พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
จัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยมหิดล
ทบวงมหาวิทยาลัย
(ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๓๘
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๓
พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๘
เป็นปีที่ ๕๐
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการจัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยมหิดล
ทบวงมหาวิทยาลัย
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๘
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๕) พุทธศักราช
๒๕๓๘ และมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. ๒๕๓๐
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยมหิดล
ทบวงมหาวิทยาลัย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๘
มาตรา ๒[๑]
พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓
ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๒๐ ทวิ) ของมาตรา ๔
แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยมหิดล ทบวงมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๓๘
(๒๐ ทวิ) ศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬา
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
บรรหาร ศิลปอาชา
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
โดยที่เป็นการเตรียมการเพื่อรองรับการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์
ครั้งที่ ๑๓ ซึ่งจะมีขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๔๑ ตามนโยบายของรัฐบาล
สมควรจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬาในมหาวิทยาลัยมหิดล
เพื่อเป็นศูนย์กลางในการตรวจสอบ ควบคุม
และป้องกันการใช้สารต้องห้ามในนักกีฬาที่ได้มาตรฐานและได้รับการรับรองมาตรฐานจากคณะกรรมการโอลิมปิคสากลสามารถให้บริการตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬาให้แก่นักกีฬาของชาติต่าง
ๆ ในภูมิภาคได้ รวมทั้งเพื่อเป็นศูนย์ทางวิชาการเกี่ยวกับสารต้องห้ามในนักกีฬาด้วย
และโดยที่มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. ๒๕๓๐
บัญญัติว่า การจัดตั้งการรวม การยุบ บัณฑิตวิทยาลัย คณะวิทยาลัย สถาบัน ศูนย์
สำนัก และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
ให้ทำเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
วิภา/ผู้จัดทำ
๑๕ มีนาคม ๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๒/ตอนที่ ๔๘ ก/หน้า ๔/๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๓๘
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).