กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
ว่าด้วยการขอและการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงภาพยนตร์
พ.ศ. ๒๕๕๒[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๖ มาตรา ๓๗ วรรคสาม และมาตรา ๔๐ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์
พ.ศ. ๒๕๕๑ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๓ และมาตรา ๔๕
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ผู้ใดประสงค์จะประกอบกิจการโรงภาพยนตร์
ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนตามแบบที่นายทะเบียนกลางประกาศกำหนด
พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน ดังต่อไปนี้
(๑)
บุคคลธรรมดา
(ก)
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนในกรณีที่ผู้ขออนุญาตมีสัญชาติไทย
หรือสำเนาใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวหรือสำเนาหนังสือเดินทาง พร้อมด้วยสำเนาใบสำคัญถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรหรือหลักฐานการได้รับอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง
ในกรณีที่ผู้ขออนุญาตเป็นคนต่างด้าว
(ข)
รูปถ่ายครึ่งตัว หน้าตรง ไม่สวมหมวก ขนาด ๔ x ๖ เซนติเมตร
ซึ่งถ่ายมาแล้วไม่เกินหกเดือน จำนวน ๒ รูป
(ค)
สำเนาใบอนุญาตให้ใช้อาคารเพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร
ในกรณีที่โรงภาพยนตร์เป็นอาคารหรือส่วนใดของอาคาร
(ง)
แผนที่สังเขปแสดงบริเวณที่ตั้งสถานประกอบกิจการตาม (ค)
รวมทั้งรูปถ่ายของสถานประกอบกิจการนั้น จำนวน ๓ รูป
(๒)
นิติบุคคล
(ก)
สำเนาหนังสือรับรองหรือหลักฐานการเป็นนิติบุคคลซึ่งแสดงรายการเกี่ยวกับชื่อวัตถุประสงค์
ที่ตั้งสำนักงาน และรายชื่อผู้เป็นกรรมการ ผู้จัดการ
หรือผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคล ที่เป็นปัจจุบัน
(ข)
เอกสารและหลักฐานตาม (๑) (ก) และ (ข) ของกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคล
(ค)
เอกสารและหลักฐานตาม (๑) (ค) และ (ง)
ในกรณีที่โรงภาพยนตร์เป็นอาคารหรือส่วนใดของอาคาร
ข้อ ๒ เมื่อนายทะเบียนได้รับคำขอพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามข้อ
๑ ครบถ้วนแล้วให้นายทะเบียนพิจารณาคำขอและมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาไปยังผู้ขอภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานดังกล่าว
หากไม่อนุญาต ให้แสดงเหตุผลไว้ในคำขอด้วย
ข้อ ๓ เมื่อนายทะเบียนแจ้งการอนุญาตและผู้ขออนุญาตได้ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการโรงภาพยนตร์แล้ว
ให้นายทะเบียนออกใบอนุญาตให้ตามแบบที่นายทะเบียนกลางกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๔ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตซึ่งเป็นนิติบุคคลเปลี่ยนกรรมการ
ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคล
ให้ผู้รับใบอนุญาตแจ้งต่อนายทะเบียนตามแบบที่นายทะเบียนกลางประกาศกำหนด
พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามข้อ ๑ (๒) (ก) และ (ข) ทั้งนี้
ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนบุคคลดังกล่าว
ข้อ ๕ ผู้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต
ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนตามแบบที่นายทะเบียนกลางประกาศกำหนด
พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน ดังต่อไปนี้
(๑)
สำเนาใบอนุญาตเดิมหรือสำเนาใบแทนใบอนุญาต
(๒)
เอกสารและหลักฐานตามข้อ ๑ (๑) (ก) และ (ข) ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตเป็นบุคคลธรรมดา
หรือตามข้อ ๑ (๒) (ก) และ (ข) ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตเป็นนิติบุคคล
(๓)
เอกสารและหลักฐานตามข้อ ๑ (๑) (ค) และ (ง)
ในกรณีที่โรงภาพยนตร์เป็นอาคารหรือส่วนใดของอาคาร
ข้อ ๖ ให้นำความในข้อ ๒ และข้อ ๓
มาใช้บังคับกับการต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการโรงภาพยนตร์ โดยอนุโลม
ข้อ ๗ การยื่นคำขอหรือการแจ้งตามกฎกระทรวงนี้
ให้กระทำ ณ ท้องที่ที่โรงภาพยนตร์ ซึ่งเป็นอาคารหรือส่วนใดของอาคารตั้งอยู่
หรือท้องที่ที่ผู้ขออนุญาตมีภูมิลำเนา หรือมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรณีที่โรงภาพยนตร์เป็นสถานที่กลางแจ้ง
ดังต่อไปนี้
(๑)
ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นหรือแจ้ง ณ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
(๒)
ในจังหวัดอื่น ให้ยื่นหรือแจ้ง ณ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด
ข้อ ๘ คำขออนุญาตประกอบกิจการโรงภาพยนตร์ที่ได้ยื่นไว้ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับและยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของนายทะเบียน
ให้ถือเป็นคำขอตามกฎกระทรวงนี้โดยอนุโลม
ในกรณีที่คำขอดังกล่าวมีข้อความแตกต่างไปจากคำขอตามกฎกระทรวงนี้
ให้นายทะเบียนมีคำสั่งเพื่อให้ผู้ขออนุญาตแก้ไขหรือปฏิบัติตามให้ถูกต้องภายในสามสิบวัน
ถ้าผู้ขออนุญาตไม่แก้ไขหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายทะเบียนภายในกำหนดเวลาดังกล่าว
ให้คำขอนั้นเป็นอันตกไป
ให้ไว้ ณ วันที่ ๙
กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒
ธีระ สลักเพชร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๓๗ วรรคสาม และมาตรา ๔๐ วรรคสาม
แห่งพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑ บัญญัติให้การขอใบอนุญาต
การออกใบอนุญาต และการขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการโรงภาพยนตร์เป็นไปตามหลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปริญสินีย์/ผู้จัดทำ
๒๕ เมษายน ๒๕๕๕
วิชพงษ์/ผู้ตรวจ
๓๐ เมษายน ๒๕๕๕
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๖/ตอนที่ ๔๔ ก/หน้า ๘/๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๒
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).