กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารประเภทป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้าย
ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่อำเภอบางพลี
กิ่งอำเภอบางเสาธง อำเภอบางพลี อำเภอบางบ่อ
อำเภอพระประแดง
อำเภอเมืองสมุทรปราการ และอำเภอพระสมุทรเจดีย์
จังหวัดสมุทรปราการ
พ.ศ.
๒๕๕๐[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ (๓) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร
พ.ศ. ๒๕๒๒ และมาตรา ๘ (๑๐) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร
(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมอาคารออกกฎกระทรวงไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑
ให้กำหนดพื้นที่ในบริเวณที่วัดจากเขตทางทั้งสองข้างของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๓๒๕๖ (ถนนกิ่งแก้ว) ออกไปข้างละ ๕๐ เมตร โดยเริ่มจากเส้นแบ่งเขตจังหวัดสมุทรปราการกับกรุงเทพมหานคร
ซึ่งอยู่ในท้องที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ไปทางทิศใต้ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๓๒๕๖ (ถนนกิ่งแก้ว) จนจดเขตทางของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ (ถนนสุขุมวิท) ฟากเหนือ ซึ่งอยู่ในท้องที่อำเภอเมืองสมุทรปราการ
จังหวัดสมุทรปราการบริเวณที่วัดจากเขตทางทั้งสองข้างของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔ (ตอนแยกเข้าสนามบิน)
ออกไปข้างละ ๕๐ เมตร โดยเริ่มจากจุดที่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔ (ตอนแยกเข้าสนามบิน)
บรรจบกับถนนสายบึงปลาเหม็น - อ่อนนุช (วัดศรีวารีน้อย) ซึ่งอยู่ในท้องที่กิ่งอำเภอบางเสาธง
อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ไปทางทิศใต้ ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔
(ตอนแยกเข้าสนามบิน) จนจดเขตทางของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔ (ถนนบางนา
- ตราด) ฟากเหนือ ซึ่งอยู่ในท้องที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ บริเวณที่วัดจากเขตทางทั้งสองข้างของถนนสายบึงปลาเหม็น
- อ่อนนุช (วัดศรีวารีน้อย) ออกไปข้างละ ๕๐ เมตร โดยเริ่มจากเส้นแบ่งเขตจังหวัดสมุทรปราการกับกรุงเทพมหานคร
ซึ่งอยู่ในท้องที่กิ่งอำเภอบางเสาธง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ไปทางทิศใต้ ตามแนวถนนสายบึงปลาเหม็น
- อ่อนนุช (วัดศรีวารีน้อย) จนจดเขตทางของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔ (ถนนบางนา - ตราด)
ฟากเหนือ ซึ่งอยู่ในท้องที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ บริเวณที่วัดจากเขตทางทั้งสองข้างของถนนกรุงเทพ
- ชลบุรีสายใหม่ ออกไปข้างละ ๕๐ เมตร โดยเริ่มจากเส้นแบ่งเขตจังหวัดสมุทรปราการกับกรุงเทพมหานครซึ่งอยู่ในท้องที่กิ่งอำเภอบางเสาธง
อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ตามแนวถนนกรุงเทพ - ชลบุรี
สายใหม่ จนจดเส้นแบ่งเขตจังหวัดสมุทรปราการกับจังหวัดฉะเชิงเทราซึ่งอยู่ในท้องที่อำเภอบางบ่อ
จังหวัดสมุทรปราการ บริเวณที่วัดจากเขตทางทั้งสองข้างของถนน ค.ส.ล.
สายรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี ออกไปข้างละ ๕๐ เมตร โดยเริ่มจากเส้นแบ่งเขตจังหวัดสมุทรปราการกับจังหวัดฉะเชิงเทรา
ซึ่งอยู่ในท้องที่อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ไปทางทิศใต้ ตามแนวถนน ค.ส.ล. สายรัตนโกสินทร์
๒๐๐ ปี จนจดเขตทางของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔ (ถนนบางนา - ตราด) ฟากเหนือ ซึ่งอยู่ในท้องที่อำเภอบางบ่อ
จังหวัดสมุทรปราการ บริเวณที่วัดจากเขตทางทั้งสองข้างของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔
(ถนนบางนา - ตราด) ออกไปข้างละ ๕๐ เมตร โดยเริ่มจากเส้นแบ่งเขตจังหวัดสมุทรปราการกับกรุงเทพมหานคร
ซึ่งอยู่ในท้องที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๓๔ (ถนนบางนา - ตราด) จนจดเส้นแบ่งเขตจังหวัดสมุทรปราการกับจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งอยู่ในท้องที่อำเภอบางบ่อ
จังหวัดสมุทรปราการ บริเวณที่วัดจากเขตทางทั้งสองข้างของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๓
(ถนนสุขสวัสดิ์) ออกไปข้างละ ๕๐ เมตร โดยเริ่มจากเส้นแบ่งเขตจังหวัดสมุทรปราการกับกรุงเทพมหานคร
ซึ่งอยู่ในท้องที่อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๓๐๓ (ถนนสุขสวัสดิ์) จนจดป้อมพระจุลจอมเกล้า ซึ่งอยู่ในท้องที่อำเภอพระสมุทรเจดีย์จังหวัดสมุทรปราการ
บริเวณที่วัดจากเขตทางทั้งสองข้างของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ (ถนนสุขุมวิท)
ออกไปข้างละ ๕๐ เมตร โดยเริ่มจากเส้นแบ่งเขตจังหวัดสมุทรปราการกับกรุงเทพมหานคร ซึ่งอยู่ในท้องที่อำเภอเมืองสมุทรปราการ
จังหวัดสมุทรปราการ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้และทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๓ (ถนนสุขุมวิท) จนจดเส้นแบ่งเขตจังหวัดสมุทรปราการกับจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งอยู่ในท้องที่อำเภอบางบ่อ
จังหวัดสมุทรปราการ บริเวณที่วัดจากเขตทางทั้งสองข้างของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๖๘
(ถนนเทพารักษ์) ออกไปข้างละ ๕๐ เมตร โดยเริ่มจากเขตทางของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓
(ถนนสุขุมวิท) ฟากตะวันออก ซึ่งอยู่ในท้องที่อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ
ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๖๘ (ถนนเทพารักษ์) จนจดเขตทางของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๓๑๑๗ ฟากตะวันตก ซึ่งอยู่ในท้องที่อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ บริเวณที่วัดจากเขตทางทั้งสองข้างของถนนวงแหวนรอบนอก
(ด้านตะวันออก) ออกไปข้างละ ๕๐ เมตร โดยเริ่มจากเขตทางของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓
(ถนนสุขุมวิท) ฟากตะวันออก ซึ่งอยู่ในท้องที่อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ
ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้และทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวถนนวงแหวนรอบนอก (ด้านตะวันออก)
จนจดเส้นแบ่งเขตจังหวัดสมุทรปราการกับกรุงเทพมหานคร ซึ่งอยู่ในท้องที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ
บริเวณที่วัดจากเขตทางทั้งสองข้างของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓๔๔ (ถนนศรีนครินทร์) ออกไปข้างละ
๕๐ เมตรโดยเริ่มจากเส้นแบ่งเขตจังหวัดสมุทรปราการกับกรุงเทพมหานคร ซึ่งอยู่ในท้องที่อำเภอเมืองสมุทรปราการ
จังหวัดสมุทรปราการ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓๔๔ (ถนนศรีนครินทร์)
จนจดเขตทางของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ (ถนนสุขุมวิท) ฟากตะวันออก
ซึ่งอยู่ในท้องที่อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการบริเวณที่วัดจากเขตทางทั้งสองข้างของถนนลาดหวาย
ออกไปข้างละ ๕๐ เมตร โดยเริ่มจากเขตทางของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔ (ถนนบางนา - ตราด)
ฟากใต้ ซึ่งอยู่ในท้องที่กิ่งอำเภอบางเสาธงอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ไปทางทิศใต้
ตามแนวถนนลาดหวาย จนจดเขตทางของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ (ถนนสุขุมวิท) ฟากเหนือ ซึ่งอยู่ในท้องที่อำเภอบางบ่อ
จังหวัดสมุทรปราการบริเวณที่วัดจากเขตทางทั้งสองข้างของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๑๑๗
ออกไปข้างละ ๕๐ เมตร โดยเริ่มจากเขตทางของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔ (ถนนบางนา - ตราด)
ฟากใต้ ซึ่งอยู่ในท้องที่อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๓๑๑๗ จนจดเขตทางของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ (ถนนสุขุมวิท) ฟากเหนือ ซึ่งอยู่ในท้องที่อำเภอบางบ่อ
จังหวัดสมุทรปราการ และบริเวณที่วัดจากเขตทางทั้งสองข้างของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๑๑๖
(ถนนบางปิ้ง - แพรกษา) ออกไปข้างละ ๕๐ เมตร โดยเริ่มจากเขตทางของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๓ ฟากตะวันออก ซึ่งอยู่ในท้องที่อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๓๑๑๖ (ถนนบางปิ้ง - แพรกษา) จนจดเขตทางของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๕๖ (ถนนกิ่งแก้ว)
ฟากตะวันตก ซึ่งอยู่ในท้องที่อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ในท้องที่อำเภอบางพลี
กิ่งอำเภอบางเสาธง อำเภอบางพลี อำเภอบางบ่อ อำเภอพระประแดง อำเภอเมืองสมุทรปราการ และอำเภอพระสมุทรเจดีย์
จังหวัดสมุทรปราการ ภายในบริเวณแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้เป็นบริเวณห้ามก่อสร้างอาคารประเภทป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้ายทุกชนิด
เว้นแต่ป้ายชื่อถนน ตรอก ซอย ป้ายของทางราชการ ป้ายตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง ป้ายเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ของสถานประกอบการ
และป้ายชื่อหมู่บ้านที่ติดตั้งบนพื้นดินที่มีพื้นที่รวมกันไม่เกิน ๕ ตารางเมตร และมีความสูงไม่เกิน
๑๒ เมตร
การวัดความสูงของป้ายให้วัดจากระดับพื้นดินถึงส่วนที่สูงที่สุดของป้าย
ข้อ ๒
ภายในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ ๑ ห้ามบุคคลใดดัดแปลงอาคารประเภทป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้ายที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ
๑
ข้อ ๓
อาคารประเภทป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้ายที่มีอยู่แล้วในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ
๑ ก่อนหรือในวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้
แต่ห้ามดัดแปลงอาคารประเภทป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้าดังกล่าวให้เป็นอาคารประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ
๑
ข้อ ๔
อาคารประเภทป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้ายที่ได้รับอนุญาตหรือใบรับแจ้งการก่อสร้างหรือดัดแปลงตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร
หรือที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเฉพาะว่าด้วยกิจการนั้น ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
และยังก่อสร้างหรือดัดแปลงไม่แล้วเสร็จ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้
แต่จะขอเปลี่ยนแปลงการขออนุญาตหรือการแจ้งให้เป็นการขัดต่อกฎกระทรวงนี้ไม่ได้
ให้ไว้
ณ วันที่ ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
พลตำรวจโท
ธีรวุฒิ บุตรศรีภูมิ
รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ
ปฏิบัติราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
แผนที่ท้ายกฎกระทรวง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง
หรือดัดแปลงอาคารประเภทป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้าย
ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่อำเภอบางพลี อำเภอบางบ่อ อำเภอพระประแดง
อำเภอเมืองสมุทรปราการ และอำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ พ.ศ. ๒๕๕๐
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง
กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารประเภทป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้ายในพื้นที่บางส่วนในท้องที่อำเภอบางพลี
กิ่งอำเภอบางเสาธง อำเภอบางพลี อำเภอบางบ่อ อำเภอพระประแดง อำเภอเมืองสมุทรปราการ และอำเภอพระสมุทรเจดีย์
จังหวัดสมุทรปราการ ลงวันที่ ๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๘
กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นต้นมา แต่มาตรา ๑๓ วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.
๒๕๒๒ บัญญัติว่า ถ้าไม่มีการออกกฎกระทรวงหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ประกาศนั้นมีผลใช้บังคับ
ให้ประกาศดังกล่าวเป็นอันยกเลิก และโดยที่สมควรห้ามก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารประเภทป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้ายต่อไปเพื่อประโยชน์ในด้านการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
การผังเมือง การสถาปัตยกรรม และการควบคุมความหนาแน่นของอาคาร จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
วัชศักดิ์/ผู้จัดทำ
๖
สิงหาคม ๒๕๕๐
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๓๔ ก/หน้า ๓๕/๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๐
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).