พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
จดทะเบียนเครื่องจักร
พ.ศ.
๒๕๑๔
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้
ณ วันที่ ๑๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๔
เป็นปีที่
๒๖ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการจดทะเบียนเครื่องจักร
เพื่อให้เครื่องจักรเป็นสังหาริมทรัพย์ที่สามารถจดทะเบียนจำนองและทำนิติกรรมอื่นได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติจดทะเบียนเครื่องจักร
พ.ศ. ๒๕๑๔
มาตรา ๒[๑]
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้
เครื่องจักร หมายความว่า
สิ่งที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนหลายชิ้นสำหรับใช้ก่อกำเนิด พลังงาน เปลี่ยน
หรือแปลงสภาพพลังงาน หรือส่งพลังงาน ทั้งนี้ด้วยกำลังน้ำ ไอน้ำ เชื้อเพลิง ลม ก๊าซ
ไฟฟ้า
หรือพลังงานอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกันและหมายความรวมถึงเครื่องอุปกรณ์
ไฟลวีล ปุลเล สายพาน เพลา เกียร์ หรือสิ่งอื่นที่ทำงานสนองกัน
เจ้าของ หมายความว่า
ผู้ถือกรรมสิทธิ์
จดทะเบียนเครื่องจักร หมายความว่า
การจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เครื่องจักรและหรือการจดทะเบียนนิติกรรมอื่นเกี่ยวกับเครื่องจักรในภายหลัง
นายทะเบียน หมายความว่า
นายทะเบียนเครื่องจักรกลาง หรือนายทะเบียนเครื่องจักรประจำจังหวัด แล้วแต่กรณี
พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายความว่า
นายทะเบียน และเจ้าพนักงานซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
รัฐมนตรี หมายความว่า
รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๔
เครื่องจักรใดที่จะจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ได้ตามพระราชบัญญัตินี้ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๕
เครื่องจักรใดเมื่อได้จดทะเบียนกรรมสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้แล้ว
ให้ถือว่าเป็นสังหาริมทรัพย์ที่อาจจำนองได้ตามมาตรา ๗๐๓ (๔)
แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๒๙๙ มาตรา ๑๓๐๐ และมาตรา
๑๓๐๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๖
เจ้าของเครื่องจักรใดประสงค์จะจดทะเบียนเครื่องจักรให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้
ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๗
ให้จัดตั้งสำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลางขึ้นในกระทรวงอุตสาหกรรม
มีอำนาจหน้าที่ในการจดทะเบียนเครื่องจักรทุกจังหวัดและมีหน้าที่ควบคุม
สำนักงานทะเบียนเครื่องจักรประจำจังหวัดที่จะได้จัดตั้งขึ้นให้ดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้
รัฐมนตรีมีอำนาจออกประกาศในราชกิจจานุเบกษาจัดตั้งสำนักงานทะเบียนเครื่องจักรประจำจังหวัดโดยให้มีอำนาจหน้าที่ในการจดทะเบียนเครื่องจักรในจังหวัดนั้น
หรือจะให้มีอำนาจหน้าที่ในจังหวัดอื่นใดด้วยก็ได้
ให้มีนายทะเบียนเครื่องจักรกลางในสำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลางและมีนายทะเบียนเครื่องจักรประจำจังหวัดในสำนักงานทะเบียนเครื่องจักรประจำจังหวัด
และให้นายทะเบียนเครื่องจักรกลางมีหน้าที่ควบคุมสำนักงานทะเบียนเครื่องจักรประจำจังหวัดด้วย
ให้นายทะเบียนเครื่องจักรกลางและนายทะเบียนเครื่องจักรประจำจังหวัดมีอำนาจหน้าที่ในการจดทะเบียนเครื่องจักร
มาตรา ๘ หลักเกณฑ์
วิธีการและแบบในการจดทะเบียนเครื่องจักรรวมตลอดถึงการประทับหรือทำเครื่องหมายการจดทะเบียนไว้ที่เครื่องจักรและการออกหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องจักร
ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๙
ในการดำเนินการจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เครื่องจักร
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสอบถามข้อเท็จจริง
และให้ผู้ขอจดทะเบียนส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องหรือนำบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำได้ตามความจำเป็น
ถ้ามีกรณีเป็นที่ควรเชื่อได้ว่าการขอจดทะเบียนนั้นไม่ถูกต้อง
นายทะเบียนอาจปฏิเสธการขอจดทะเบียนนั้นเสียได้
โดยแจ้งเหตุที่ไม่ถูกต้องเป็นหนังสือแก่ผู้ขอจดทะเบียน
เมื่อการขอจดทะเบียนนั้นเป็นการถูกต้อง ให้นายทะเบียนออกหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องจักรให้
มาตรา ๑๐
ถ้าหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องจักรสูญหายหรือถูกทำลายให้ผู้ถือหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนยื่นคำขอรับใบแทนต่อนายทะเบียนที่ได้ออกหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนนั้น
ใบแทนให้มีข้อความและรายการเช่นเดียวกับหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียน
มาตรา ๑๑
เจ้าของเครื่องจักรที่ได้จดทะเบียนไว้ตามพระราชบัญญัตินี้แล้ว
ประสงค์จะย้ายเครื่องจักรไปจากที่ตั้งเดิม
แต่ยังอยู่ภายในอำนาจหน้าที่ของสำนักงานทะเบียนเดียวกัน
ให้แจ้งเป็นหนังสือต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่ได้จดทะเบียนไว้ขอย้ายเครื่องจักรและแจ้งวันที่จะย้ายเครื่องจักรเสร็จ
ในการนี้ให้นำหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องจักรกับแผนผังรายการเครื่องจักรที่จะย้ายไปตั้งใหม่มาให้นายทะเบียนตรวจสอบด้วย
เมื่อได้ย้ายเสร็จแล้วให้แก้ไขทะเบียนให้ถูกต้อง
ในกรณีจะย้ายเครื่องจักรไปอยู่ ณ
ที่ตั้งใหม่ภายในอำนาจหน้าที่ของสำนักงานทะเบียนต่างแห่งกัน
ให้เจ้าของเครื่องจักรปฏิบัติตามความในวรรคหนึ่งและให้นายทะเบียนแห่งท้องที่ที่เครื่องจักรได้จดทะเบียนไว้
แจ้งไปยังนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่เครื่องจักรนั้นจะย้ายไปตั้งใหม่
แล้วให้นายทะเบียนออกหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องจักรให้ใหม่
ในการย้ายเครื่องจักรที่ได้จดทะเบียนจำนองไว้แล้ว
ให้เจ้าของเครื่องจักรนำหนังสือยินยอมของผู้รับจำนองมาแสดงต่อนายทะเบียน
และให้ถือว่าเครื่องจักรที่ย้ายไปนั้นยังติดสิทธิจำนองสืบเนื่องกันไปด้วย
มาตรา ๑๒ ในกรณีที่เครื่องจักรที่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้แล้วได้มีการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญไปจากรายการที่ได้จดทะเบียนไว้
ให้ผู้ถือหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเกี่ยวกับเครื่องจักรนำหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนมาขอจดทะเบียนใหม่ต่อนายทะเบียนที่ได้ออกหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนนั้น
ภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่ได้มีการเปลี่ยนแปลง
ในการเปลี่ยนแปลงตามวรรคหนึ่งของเครื่องจักรที่ได้จดทะเบียนจำนองไว้แล้ว
ให้เจ้าของเครื่องจักรนำหนังสือยินยอมของผู้รับจำนองมาแสดงต่อนายทะเบียน
และให้ถือว่าทรัพย์ที่ได้เปลี่ยนแปลงไปนั้นเป็นทรัพย์จำนองแทนที่ทรัพย์เดิม
มาตรา ๑๓
ในกรณีไถ่ถอนการจำนองหรือการขายฝากซึ่งเครื่องจักรที่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้แล้ว
ให้เจ้าของหรือผู้ขายฝากซึ่งเครื่องจักรนำหลักฐานแสดงการไถ่ถอนการจำนองหรือการขายฝากของผู้รับจำนองหรือผู้รับซื้อฝากพร้อมกับหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องจักรมาขอจดทะเบียนการไถ่ถอนต่อนายทะเบียนที่ได้ออกหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนนั้น
เมื่อนายทะเบียนตรวจเป็นการถูกต้อง
ก็ให้จดลงในหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนให้ปรากฏการไถ่ถอนนั้น
มาตรา ๑๔ ผู้ใด เมื่อได้เสียค่าธรรมเนียมแล้ว
ชอบที่จะตรวจเอกสารซึ่งนายทะเบียนเก็บรักษาไว้ได้
หรือจะขอให้คัดสำเนาเอกสารฉบับใดๆ พร้อมด้วยคำรับรองว่าถูกต้องมอบให้ก็ได้
มาตรา ๑๕ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๑ หรือมาตรา ๑๒
ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท
มาตรา ๑๖ การกระทำความผิดตามมาตรา ๑๕
ถ้าเป็นเครื่องจักรที่ได้จดทะเบียนจำนองไว้แล้ว
และการกระทำนั้นเป็นไปโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้รับจำนอง
ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองพันบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๑๗
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งนายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่กับออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราในบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้และกำหนดกิจการเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงนั้น
เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล
ถนอม กิตติขจร
นายกรัฐมนตรี
บัญชีอัตราค่าธรรมเนียม
เลขลำดับ
รายการ
อัตราค่าธรรมเนียมไม่เกิน
๑
ค่าจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เครื่องจักร
เครื่องละ
๕๐๐
บาท หรือถ้าจดทะเบียน
หลายเครื่องในโรงงานเดียวและคราว
เดียวกัน
ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท
๒
ค่าออกใบแทนหนังสือสำคัญแสดงการ
จดทะเบียนเครื่องจักร
ฉบับละ
๒๐ บาท
๓
ค่าเครื่องหมายการจดทะเบียนซึ่ง
เจ้าพนักงานได้ประทับหรือทำไว้ที่
เครื่องจักร
เครื่องหมายละ
๕๐
บาท หรือถ้าประทับหรือ
ทำไว้หลายเครื่องในโรงงานเดียวและ
คราวเดียวกัน
ไม่เกิน ๕๐๐ บาท
๔
ค่าจดทะเบียนใหม่ตามมาตรา
๑๑
หรือมาตรา
๑๒ ครั้งละ
๕๐
บาท
๕
ค่าจดทะเบียนการจำนองเครื่องจักร
พันละ
๑ ของจำนวนเงินที่จำนอง แต่
อย่างสูงไม่เกิน
๕๐๐,๐๐๐ บาท
๖
ค่าจะทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเครื่อง-
จักรที่ได้จดทะเบียนแล้ว
อย่างอื่น
นอกจากจำนอง
ครั้งละ
๕๐
บาท
๗
ค่าคำขอหรือแบบพิมพ์ต่างๆ
ฉบับละ
๑
บาท
๘
ค่าตรวจเอกสารซึ่งนายทะเบียนเก็บ
รักษาไว้
ครั้งละ
๕
บาท
๙
ค่าคัดสำเนาเอกสารพร้อมด้วยคำรับรอง
ว่าถูกต้อง
หน้าละ
๕
บาท
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ในปัจจุบันการจำนองเครื่องจักรไม่อาจกระทำได้ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
เพราะเครื่องจักรมิใช่สังหาริมทรัพย์ซึ่งได้จดทะเบียนไว้แล้วตามกฎหมาย
จึงสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยการจดทะเบียนเครื่องจักรขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมนำเครื่องจักรที่ได้จดทะเบียนแล้วไปจำนองได้
ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีเงินทุนสำหรับดำเนินกิจการเพิ่มมากขึ้น
อันจะเป็นประโยชน์แก่การพัฒนาประเทศในด้านอุตสาหกรรม
สัญชัย/ผู้จัดทำ
๒๔
กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๘/ตอนที่ ๔๔/หน้า ๒๔๖/๒๗ เมษายน ๒๕๑๔
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).