ข้อ ๒ ให้ทางน้ำชลประทานคลองระพีพัฒน์แยกใต้ จากกิโลเมตรที่ ๖.๔๐๐ ฝั่งตะวันตกในท้องที่ตำบลนพรัตน์ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ฝั่งตะวันออก ในท้องที่ตำบลหนองหมู อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี ถึงกิโลเมตรที่ ๒๘.๓๐๐ ในท้องที่ตำบลบึงน้ำรักษ์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ตามแนวเขตแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้ เป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐
ธีระ สูตะบุตร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
[เอกสารแนบท้าย]
๑. แผนที่ท้ายกฎกระทรวงกำหนดให้ทางน้ำชลประทานในเขตโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตเหนือเป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน พ.ศ. ๒๕๕๐
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้ทางน้ำชลประทานคลองระพีพัฒน์แยกตะวันตก จากกิโลเมตรที่ ๑๒.๒๐๐ ฝั่งเหนือ ในท้องที่ตำบลหนองโรง อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ฝั่งใต้ ในท้องที่ตำบลบึงกาสาม อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานีถึงกิโลเมตรที่ ๓๖.๖๐๐ ฝั่งเหนือ ในท้องที่ตำบลพยอม อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฝั่งใต้ ในท้องที่ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี และทางน้ำชลประทานคลองระพีพัฒน์แยกใต้จากกิโลเมตรที่ ๖.๔๐๐ ฝั่งตะวันตก ในท้องที่ตำบลนพรัตน์ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ฝั่งตะวันออก ในท้องที่ตำบลหนองหมู อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี ถึงกิโลเมตรที่ ๒๘.๓๐๐ ในท้องที่ตำบลบึงน้ำรักษ์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี เป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน เพื่อให้เกิดประโยชน์จากการใช้น้ำอย่างเต็มที่ และเนื่องจากมาตรา ๘ (๑) แห่งพระราชบัญญัติการชลประทานหลวงพุทธศักราช ๒๔๘๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๘ บัญญัติให้ทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทานต้องกำหนดโดยกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๙ มกราคม ๒๕๕๑
วิมล/ปรับปรุง
๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๗
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๙๙ ก/หน้า ๑๔/๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๐