กฎกระทรวง
ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพะเยา
พ.ศ.
๒๕๕๖[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
และมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ และมาตรา ๔๓
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑
กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับได้มีกำหนดห้าปี
ข้อ ๒
ให้ใช้บังคับผังเมืองรวม ในท้องที่จังหวัดพะเยา
ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๓
กฎกระทรวงนี้มิให้ใช้บังคับในท้องที่ที่มีการประกาศใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวม
ข้อ ๔
การวางและจัดทำผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้
มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา
และการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท
ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ
และสภาพแวดล้อมในบริเวณแนวเขตตามข้อ ๒
ให้สอดคล้องกับการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ข้อ ๕
ผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้
มีนโยบายและมาตรการเพื่อจัดระบบการใช้ประโยชน์ที่ดิน
โครงข่ายคมนาคมขนส่งและบริการสาธารณะให้มีประสิทธิภาพ สามารถรองรับและสอดคล้องกับการขยายตัวของชุมชนในอนาคต
รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจ โดยมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้
(๑) ส่งเสริมและพัฒนาจังหวัดพะเยาให้เป็นเมืองเกษตรกรรม
โดยเฉพาะเกษตรกรรมแผนใหม่ การปศุสัตว์ และการประมงน้ำจืด
ให้สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่
(๒) ส่งเสริมและพัฒนาการค้าและการลงทุน
โดยเฉพาะการลงทุนด้านอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องจากการเกษตร
ให้สอดคล้องและเหมาะสมกับสภาพและศักยภาพของพื้นที่
(๓)
ฟื้นฟูและพัฒนาชุมชนเดิมและชุมชนเมืองให้สอดคล้องกับการพัฒนาพื้นที่
(๔) ส่งเสริมและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับการท่องเที่ยวของจังหวัดอื่นในภูมิภาค
(๕) ส่งเสริมและพัฒนาการบริการทางสังคม สาธารณูปโภค และสาธารณูปการ
ให้เพียงพอและได้มาตรฐาน
(๖) ส่งเสริมและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นและโบราณสถาน
(๗) อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ข้อ ๖
การใช้ประโยชน์ที่ดินภายในเขตผังเมืองรวม
ให้เป็นไปตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภท
และรายการประกอบแผนผังท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๗
การใช้ประโยชน์ที่ดินตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวงนี้
ให้เป็นไปดังต่อไปนี้
(๑) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑.๑ ถึงหมายเลข ๑.๑๒
ที่กำหนดไว้เป็นสีชมพู ให้เป็นที่ดินประเภทชุมชน
(๒) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๒ ที่กำหนดไว้เป็นสีม่วง
ให้เป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า
(๓) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๓.๑ ถึงหมายเลข ๓.๒๐
ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียว ให้เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม
(๔) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๔.๑ ถึงหมายเลข ๔.๓๔
ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวมีกรอบและเส้นทแยงสีน้ำตาล
ให้เป็นที่ดินประเภทปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
(๕) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๕.๑ ถึงหมายเลข ๕.๕
ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อน ให้เป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
(๖) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๖.๑ ถึงหมายเลข ๖.๑๒
ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อนมีเส้นทแยงสีขาว ให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้
(๗) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๗.๑ และหมายเลข ๗.๒ ที่กำหนดไว้เป็นสีฟ้า
ให้เป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
(๘) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๘ ที่กำหนดไว้เป็นสีน้ำตาลอ่อน
ให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์เพื่อการส่งเสริมเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมไทย
ข้อ ๘
ที่ดินประเภทชุมชน ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย พาณิชยกรรม
เกษตรกรรม สถาบันการศึกษา สถาบันศาสนา สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่นให้เป็นไปตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑)
ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มิใช่อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่
(๒) ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด
ดังต่อไปนี้
๑)[๒] โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานตามประเภท ชนิด
และจำพวกท้ายกฎกระทรวงนี้
(๒)
คลังน้ำมันเชื้อเพลิงและสถานที่ที่ใช้ในการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง
ที่ไม่ใช่ก๊าซปิโตรเลียมเหลวและก๊าซธรรมชาติ
เพื่อจำหน่ายที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
เว้นแต่เป็นสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
(๓) สถานที่บรรจุก๊าซ สถานที่เก็บก๊าซ และห้องบรรจุก๊าซ
สำหรับก๊าซปิโตรเลียมเหลวตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
แต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการ ร้านจำหน่ายก๊าซ สถานที่ใช้ก๊าซ
และสถานที่จำหน่ายอาหารที่ใช้ก๊าซ
(๔) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด ไก่ งู จระเข้
หรือสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เพื่อการค้า
(๕) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม
(๖) ไซโลเก็บผลิตผลทางการเกษตร
(๗) กำจัดมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล
(๘) ซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุ
ที่ดินประเภทนี้ในเขตปฏิรูปที่ดิน
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
(ยกเลิก)[๓]
(ยกเลิก)[๔]
ข้อ ๙ ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่ออุตสาหกรรม อุตสาหกรรมการเกษตร
หรือเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องจากการเกษตร คลังสินค้า สถาบันราชการ
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่นให้เป็นไปตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑) ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีความสูงไม่เกิน ๑๕
เมตร การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงพื้นดาดฟ้า
สำหรับอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด
(๒) ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด
ดังต่อไปนี้
(๑) (ยกเลิก)[๕]
(๒) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม
(๓) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม
(๔) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย
(๕) การประกอบพาณิชยกรรมประเภทอาคารขนาดใหญ่
(๖) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงเด็ก
(๗) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงคนชรา
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑ (ถนนพหลโยธิน)
และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๒๑ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑ (แม่ต๋ำ) - เทิง
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะ
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำ ลำคลอง
หรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๖ เมตร
เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมและขนส่งทางน้ำ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ข้อ ๑๐
ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม สถาบันราชการ
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่นให้เป็นไปตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑) ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีความสูงไม่เกิน ๑๕
เมตร การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงพื้นดาดฟ้า
สำหรับอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยา
ให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด
(๒) ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด
ดังต่อไปนี้
(๑)[๖] โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานตามประเภท ชนิด
และจำพวกท้ายกฎกระทรวงนี้
(๒)
คลังน้ำมันเชื้อเพลิงและสถานที่ที่ใช้ในการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง
ที่ไม่ใช่ก๊าซปิโตรเลียมเหลวและก๊าซธรรมชาติ
เพื่อจำหน่ายที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
เว้นแต่เป็นสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
(๓) สถานที่บรรจุก๊าซ สถานที่เก็บก๊าซ และห้องบรรจุก๊าซ
สำหรับก๊าซปิโตรเลียมเหลวตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
แต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการ ร้านจำหน่ายก๊าซ สถานที่ใช้ก๊าซ
และสถานที่จำหน่ายอาหารที่ใช้ก๊าซ
(๔) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม
(๕) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม
(๖) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม
(๗) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย
(๘) การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทอาคารขนาดใหญ่
(๙) สนามกอล์ฟ ยกเว้นสนามไดร์ฟกอล์ฟ
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑ (ถนนพหลโยธิน)
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๒๑ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑ (แม่ต๋ำ) - เทิง
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๙๑ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑๐๒๑ (จุน) - น่าน ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๑๑๒๐ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑๑๕๔ (สอง) - เชียงม่วน ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๒๗
สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑ (ท่าเรือ) - บ้านต๋ำใน ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๔๘
สายท่าวังผา - เชียงคำ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๙๓ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑
(แม่ต๋ำ) - บรรจบทางหลวงหมายเลข ๑ (แม่ใจ) ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒๐๒
สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑ (พะเยา) - บรรจบทางหลวงหมายเลข ๑๑๒๖ (ป่าแดด)
และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒๕๑ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑๐๒๑ (ดอกคำใต้) - เชียงม่วน
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำอิง แม่น้ำยม แม่น้ำแวน
และแม่น้ำลาว ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำอิง แม่น้ำยม
แม่น้ำแวน และแม่น้ำลาวไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร
และการใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะ
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า
๖ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมและขนส่งทางน้ำ
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ข้อ ๑๑
ที่ดินประเภทปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำอิง แม่น้ำยม แม่น้ำแวน
และแม่น้ำลาว ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำอิง แม่น้ำยม
แม่น้ำแวน และแม่น้ำลาวไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร
และการใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะ
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า
๖ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมและขนส่งทางน้ำ
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ข้อ ๑๒
ที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมเฉพาะที่ดินซึ่งเป็นของรัฐ
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อนันทนาการหรือเกี่ยวข้องกับนันทนาการ
การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ที่ดินประเภทนี้ซึ่งเอกชนเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อนันทนาการหรือเกี่ยวข้องกับนันทนาการ เกษตรกรรม
การอยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวให้มีความสูงของอาคารไม่เกิน ๔ เมตร
และมิใช่การจัดสรรที่ดิน การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงพื้นดาดฟ้าสำหรับอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำอิง แม่น้ำยม และแม่น้ำลาว
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำอิง แม่น้ำยม
และแม่น้ำลาวไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร
และการใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะอื่น
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า
๖ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมและขนส่งทางน้ำ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ข้อ ๑๓
ที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการสงวนและคุ้มครองดูแลรักษาหรือบำรุงป่าไม้ สัตว์ป่า
ต้นน้ำ ลำธาร และทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ
ตามมติคณะรัฐมนตรีและกฎหมายที่เกี่ยวกับการป่าไม้ การสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
และการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเท่านั้น
ที่ดินประเภทนี้ซึ่งเอกชนเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
และการอยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวที่ไม่ใช่การจัดสรรที่ดิน
โดยให้มีความสูงของอาคารไม่เกิน ๔ เมตร เท่านั้น
การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงพื้นดาดฟ้าสำหรับอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด
ข้อ ๑๔
ที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
การประมงหรือเกี่ยวข้องกับการประมง
การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำหรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ข้อ ๑๕
ที่ดินประเภทอนุรักษ์เพื่อการส่งเสริมเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมไทย ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอนุรักษ์และส่งเสริมเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมท้องถิ่น
หัตถอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
หรือสาธารณประโยชน์
สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่นให้เป็นไปตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑) ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีความสูงไม่เกิน ๑๕
เมตร การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงพื้นดาดฟ้า
สำหรับอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด
(๒)
ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด
ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
(๒)
คลังน้ำมันเชื้อเพลิงและสถานที่ที่ใช้ในการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง
ที่ไม่ใช่ก๊าซปิโตรเลียมเหลวและก๊าซธรรมชาติ
เพื่อจำหน่ายที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
(๓) สถานที่บรรจุก๊าซ สถานที่เก็บก๊าซ และห้องบรรจุก๊าซ
สำหรับก๊าซปิโตรเลียมเหลวตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
แต่ไม่หมายความรวมถึงร้านจำหน่ายก๊าซ สถานที่ใช้ก๊าซ
และสถานที่จำหน่ายอาหารที่ใช้ก๊าซ
(๔) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด ไก่ งู จระเข้
หรือสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เพื่อการค้า
(๕) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน
(๖) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม
(๗) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม
(๘) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย
(๙) การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทอาคารขนาดใหญ่
(๑๐) สถานีขนส่งสินค้า
(๑๑) ไซโลเก็บผลิตผลทางการเกษตร
(๑๒) กำจัดมูลฝอยหรือสิ่งปฏิกูล
(๑๓) ซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุ
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำอิง
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำอิงไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร และการใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะ
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า
๖ เมตร ทั้งนี้
เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมและขนส่งทางน้ำ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการหรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ข้อ ๑๖
ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมการก่อสร้างอาคารหรือการประกอบกิจการในเขตผังเมืองรวมปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๖
จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
[เอกสารแนบท้าย]
๑.[๗] บัญชีท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพะเยา พ.ศ. ๒๕๕๖
(ยกเลิก)
๒.
แผนที่ท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพะเยา พ.ศ. ๒๕๕๖
๓.
แผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพะเยา
พ.ศ. ๒๕๕๖
๔. รายการประกอบแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพะเยา
พ.ศ. ๒๕๕๖
๕.[๘] ประเภท ชนิด และจำพวกของโรงงานที่ห้ามประกอบกิจการ
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่สมควรกำหนดให้ใช้บังคับผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดพะเยา
เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา และการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท
ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค
บริการสาธารณะและสภาพแวดล้อม ทั้งนี้
เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการผังเมือง และโดยที่มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕ บัญญัติว่า
การใช้บังคับผังเมืองรวมให้กระทำโดยกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพะเยา
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑[๙]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพะเยา
พ.ศ. ๒๕๕๖ ในที่ดินประเภทชุมชน ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า และที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม
โดยแก้ไขข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อประกอบกิจการโรงงาน
ตลอดจนข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินเกี่ยวกับการกำหนดที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางหลวงแผ่นดิน
และที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งของแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะ
เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบันและไม่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๒๑
พฤศจิกายน ๒๕๕๖
ณัฐพร/ผู้ตรวจ
๒๑
พฤศจิกายน ๒๕๕๖
พรวิภา/เพิ่มเติม
๒๑ มีนาคม ๒๕๖๑
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๐/ตอนที่ ๑๐๙ ก/หน้า ๑๗/๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๖
[๒] ข้อ ๘
วรรคสอง (๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพะเยา
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑
[๓] ข้อ ๘
วรรคสี่ ยกเลิกโดยกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพะเยา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.
๒๕๖๑
[๔] ข้อ ๘
วรรคห้า ยกเลิกโดยกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพะเยา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.
๒๕๖๑
[๕] ข้อ ๙
วรรคสอง (๑) ยกเลิกโดยกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพะเยา (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๖๑
[๖] ข้อ ๑๐
วรรคสอง (๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพะเยา
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑
[๗] บัญชีท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพะเยา
พ.ศ. ๒๕๕๖ ยกเลิกโดย (กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพะเยา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.
๒๕๖๑)
[๘] ประเภท
ชนิด และจำพวกของโรงงานที่ห้ามประกอบกิจการ เพิ่มโดย
(กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพะเยา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑)
[๙] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๕/ตอนที่ ๑๓ ก/หน้า ๙/๗ มีนาคม ๒๕๖๑
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).