法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2553

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
9
มาตรา อารัมภบท

พระราชกฤษฎีกา

พระราชกฤษฎีกา

ว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา

อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา

ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ

และครุยประจำตำแหน่ง

ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

พ.ศ. ๒๕๕๓

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๕

กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๓

เป็นปีที่ ๖๕

ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดปริญญาในสาขาวิชา

อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ

และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กับมาตรา ๕๖ วรรคสอง และมาตรา ๖๐ วรรคสอง

แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑

พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา

อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ

และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. ๒๕๕๓”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑]

พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓

ให้กำหนดปริญญาในสาขาวิชา และอักษรย่อสำหรับสาขาวิชาของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

ดังต่อไปนี้

(๑)

สาขาวิชาการบัญชี มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก)

เอก เรียกว่า “บัญชีดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บช.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข)

โท เรียกว่า “บัญชีมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บช.ม.”

(ค)

ตรี เรียกว่า “บัญชีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บช.บ.”

(๒)

สาขาวิชาการศึกษา มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก)

เอก เรียกว่า “ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ค.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข)

โท เรียกว่า “ครุศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ค.ม.”

(ค)

ตรี เรียกว่า “ครุศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ค.บ.”

(๓)

สาขาวิชานิติศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก)

เอก เรียกว่า “นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “น.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข)

โท เรียกว่า “นิติศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “น.ม.”

(ค)

ตรี เรียกว่า “นิติศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “น.บ.”

(๔)

สาขาวิชานิเทศศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก)

เอก เรียกว่า “นิเทศศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “นศ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข)

โท เรียกว่า “นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “นศ.ม.”

(ค)

ตรี เรียกว่า “นิเทศศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “นศ.บ.”

(๕)

สาขาวิชาบริหารธุรกิจ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก)

เอก เรียกว่า “บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข)

โท เรียกว่า “บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.ม.”

(ค)

ตรี เรียกว่า “บริหารธุรกิจบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.บ.”

(๖)

สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก)

เอก เรียกว่า “รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “รป.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข)

โท เรียกว่า “รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “รป.ม.”

(ค)

ตรี เรียกว่า “รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “รป.บ.”

(๗)

สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก)

เอก เรียกว่า “วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข)

โท เรียกว่า “วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ม.”

(ค)

ตรี เรียกว่า “วิทยาศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.บ.”

(๘)

สาขาวิชาศิลปศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก)

เอก เรียกว่า “ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข)

โท เรียกว่า “ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ม.”

(ค)

ตรี เรียกว่า “ศิลปศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.บ.”

(๙)

สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก)

เอก เรียกว่า “เศรษฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข)

โท เรียกว่า “เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศ.ม.”

(ค)

ตรี เรียกว่า “เศรษฐศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศ.บ.”

(๑๐)

สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ มีปริญญาสองชั้น คือ

(ก)

เอก เรียกว่า “สาธารณสุขศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ส.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข)

โท เรียกว่า “สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ส.ม.”

ทั้งนี้

หากมีสาขาหรือวิชาเอกให้ระบุชื่อสาขาหรือวิชาเอกนั้นไว้ในวงเล็บต่อท้ายปริญญาด้วย

มาตรา ๔

มาตรา ๔

ครุยวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ มีสามชั้น ดังต่อไปนี้

(๑)

ครุยดุษฎีบัณฑิต ทำด้วยผ้าหรือแพรสีดำ เย็บเป็นเสื้อคลุมยาวเหนือข้อเท้าพอประมาณ ตัวเสื้อผ่าอกตลอด

มีแถบกำมะหยี่สีดำ กว้าง ๗ เซนติเมตร

เย็บติดเป็นสาบตลอดด้านหน้าทั้งสองข้างและโอบรอบคอเสื้อ และมีผ้าต่วนสีเหลืองทอง

กว้าง ๑ เซนติเมตร เย็บติดเป็นสาบตลอดด้านหน้าทั้งสองข้างถัดจากแถบกำมะหยี่สีดำ

แขนเสื้อยาวตกข้อมือ ตอนกลางแขนทั้งสองข้างมีแถบกำมะหยี่สีดำ กว้าง ๓ เซนติเมตร

ยาว ๓๘ เซนติเมตร ขลิบริมด้วยเชือกเกลียวสีทอง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๐.๔ เซนติเมตร

พับปลายแถบเป็นมุมแหลม จำนวนสามแถบติดเรียงกัน ระยะห่างระหว่างแถบ ๒.๕ เซนติเมตร

ปลายแขนปล่อยและมีแถบผ้าต่วนสีดำ กว้าง ๘ เซนติเมตร โอบรอบ

ให้มีผ้าคล้องคอ

ด้านในทำด้วยผ้าต่วนสีเหลืองทอง ด้านนอกทำด้วยผ้าหรือแพรสีดำเช่นเดียวกับตัวเสื้อ

ด้านหน้าเย็บเป็นมุมแหลม มีแถบผ้าต่วนสีเหลืองทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร

เย็บติดที่ริมทั้งสองข้าง

ระหว่างแถบผ้าต่วนสีเหลืองทองทั้งสองข้างมีแถบกำมะหยี่สีตามสีประจำสาขาวิชา กว้าง

๒.๕ เซนติเมตร

ติดโดยมีระยะห่างระหว่างผ้าต่วนสีเหลืองทองกับแถบกำมะหยี่สีตามสีประจำสาขาวิชา

ข้างละ ๑ เซนติเมตร ด้านหลังเย็บเป็นสี่เหลี่ยม มีแถบผ้าต่วนสีเหลืองทอง กว้าง ๑

เซนติเมตร เย็บติดที่ริมด้านบนและด้านล่าง ด้านซ้ายและด้านขวาพับเป็นจีบซ้อนกัน

จำนวนสองทบ กว้างทบละ ๗ เซนติเมตร มีเชือกเกลียวสีทอง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๐.๘

เซนติเมตร ผูกด้วยเงื่อนพิรอดตรงกลางแผ่นหลัง และมีพู่ห้อยสีทอง

ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑.๕ เซนติเมตร ยาว ๑๕ เซนติเมตร

มีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยผ้า และปักด้วยด้ายสีตามตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยติดบนผ้าต่วนสีเหลืองทองรูปวงรี

ขนาด ๖.๕ เซนติเมตร ปิดทับรอยต่อของผ้าคล้องคอด้านหน้าและด้านหลังทั้งสองข้าง

(๒)

ครุยมหาบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยดุษฎีบัณฑิต เว้นแต่แถบกำมะหยี่สีดำ

ตอนกลางแขนทั้งสองข้างมีจำนวนสองแถบ

(๓)

ครุยบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยมหาบัณฑิต เว้นแต่แถบกำมะหยี่สีดำ

ตอนกลางแขนทั้งสองข้างมีจำนวนหนึ่งแถบ

มาตรา ๕

มาตรา ๕

เข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

มีลักษณะเป็นรูปตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีทอง สูง ๓.๕ เซนติเมตร

ติดบนฐานซึ่งรองรับด้วยโลหะสีดำและมีอักษรสีเหลืองทองเป็นคติพจน์ของมหาวิทยาลัยว่า

“นตฺถิ ปญฺญาสมา อาภา”

มาตรา ๖

มาตรา ๖

ครุยประจำตำแหน่งและเครื่องหมายประกอบครุยประจำตำแหน่งของนายกสภามหาวิทยาลัย

กรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้บริหาร และคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

มีดังต่อไปนี้

(๑)

นายกสภามหาวิทยาลัย ครุยทำด้วยผ้าหรือแพรสีดำ

เย็บเป็นเสื้อคลุมยาวเหนือข้อเท้าพอประมาณ ตัวเสื้อผ่าอกตลอด มีผ้าตาดสีเหลืองทอง

กว้าง ๗ เซนติเมตร เย็บติดเป็นสาบตลอดด้านหน้าทั้งสองข้างและโอบรอบคอเสื้อ

และมีแถบกำมะหยี่สีเหลืองทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร

เย็บติดเป็นสาบตลอดด้านหน้าทั้งสองข้างถัดจากผ้าตาดสีเหลืองทอง

แขนเสื้อยาวตกข้อมือ ตอนกลางแขนทั้งสองข้างมีแถบกำมะหยี่สีดำ กว้าง ๓ เซนติเมตร

ยาว ๓๘ เซนติเมตร ขลิบริมด้วยเชือกเกลียวสีทอง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๐.๔ เซนติเมตร

พับปลายแถบเป็นมุมแหลม จำนวนสี่แถบติดเรียงกันระยะห่างระหว่างแถบ ๒.๕ เซนติเมตร

ปลายแถบทั้งสองด้านมีกระดุมสีทองติดด้านละหนึ่งเม็ด ปลายแขนปล่อยและมีแถบผ้าต่วนสีดำ

กว้าง ๘ เซนติเมตร โอบรอบ

ให้มีผ้าคล้องคอ

ด้านในทำด้วยผ้าต่วนสีเหลืองทอง ด้านนอกทำด้วยผ้าหรือแพรสีดำเช่นเดียวกับตัวเสื้อ

ด้านหน้าเย็บเป็นมุมแหลม มีแถบผ้าต่วนสีเหลืองทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร

เย็บติดที่ริมทั้งสองข้าง ระหว่างแถบผ้าต่วนสีเหลืองทองทั้งสองข้าง มีผ้าตาดสีทอง

กว้าง ๒.๕ เซนติเมตร ติดโดยมีระยะห่างระหว่างผ้าต่วนสีเหลืองทองกับผ้าตาดสีทอง

ข้างละ ๑ เซนติเมตร ด้านหลังเย็บเป็นสี่เหลี่ยม มีแถบผ้าต่วนสีเหลืองทอง กว้าง ๑

เซนติเมตร เย็บติดที่ริมด้านบนและด้านล่าง

ด้านซ้ายและด้านขวาพับเป็นจีบซ้อนกันจำนวนสองทบ กว้างทบละ ๗ เซนติเมตร

มีเชือกเกลียวสีทองขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๐.๘ เซนติเมตร

ผูกด้วยเงื่อนพิรอดตรงกลางแผ่นหลัง และมีพู่ห้อยสีทองขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑.๕

เซนติเมตร ยาว ๑๕ เซนติเมตร มีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยผ้าและปักด้วยด้ายสีตามตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยติดบนผ้าต่วนสีเหลืองทองรูปวงรี

ขนาด ๖.๕ เซนติเมตร ปิดทับรอยต่อของผ้าคล้องคอด้านหน้าและด้านหลังทั้งสองข้าง

ให้มีสายสร้อยประกอบครุยประจำตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย

ทำด้วยโลหะสีทองประกอบด้วยตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัย

กึ่งกลางสายสร้อยประดับตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีทอง สูง ๕

เซนติเมตร ประดับระหว่างไหล่ทั้งสองข้าง

(๒)

กรรมการสภามหาวิทยาลัย เช่นเดียวกับนายกสภามหาวิทยาลัย

เว้นแต่ไม่มีสายสร้อยประดับและมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีทอง สูง

๕ เซนติเมตร ติดบนสาบด้านหน้าทั้งสองข้าง

(๓)

อธิการบดี เช่นเดียวกับกรรมการสภามหาวิทยาลัย

เว้นแต่สาบด้านหน้าทั้งสองข้างและโอบรอบคอเสื้อทำด้วยแถบกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้ม

กว้าง ๗ เซนติเมตร และมีแถบกำมะหยี่สีเหลืองทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร

เย็บติดเป็นสาบตลอดด้านหน้าทั้งสองข้างถัดจากแถบกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้ม

และมีสายสร้อยทำด้วยโลหะสีทองประกอบด้วยตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัย

กึ่งกลางสายสร้อยประดับตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีทอง สูง ๕

เซนติเมตร ประดับระหว่างไหล่ทั้งสองข้าง

(๔)

รองอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการ

หัวหน้าส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ

เช่นเดียวกับอธิการบดี

เว้นแต่ไม่มีสายสร้อยประดับและมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีทอง สูง

๕ เซนติเมตร ติดบนสาบด้านหน้าทั้งสองข้าง

(๕)

คณาจารย์ เช่นเดียวกับรองอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการ

หัวหน้าส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ

เว้นแต่สาบด้านหน้าทั้งสองข้างและโอบรอบคอเสื้อทำด้วยแถบกำมะหยี่สีดำ กว้าง ๗

เซนติเมตร และมีแถบกำมะหยี่สีเหลืองทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร

เย็บติดเป็นสาบตลอดด้านหน้าทั้งสองข้างถัดจากแถบกำมะหยี่สีดำ

และมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีเงิน สูง ๕ เซนติเมตร

ติดบนสาบด้านหน้าทั้งสองข้าง

มาตรา ๗

มาตรา ๗

สีประจำสาขาวิชา มีดังต่อไปนี้

(๑) สาขาวิชาการบัญชี สีฟ้าเทา

(๒) สาขาวิชาการศึกษา สีฟ้า

(๓) สาขาวิชานิติศาสตร์ สีขาว

(๔) สาขาวิชานิเทศศาสตร์ สีน้ำเงิน

(๕) สาขาวิชาบริหารธุรกิจ สีชมพู

(๖) สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ สีน้ำตาล

(๗) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ สีเหลือง

(๘) สาขาวิชาศิลปศาสตร์ สีแสด

(๙) สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ สีเขียวหัวเป็ด

(๑๐) สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ สีชมพูส้ม

มาตรา ๘

มาตรา ๘

ให้มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่จัดทำครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ

และครุยประจำตำแหน่งตามพระราชกฤษฎีกานี้ขึ้นไว้เป็นตัวอย่าง

มาตรา ๙

มาตรา ๙

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้

คือ เนื่องจากได้มีการประกาศใช้บังคับพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗

ประกอบกับมาตรา ๕๖ วรรคสอง และมาตรา ๖๐ วรรคสอง

แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติว่า การกำหนดให้สาขาวิชาใดมีปริญญาชั้นใด

และจะใช้อักษรย่อสำหรับสาขาวิชานั้นอย่างไร และการกำหนดลักษณะ ชนิด ประเภท

และส่วนประกอบของครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่ง

ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

ปริญสินีย์/ผู้จัดทำ

๑๑ เมษายน ๒๕๕๔

คุณากร/ผู้ตรวจ

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๗/ตอนที่ ๑๐ ก/หน้า ๔/๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓

9 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2553 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_520a191250adc4c2

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com