พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
บำรุงพืช
พุทธศักราช ๒๔๘๓
ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร
ลงวันที่ ๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๐)
อาทิตย์ทิพอาภา
พล.อ. พิชเยนทร โยธิน
ตราไว้ ณ วันที่ ๒๔ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๘๓
เป็นปีที่ ๗ ในรัชกาลปัจจุบัน
โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า
สมควรส่งเสริมการเพาะปลูกของกสิกรให้เป็นผลดียิ่งขึ้น
จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร
ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า พระราชบัญญัติบำรุงพืช
พุทธศักราช ๒๔๘๓
มาตรา ๒[๑]
ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
และจะใช้บังคับเฉพาะเขตบำรุงใด เฉพาะพืชชนิดใด ให้ประกาศโดยพระราชกฤษฎีกา
มาตรา ๓
ในพระราชบัญญัตินี้
รัฐมนตรี หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
พันธุ์พืช หมายความว่า เมล็ด ต้น กอ กิ่ง
หรือส่วนอื่นใดของพืชที่ใช้สำหรับทำพันธุ์
กสิกร หมายความว่า
บุคคลผู้ทำการเพาะปลูกเพื่ออาชีพในที่ดินที่ตนยึดถือ
เขตบำรุง หมายความว่า ท้องที่ซึ่งประกาศโดยพระราชกฤษฎีกา
ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้บังคับ
พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายความว่า
บุคคลที่รัฐมนตรีได้แต่งตั้งให้มีหน้าที่ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๔
ในเขตบำรุงใด จะควบคุมการเพาะปลูกพืชชนิดใดโดยให้ใช้พันธุ์พืชอย่างใด
ให้รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๕
ในเขตบำรุง ให้กสิกรใช้พันธุ์พืชตามที่รัฐมนตรีกำหนดตามความในมาตรา ๔
และให้ปฏิบัติตามวิธีการอันว่าด้วยการบำรุงรักษาพันธุ์พืชและการบำรุงดินตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
ในกรณีเฉพาะเรื่อง
เพื่อประโยชน์แก่การทดลองหรือเพื่อประโยชน์อื่นใดเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นสมควร
ให้มีอำนาจอนุญาตเป็นหนังสือให้กสิกรใช้พันธุ์พืชอื่นได้
มาตรา ๖
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปตรวจตราและแนะนำให้กสิกรปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๗
กสิกรผู้ใด ไม่ปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจตักเตือนเป็นหนังสือโดยกำหนดเวลาให้ตามที่เห็นสมควรเพื่อให้ปฏิบัติการให้ถูกต้อง
หรือจะสั่งให้ทำคำรับรองว่าจะไม่กระทำการฝ่าฝืนเช่นนั้นอีกก็ได้
มาตรา ๘
กสิกรผู้ใด
ไม่ปฏิบัติตามคำตักเตือนของพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในกำหนดเวลาที่ได้กำหนดให้
หรือกระทำการฝ่าฝืนผิดจากคำรับรองหรือ ขัดขืนไม่ยอมทำคำรับรองดังกล่าวในมาตรา ๗
มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสิบสองบาท
เงินที่ได้จากค่าปรับเช่นว่านี้
ให้ถือเป็นเงินช่วยบำรุงท้องที่ตามความหมายของประมวลรัษฎากร
มาตรา ๙
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตราธิการรักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
กับให้มีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดรายละเอียดพันธุ์พืชที่ให้กสิกรใช้
แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่
และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พิบูลสงคราม
นายกรัฐมนตรี
พชร สุขสุเมฆ
อรดา เชาวน์วโรดม
หทัยชนก ทรัพยัย
จัดทำ
๑๙/๐๕/๔๖
สุนันทา
๓๐/๐๓/๔๗
[๑] รก.๒๔๘๔/-/๔๐/๓ มกราคม ๒๔๘๔
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).