ข้อ ๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๑๕/๑
แห่งกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน พ.ศ. ๒๕๖๐
ข้อ ๑๕/๑ ให้รถยนต์รับจ้างที่จดทะเบียนระหว่างวันที่
๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม
พ.ศ. ๒๕๖๓ มีอายุการใช้งานสิบสองปีนับแต่วันที่รถยนต์นั้นจดทะเบียนครั้งแรก
ทั้งนี้
เมื่อรถยนต์รับจ้างดังกล่าวมีอายุการใช้งานตั้งแต่เก้าปีนับแต่วันที่รถยนต์นั้นจดทะเบียนครั้งแรก
ต้องมีการตรวจสภาพรถตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๑๕ ทวิ
อย่างน้อยปีละสี่ครั้ง
กรณีรถยนต์รับจ้างตามวรรคหนึ่งมีอายุการใช้งานครบเก้าปีนับแต่วันที่รถยนต์นั้นจดทะเบียนครั้งแรก และได้มีการจดทะเบียนเปลี่ยนประเภทไปแล้วก่อนวันที่
๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๔ หากรถยนต์นั้นมีอายุการใช้งานยังไม่ครบสิบสองปีนับแต่วันจดทะเบียนครั้งแรก
ให้สามารถจดทะเบียนเปลี่ยนประเภทกลับมาใช้เป็นรถยนต์รับจ้างต่อไปได้จนกว่าจะครบอายุการใช้งานสิบสองปีนับแต่วันที่รถยนต์นั้นจดทะเบียนครั้งแรก ทั้งนี้ เว้นแต่ได้มีการโอนรถยนต์นั้นให้แก่บุคคลอื่นแล้วจะใช้รถยนต์นั้นเป็นรถยนต์รับจ้างอีกไม่ได้
ให้นำความในข้อ ๑๑ วรรคสอง
มาใช้บังคับแก่รถยนต์รับจ้างที่ครบอายุการใช้งานตามวรรคหนึ่งด้วยโดยอนุโลม
ให้ไว้
ณ วันที่ ๒๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
ศักดิ์สยาม
ชิดชอบ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ในประเทศไทย
ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพให้บริการรถยนต์รับจ้างอย่างรุนแรง
ประกอบกับในปัจจุบันอุปกรณ์สื่อสารต่าง ๆ ได้มีการพัฒนาให้สามารถใช้ติดตามรถได้อย่างมีประสิทธิภาพและด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าการใช้เครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถ
ดังนั้น
เพื่อเป็นการลดภาระและบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นแก่ผู้ประกอบอาชีพให้บริการรถยนต์รับจ้าง
สมควรขยายอายุการใช้งานของรถยนต์รับจ้างที่จดทะเบียนระหว่างวันที่ ๒๖ ธันวาคม พ.ศ.
๒๕๕๑ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ซึ่งครบอายุการใช้งานในช่วงที่มีการจำกัดการเดินทางอันเนื่องมาจากการระบาดของโรคติดเชื้อดังกล่าว
ให้มีอายุการใช้งานสิบสองปีนับแต่วันที่รถยนต์นั้นจดทะเบียนครั้งแรก รวมทั้งกำหนดให้นำอุปกรณ์สื่อสารหรืออุปกรณ์อื่นที่มีระบบหรือเทคโนโลยีติดตามรถมาใช้ในการติดตามรถยนต์รับจ้างได้ด้วย
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
วิวรรธน์/จัดทำ
๓๑
มกราคม ๒๕๖๔
สุภาทิพย์/ตรวจ
๑
กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๗/ตอนที่ ๑๐๗ ก/หน้า ๑/๓๐
ธันวาคม ๒๕๖๓