พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
จัดวางการรถไฟและทางหลวงแก้ไขเพิ่มเติม
พุทธศักราช ๒๔๗๕
(ฉบับที่ ๒)
ประชาธิปก ป.ร.
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก
พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่สภาผู้แทนราษฎรถวายคำปรึกษาว่าสมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติจัดวางการรถไฟและทางหลวง
พุทธศักราช ๒๔๖๔ เพื่อให้ความสะดวกแก่การสร้างรถไฟหัตถกรรมยิ่งขึ้น
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ด้วยความแนะนำยินยอมของสภาผู้แทนราษฎรโดยบทมาตราต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า พระราชบัญญัติจัดวางการรถไฟและทางหลวงแก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๕ (ฉบับที่
๒)
มาตรา ๒[๑] ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้เติมข้อความต่อไปนี้เป็นวรรค ๒ และวรรค
๓ ในมาตรา ๑๔๔ แห่งพระราชบัญญัติจัดวางการรถไฟและทางหลวง พุทธศักราช ๒๔๖๔
แต่ว่ารถไฟหัตถกรรมที่เดินทั้งภายในและภายนอกบริเวณที่ดินอันเป็นที่ประกอบการของห้างหรือบริษัทนั้น
ถ้าหากใช้ลากเข็นด้วยแรงคนหรือแรงสัตว์และเดินบนทางชั่วคราวเพื่อกิจการชั่วคราวมีกำหนดไม่เกินสองปี
และมิได้มีการบังคับซื้อที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นไซร้ ท่านให้ใช้บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้อันว่าด้วยรถไฟหัตถกรรมที่เดินเฉพาะภายในบริเวณที่ดินอันเป็นที่ประกอบการของห้างหรือบริษัทนั้นเป็นบทบังคับ
คำร้องขออนุญาตสร้างและเดินรถไฟชนิดนี้และคำร้องขออนุญาตใช้ที่หลวงชั่วคราว
เพื่อประโยชน์แห่งการนั้น ท่านให้ยื่นต่อสมุหเทศาภิบาลเพื่อให้แสดงความเห็นแล้วส่งต่อไปยังสภากรรมการรถไฟ
สภากรรมการรถไฟมีอำนาจที่จะสั่งอนุญาตตามคำร้องโดยกำหนดให้เสียค่าเช่าในการใช้ที่หลวงชั่วคราว
และกำหนดเงื่อนไขเพื่อรักษาประโยชน์ของบุคคลภายนอก
และความปลอดภัยแห่งประชาชนตามแต่จะเห็นควร
การให้อนุญาตนั้นท่านว่าจะให้ได้ต่อเมื่อสมุหเทศาภิบาลได้แสดงความเห็นว่าควรให้อนุญาตเท่านั้น
ถ้าสภากรรมการรถไฟสั่งยกคำร้องเสีย
เพราะเหตุรถไฟนั้นมิได้อยู่ในความหมายของวรรคสอง แห่งมาตรานี้ไซร้
ท่านว่าการที่สั่งยกคำร้องเสียนั้นไม่เป็นการตัดสิทธิของผู้ร้องในอันที่จะดำเนินการตามความในวรรคหนึ่ง
ประกาศมา ณ วันที่ ๑๗ พฤศจิกายน
พุทธศักราช ๒๔๗๕ เป็นปีที่ ๘ ในรัชกาลปัจจุบัน
ผู้รับพระบรมราชโองการ
พระยามโนปกรณ์นิติธาดา
ประธานคณะกรรมการราษฎร
ดวงใจ/แก้ไข
๑๒ ธ.ค. ๔๔
A+B (C)
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๔๙/-/หน้า ๕๑๓/๒๗ พฤศจิกายน ๒๔๗๕
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).