กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
กำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตรสำหรับการปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี
สำหรับฟาร์มผลิตลูกกุ้งขาวแวนนาไมปลอดโรคเป็นมาตรฐานบังคับ
พ.ศ. ๒๕๕๙
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๕ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. ๒๕๕๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑[๑] กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสองร้อยเจ็ดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒ ให้มาตรฐานสินค้าเกษตร เลขที่ มกษ. ๗๔๓๒ - ๒๕๕๘ ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร : การปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดีสำหรับฟาร์มผลิตลูกกุ้งขาวแวนนาไมปลอดโรค ตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. ๒๕๕๑ ลงวันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นมาตรฐานบังคับ
ให้ไว้ ณ วันที่ ๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๙
พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากการเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไมในประเทศไทยประสบปัญหาเรื่องโรคกุ้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคเอเอชพีเอ็นดี (AHPND) หรือ acute hepatopancreatic necrosis disease) ในลูกกุ้งขาวแวนนาไมซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไมเป็นอย่างมากจึงจำเป็นต้องมีการควบคุมการเพาะลูกกุ้งขาวแวนนาไม เพื่อป้องกันไม่ให้มีการถ่ายทอดโรคจากพ่อแม่พันธุ์มาสู่ลูกกุ้งขาวแวนนาไม และควบคุมไม่ให้มีการแพร่กระจายของโรคในฟาร์มผลิต โดยกำหนดเกณฑ์การปฏิบัติที่ดีสำหรับฟาร์มผลิตลูกกุ้งขาวแวนนาไมในส่วนการเพาะลูกกุ้งขาวแวนนาไมระยะนอเพลียส ในการนี้ ได้มีประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร : การปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดีสำหรับฟาร์มผลิตลูกกุ้งขาวแวนนาไมปลอดโรค ตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. ๒๕๕๑ ลงวันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๘ และได้มีการดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของตัวแทนของกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียหรือผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้องครบถ้วนตามความในมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. ๒๕๕๑ แล้ว สมควรกำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตรสำหรับการปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดีสำหรับฟาร์มผลิตลูกกุ้งขาวแวนนาไมปลอดโรคเป็นมาตรฐานบังคับ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ชวัลพร/ปริยานุช/จัดทำ
๒๓ กันยายน ๒๕๕๙
นุสรา/ตรวจ
๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓/ตอนที่ ๘๒ ก/หน้า ๒๓/๒๑ กันยายน ๒๕๕๙
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).