ประกาศกระทรวงการคลัง
ประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง
ผลการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง
ในปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๕๗
ครั้งที่ ๒[๑]
เพื่อให้เป็นไปตามความในมาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘
กระทรวงการคลังขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า
กระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
ได้ดำเนินการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗
โดยวิธีการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลังในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗
ครั้งที่ ๒ โดยมีเงื่อนไขและสาระสำคัญ ดังนี้
๑. การจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง
ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ ครั้งที่ ๒ ได้ดำเนินการจำหน่ายระหว่างวันที่ ๘ พฤษภาคม
๒๕๕๗ - ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๗ โดยจำหน่ายให้แก่ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่เป็นบุคคลธรรมดา
มูลนิธิ สถาบันอื่นที่จัดตั้งขึ้นซึ่งมีวัตถุประสงค์ไม่แสวงหากำไร
ส่วนราชการสังกัดรัฐบาลกลาง และสหกรณ์ รวมทั้งสิ้น ๔,๕๑๙ ราย โดยทำรายการซื้อพันธบัตรผ่านเคาน์เตอร์และเครื่องถอนเงินอัตโนมัติ
(ATM) ของธนาคารตัวแทนจำหน่าย ๔ แห่ง ประกอบด้วย
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โดยมีธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นนายทะเบียนตัวแทนการจ่ายเงินพันธบัตรและจัดการอื่น ๆ
ที่จำเป็น เพื่อประโยชน์ในการนี้ ตามระเบียบและวิธีการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
๒. ผลการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง
ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ ครั้งที่ ๒ เป็นพันธบัตรออมทรัพย์รุ่นอายุ ๓ ปี จำนวน ๔,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท
อัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๓.๒๕ ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๐
๓. พันธบัตรออมทรัพย์ข้างต้นมีการชำระดอกเบี้ยปีละ
๒ งวด คือ ในวันที่ ๘ พฤษภาคม และ ๘ พฤศจิกายน ของทุกปี จนกว่าพันธบัตรจะครบกำหนด
การคำนวณดอกเบี้ยคำนวณจากมูลค่าของพันธบัตร โดยใช้หลักเกณฑ์หนึ่งปีมี
๓๖๕ วัน และนับตามจำนวนวันที่เกิดขึ้นจริง เศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง
หากวันครบกำหนดชำระดอกเบี้ยตรงกับวันหยุดธนาคารแห่งประเทศไทย
ให้เลื่อนไปชำระในวันทำการถัดไปโดยไม่คำนวณดอกเบี้ยเพิ่มให้เว้นแต่ดอกเบี้ยงวดสุดท้ายจะคำนวณดอกเบี้ยเพิ่มตามจำนวนวันที่เลื่อนออกไป
ธนาคารแห่งประเทศไทยจะชำระดอกเบี้ยโดยโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝาก
(ยกเว้นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษและบัญชีเงินฝากประจำ) ให้แก่ผู้ถือกรรมสิทธิ์
ตามรายชื่อและข้อมูลที่ได้รับแจ้งจากบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย)
จำกัด (กรณีพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร) หรือตามรายชื่อทางทะเบียน
(กรณีพันธบัตรแบบมีใบตราสาร) ณ
วันทำการสุดท้ายของธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนถึงช่วงระยะเวลา ๓๐ วัน
ก่อนวันถึงกำหนดชำระดอกเบี้ย
๔. การชำระคืนต้นเงินจะดำเนินการในวันครบกำหนดไถ่ถอน
หากวันครบกำหนดไถ่ถอนตรงกับวันหยุดของธนาคารแห่งประเทศไทย
จะเลื่อนวันครบกำหนดไถ่ถอนเป็นวันทำการถัดไป
กรณีพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร (Scripless) ธนาคารแห่งประเทศไทยจะชำระคืนต้นเงินโดยโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝาก
(ยกเว้นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษและบัญชีเงินฝากประจำ)
ให้แก่ผู้ถือกรรมสิทธิ์ตามรายชื่อและข้อมูลที่ได้รับแจ้งจากบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์
(ประเทศไทย) จำกัด
กรณีพันธบัตรแบบมีใบตราสาร การชำระคืนต้นเงินตามพันธบัตร
จะกระทำได้ต่อเมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับคืนใบพันธบัตร
๕. การจำหน่ายพันธบัตรในครั้งนี้
๕.๑ ธนาคารตัวแทนจำหน่ายคิดค่าธรรมเนียมในการจำหน่ายพันธบัตรในอัตรา
๒๕๐ บาท ต่อรายการ (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของ Custodian แล้ว)
ซึ่งมีผู้ถือกรรมสิทธิ์ทำรายการซื้อพันธบัตรผ่านเคาน์เตอร์และเครื่องถอนเงินอัตโนมัติ
(ATM) ของธนาคารตัวแทนจำหน่าย ๔ แห่ง รวมทั้งสิ้น ๔,๕๑๙ ราย ซึ่งคิดเป็นค่าธรรมเนียมการจำหน่ายพันธบัตรรวมทั้งสิ้น ๑,๑๒๙,๗๕๐ บาท
ทั้งนี้ ธนาคารตัวแทนจำหน่ายจะชำระค่าธรรมเนียมการฝากพันธบัตรให้กับบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์
(ประเทศไทย) จำกัด เพื่อเป็นการนำฝากพันธบัตรออมทรัพย์ซึ่งเป็นพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร
(Scripless) โดยคำนวณตามมูลค่าพันธบัตรคงเหลือล้านละ ๑.๐๐
บาทต่อเดือน
สำหรับราคาที่ใช้ในการคำนวณมูลค่าพันธบัตรคงเหลือให้ใช้ตามราคาตราของพันธบัตร
๕.๒ ธนาคารแห่งประเทศไทยในฐานะนายทะเบียน
และตัวแทนการจ่ายเงินพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗
ครั้งที่ ๒ ได้คิดค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย ดังนี้
(๑)
ค่าธรรมเนียมในการเป็นนายทะเบียนและตัวแทนการจ่ายเงินเกี่ยวกับพันธบัตรในอัตราร้อยละ
๐.๑ ของดอกเบี้ยที่ชำระและต้นเงินกู้ตามพันธบัตรที่ชำระคืน
(๒) ค่าใช้จ่ายในการพิมพ์แบบพิมพ์พันธบัตรตามที่จ่ายจริง
ประกาศ
ณ วันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๗
พงษ์ภาณุ
เศวตรุนทร์
รองปลัดกระทรวงการคลัง
หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน
ปฏิบัติราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๗
ปริญสินีย์/ผู้ตรวจ
๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๗
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๑/ตอนพิเศษ ๒๑๑ ง/หน้า ๔/๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๗