักงานมาตรฐานสินค้าอย่างละสามชุด การยกเลิก แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติม เครื่องหมายตรวจสอบที่ส่งมอบตัวอย่างตามวรรคก่อนต้องได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากสำนักงานมาตรฐานสินค้า (๓) ประทับ ปิด หรือผูกติด เครื่องหมายตรวจสอบตาม (๑) หรือ (๒) ที่สินค้ามาตรฐานหรือวัตถุที่ใช้ในการบรรจุ หุ้มห่อ หรือผูกมัดตามที่สำนักงานมาตรฐานสินค้ากำหนดเพื่อแสดงว่าสินค้ามาตรฐานนั้นตนได้ตรวจสอบแล้ว (๔) การจ้างหรือเลิกจ้างผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าภายหลังที่ได้แจ้งไว้ตามข้อ ๒ (๔) ให้ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าแจ้งรายชื่อผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าซึ่งจ้างหรือเลิกจ้างต่อสำนักงานมาตรฐานสินค้าภายในกำหนดสิบห้าวัน นับแต่วันจ้างหรือเลิกจ้าง (๕) มีสมุดทะเบียนรับคำขอให้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าและสมุดทะเบียนการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าตามแบบที่สำนักงานมาตรฐานสินค้ากำหนดและนำไปประทับตราของสำนักงานมาตรฐานสินค้า (๖) กรอกรายการต่าง ๆ ตามที่กำหนดไว้ในสมุดทะเบียนตาม (๕) ทุกคราวที่ได้รับคำขอให้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าและทำการตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในกรณีที่ต้องชักตัวอย่างสินค้าเพื่อทำการตรวจสอบมาตรฐาน ให้ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าแบ่งตัวอย่างสินค้านั้นเป็นสามส่วน แต่ละส่วนต้องมีปริมาณพอเพียงแต่การตรวจสอบมาตรฐาน และแยกบรรจุ หุ้มห่อ หรือผูกมัดในลักษณะที่จะไม่ทำให้คุณภาพเปลี่ยนแปลง และสามารถป้องกันการถ่ายเท สับเปลี่ยนตัวอย่างสินค้านั้นได้ ทั้งต้องมีตราหรือแผ่นป้ายแสดงวัน เดือน ปี ที่ชักตัวอย่าง และให้ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้ากับเจ้าของสินค้าหรือผู้แทนซึ่งอยู่ในขณะที่มีการชักตัวอย่างลงลายมือชื่อกำกับไว้ด้วย

ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าส่งมอบตัวอย่างสินค้าตามข้อ ๕ ให้แก่สำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขา แล้วแต่กรณี สองส่วนภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันที่ชักตัวอย่าง และรักษาไว้เองหนึ่งส่วนมีกำหนดไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ชักตัวอย่าง เว้นแต่สำนักงานมาตรฐานสินค้าจะกำหนดเป็นอย่างอื่น แต่ในกรณีที่มีการพิจารณาวินิจฉัยข้อโต้แย้งหรือปัญหาข้อพิพาทเกี่ยวกับมาตรฐานสินค้า ให้รักษาตัวอย่างสินค้านั้นไว้จนกว่าการพิจารณาวินิจฉัยจะสิ้นสุด

ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าได้รับแจ้งข้อโต้แย้งหรือปัญหาข้อพิพาทใด ๆ เกี่ยวกับมาตรฐานสินค้าจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้านั้นแจ้งรายละเอียดข้อโต้แย้งหรือปัญหาข้อพิพาทนั้นเป็นหนังสือต่อสำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขา แล้วแต่กรณี ภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๔ เกษม ศรีพยัคฆ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้คือ เพื่อกำหนดคุณสมบัติของผู้ขออนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการขออนุญาต และกำหนดเงื่อนไขในการปฏิบัติการประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์แห่งการดำเนินการจัดและควบคุมมาตรฐานสินค้าขาออกตามอำนาจที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๖ และมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓ อุษมล/ผู้จัดทำ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๔ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๘/ตอนที่ ๒๑/หน้า ๓๓๔/๗ มีนาคม ๒๕๐๔

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查