พระราชบัญญัติ
โอนที่วัด
วัดศรีสำเภาวนาราม
ตำบลพลา
อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง
ให้แก่กองทัพเรือ
พ.ศ. ๒๕๓๔
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่
๑๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๔
เป็นปีที่ ๔๖
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรโอนที่วัด
วัดศรีสำเภาวนาราม ตำบลพลา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ให้แก่กองทัพเรือ
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติโอนที่วัด
วัดศรีสำเภาวนาราม ตำบลพลา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ให้แก่กองทัพเรือ พ.ศ. ๒๕๓๔
มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้โอนที่วัด วัดศรีสำเภาวนาราม ตำบลพลา
อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง เนื้อที่ประมาณ ๕๙ ไร่ ๕๕ ตารางวา
ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ให้แก่กองทัพเรือ
มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการอานันท์
ปันยารชุน
นายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
แผนที่ท้ายพระราชบัญญัติโอนที่วัด วัดศรีสำเภาวนาราม ตำบลพลา อำเภอบ้านฉาง
จังหวัดระยอง ให้แก่กองทัพเรือ พ.ศ. ๒๕๓๔
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
เนื่องจากกองทัพเรือจะต้องใช้ที่ดินในท้องที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
และอำเภอบ้านฉาง อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง
เพื่อการอันจำเป็นในการป้องกันประเทศโดยตรงและได้ทำการสำรวจแล้วปรากฏว่า
แนวเขตที่ดินที่จะต้องใช้นี้ ถูกที่วัด วัดศรีสำเภาวนาราม ตำบลพลา อำเภอบ้านฉาง
จังหวัดระยอง เนื้อที่ประมาณ ๕๙ ไร่ ๕๕ ตารางวา ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓)
ทะเบียน เล่ม ๑๕ หน้า ๑๑๐
กองทัพเรือจึงได้ติดต่อกับกรมการศาสนาเพื่อขอโอนที่วัดดังกล่าวให้แก่กองทัพเรือ
ซึ่งกรมการศาสนาได้นำเสนอมหาเถรสมาคมพิจารณาแล้วไม่ขัดข้อง
และกองทัพเรือได้ชำระค่าผาติกรรมเป็นค่าทดแทนแล้ว สมควรโอนที่วัดดังกล่าวให้แก่กองทัพเรือ
แต่เนื่องจากพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ มาตรา ๓๔ บัญญัติว่า
ที่วัดและที่ธรณีสงฆ์จะโอนกรรมสิทธิ์ได้ก็แต่โดยพระราชบัญญัติ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ละออง/จัดทำ
๑๐ กรกฎาคม ๒๕๔๔
ปาจรีย์/ปรับปรุง
๓๑ สิงหาคม ๒๕๔๙
พรรณพร/ปรับปรุง
๑๓ มีนาคม ๒๕๖๒
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๘/ตอนที่ ๑๐๗/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๑๙ มิถุนายน ๒๕๓๔
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).