กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๔๐)
ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
พ.ศ. ๒๕๓๙[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ มาตรา ๖๙ วรรคสาม และมาตรา ๗๐ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
พ.ศ. ๒๕๓๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑
ในกฎกระทรวงนี้
สถาบันการเงิน หมายความว่า
สถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตให้จัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
หรือได้รับอนุญาตให้จัดการกองทุนส่วนบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
รัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น หมายความว่า
รัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือประกาศของคณะปฏิวัติ
ธนาคาร หมายความว่า
ธนาคารพาณิชย์และธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น
ซึ่งประกอบกิจการภายในราชอาณาจักร
ตราสารแสดงสิทธิในหนี้ หมายความว่า พันธบัตร ตั๋วแลกเงิน
ตั๋วสัญญาใช้เงิน หุ้นกู้ รวมทั้งตราสารอื่น ๆ ที่มีลักษณะอย่างเดียวกัน
บริษัทจัดการกองทุน หมายความว่า
สถาบันการเงินที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการจัดการกองทุน
กองทุนย่อย หมายความว่า
เงินของกองทุนที่แบ่งออกเป็นส่วนย่อยเพื่อให้บริษัทจัดการกองทุนแต่ละรายรับไปดำเนินการจัดหาผลประโยชน์
บริษัทเงินทุน หมายความว่า บริษัทเงินทุน
หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน
ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์
หน่วยลงทุน หมายความว่า
หน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ข้อ ๒
เงินของกองทุนให้นำไปลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูง ไม่น้อยกว่าร้อยละหกสิบของเงินของกองทุน
และจะนำไปลงทุนในหุ้น หุ้นกู้ หุ้นกู้แปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ หรือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นที่ออกโดยบริษัทใดเกินกว่าร้อยละสิบของเงินของกองทุนมิได้
ข้อ ๓
คณะกรรมการอาจแบ่งเงินของกองทุนออกเป็นกองทุนย่อย โดยแต่ละกองทุนย่อยให้มีมูลค่าตามที่กำหนดก็ได้
ในการจัดการเงินของกองทุน คณะกรรมการอาจดำเนินการจัดการเอง
หรืออาจมอบหมายให้บริษัทจัดการกองทุนเป็นผู้จัดการเงินของกองทุนย่อยกองทุนหนึ่งหรือหลายกองทุนก็ได้
ข้อ ๔
ในกรณีที่คณะกรรมการมอบหมายให้บริษัทจัดการกองทุนเป็นผู้จัดการเงินของกองทุนย่อยให้บริษัทจัดการกองทุนดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้
(๑) บริษัทจัดการกองทุนจะนำเงินของกองทุนย่อยไปซื้อหุ้น
หุ้นกู้แปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญหรือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นของบริษัทจัดการกองทุนนั้นมิได้
(๒)
ต้องลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังต่อไปนี้ไม่น้อยกว่าร้อยละหกสิบของเงินของกองทุนย่อย
(ก) เงินสด เงินฝากธนาคาร
หรือบัตรเงินฝากที่ธนาคารเป็นผู้ออก
(ข) พันธบัตรของรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง
หรือพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย
(ค)
ตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่รัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นเป็นผู้ออก
(ง)
ตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย
(จ) ตั๋วแลกเงินที่ธนาคารเป็นผู้รับรอง สลักหลัง หรือรับอาวัล
หรือตั๋วสัญญาใช้เงินที่ธนาคารเป็นผู้สลักหลังหรือรับอาวัล
โดยไม่มีข้อจำกัดความรับผิด
(ฉ) ตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่ธนาคารเป็นผู้ออก
(ญ)
ตราสารแสดงสิทธิในหนี้ของบริษัทที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือซึ่งได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
และที่อยู่ในระดับตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้
โดยลงทุนได้ไม่เกินร้อยละสิบของเงินของกองทุนย่อย
(๓)
บริษัทจัดการกองทุนอาจนำเงินของกองทุนย่อยไปลงทุนในทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังต่อไปนี้ได้
แต่ต้องไม่เกินร้อยละสี่สิบของเงินของกองทุนย่อย
(ก)
ตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ นอกจากตราสารตาม
(๒) (ค) บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม
บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมขนาดย่อม บริษัทเงินทุน หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์
เป็นผู้ออก
(ข) หน่วยลงทุนหรือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุน
(ค) หุ้น หรือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น
(ง) หุ้นกู้หรือหุ้นกู้แปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ
นอกจากตราสารแสดงสิทธิในหนี้ตามที่ได้กำหนดไว้แล้วในข้ออื่น
(จ) บัตรเงินฝากที่บริษัทเงินทุนเป็นผู้ออก
(ฉ)
ตั๋วแลกเงินที่บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์เป็นผู้รับรอง สลักหลัง หรือรับอาวัล
หรือตั๋วสัญญาใช้เงินที่บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์
เป็นผู้สลักหลังหรือรับอาวัล โดยไม่มีข้อจำกัดความรับผิด
(ช)
ตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหลักทรัพย์เพื่อธุรกิจหลักทรัพย์จำกัด เป็นผู้ออก
(ซ)
ทรัพย์สินอื่นตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
โดยอาจกำหนดหลักเกณฑ์ให้ถือปฏิบัติด้วยก็ได้
การลงทุนในทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใดตาม (๓) (ค) และ (ง)
ที่ออกโดยบริษัทใดบริษัทหนึ่งต้องไม่เกินร้อยละสองของเงินของกองทุนย่อย
และเมื่อรวมกันทุกบริษัทต้องไม่เกินร้อยละสิบของเงินของกองทุนย่อย
ข้อ ๕
การจัดการเงินของกองทุนที่คณะกรรมการเป็นผู้ดำเนินการจัดการเอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามข้อ
๔
ข้อ ๖
การตีราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔
ให้ถือราคาทุนรวมทั้งค่าใช้จ่ายที่จ่ายไปเพื่อให้ได้ทรัพย์สินนั้นมา โดยให้มีการปรับราคาทรัพย์สินอย่างน้อยทุกสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีของกองทุน
ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
ข้อ ๗
การซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียน นอกจากหลักทรัพย์จดทะเบียนตามข้อ ๔ (๒) (ข)
และ (ค) ต้องกระทำในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ข้อ ๘
การจัดการกองทุนนอกจากที่กำหนดไว้ในข้อ ๔ คณะกรรมการอาจมอบหมายให้บริษัทจัดการกองทุนดำเนินการดังต่อไปนี้
ตามที่เห็นสมควรก็ได้
(๑) ขาย แลกเปลี่ยน ขายฝาก จำนอง ปลดจำนองให้แก่ผู้จำนอง
หรือโอนสิทธิจำนองอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ที่อาจจำนองได้
(๒) ก่อตั้งหรือระงับทั้งหมดหรือบางส่วน
ซึ่งทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือตามกฎหมายอื่น
(๓)
จำหน่ายหรือทำข้อผูกพันที่จะให้จำหน่ายไปซึ่งสิทธิเรียกร้องที่จะมุ่งก่อตั้งหรือโอนไปซึ่งทรัพยสิทธิในที่ดิน
หรือที่จะให้ที่ดินปลอดจากทรัพยสิทธิดังกล่าว
(๔) ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เกินสามปี
หรือให้เช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์
(๕) ขายหรือแลกเปลี่ยนสังหาริมทรัพย์ที่มีทะเบียนแสดงกรรมสิทธิหรือเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์
ข้อ ๙
เงินสำรองตามมาตรา ๗๒ ให้นำไปลงทุนในตราสารแสดงสิทธิในหนี้ของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจก่อน
แต่หากขณะใดขณะหนึ่งไม่มีตราสารดังกล่าวให้ลงทุน คณะกรรมการจะประกาศกำหนดให้นำเงินของกองทุนไปลงทุนตามหลักเกณฑ์และวิธีการในข้อ
๔ ก็ได้
ข้อ ๑๐
ในกรณีที่ปรากฏว่าบริษัทจัดการกองทุนบริษัทใดได้จัดการเงินของกองทุนย่อยไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อ
๒ และข้อ ๔ ให้บริษัทจัดการกองทุนนั้นดำเนินการแก้ไขให้เป็นไปตามบทบัญญัติดังกล่าวโดยไม่ชักช้าแต่ต้องไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ไม่เป็นไปตามนั้น
ข้อ ๑๑
ให้กำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการจัดการกองทุนไว้ ดังต่อไปนี้
(๑) ค่าตอบแทนสำหรับบริษัทจัดการกองทุนปีละไม่เกินร้อยละ ๕
ของผลประโยชน์ที่กองทุนได้รับจากการลงทุน
(๒) ค่าธรรมเนียมและค่าอากรแสตมป์ตามที่จ่ายจริง
ข้อ ๑๒
ให้บริษัทจัดการกองทุนยื่นรายงานแสดงการจัดการกองทุนประจำเดือนต่อคณะอนุกรรมการจัดการลงทุน
ภายในวันที่ ๒๐ ของเดือนถัดจากเดือนที่จะต้องรายงาน โดยให้ยื่นตามแบบที่คณะอนุกรรมการจัดการลงทุนกำหนด
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๐
ทนง พิทยะ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากมาตรา ๖๙
วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙
กำหนดให้คุณสมบัติของผู้รับดำเนินการ วิธีดำเนินการ
และค่าใช้จ่ายในการดำเนินการหาประโยชน์ของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
และมาตรา ๗๐ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวกำหนดให้เงินของกองทุนให้ลงทุนได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
โชติกานต์/ปรับปรุง
๒๘ เมษายน ๒๕๕๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๔/ตอนที่ ๔๗ ก/หน้า ๓๔/๑๒ กันยายน ๒๕๔๐
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).