ข้อ ๓
การสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล
ด้านการบริหารและการจัดการและด้านกฎหมาย ตามมาตรา ๑๕ (๑) มาตรา ๑๗ (๑) หรือมาตรา
๑๙ (๑) เพื่อแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.พ กระทรวง อ.ก.พ. กรม หรือ อ.ก.พ.
จังหวัด ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้
(๑)
ให้มีคณะกรรมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิใน อ.ก.พ. กระทรวง ประกอบด้วย รองปลัดกระทรวงที่รับผิดชอบงานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล
เป็นประธาน และกรรมการอื่นซึ่งปลัดกระทรวงเป็นผู้แต่งตั้งจากผู้ที่มีความรู้
ความชำนาญและประสบการณ์ด้านการบริหาร ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล หรือด้านกฎหมาย
จำนวนสองคน โดยผู้ได้รับการแต่งตั้งจะต้องมีความเป็นกลางทางการเมือง
หากจะแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชนเป็นกรรมการ ให้แต่งตั้งได้หนึ่งคน
ให้ปลัดกระทรวงแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนผู้รับผิดชอบงานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลของกระทรวง
เป็นเลขานุการ
(๒)
ให้มีคณะกรรมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิใน อ.ก.พ. กรม ประกอบด้วย รองอธิบดีที่รับผิดชอบงานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล
เป็นประธาน และกรรมการอื่นซึ่งอธิบดีเป็นผู้แต่งตั้งจากผู้ที่มีความรู้
ความชำนาญและประสบการณ์ด้านการบริหาร ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลหรือด้านกฎหมาย
จำนวนสองคน โดยผู้ได้รับการแต่งตั้งจะต้องมีความเป็นกลางทางการเมือง หากจะแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชนเป็นกรรมการ
ให้แต่งตั้งได้หนึ่งคน
ให้อธิบดีแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนผู้รับผิดชอบงานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลของกรม
เป็นเลขานุการ
(๓)
ให้มีคณะกรรมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิใน อ.ก.พ. จังหวัด ประกอบด้วย
รองผู้ว่าราชการจังหวัดที่รับผิดชอบงานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล เป็นประธาน
และกรรมการอื่นซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้แต่งตั้งจากผู้ที่มีความรู้
ความชำนาญและประสบการณ์ด้านการบริหาร ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล หรือด้านกฎหมาย
จำนวนสองคน โดยผู้ได้รับการแต่งตั้งจะต้องมีความเป็นกลางทางการเมือง
หากจะแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชนเป็นกรรมการ ให้แต่งตั้งได้หนึ่งคน
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนผู้รับผิดชอบงานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลของจังหวัด
เป็นเลขานุการ
ทั้งนี้
กรรมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งปลัดกระทรวง อธิบดี หรือผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งใน
(๑) (๒) และ (๓) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสามปี
(๔)
กรรมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิใน อ.ก.พ. กระทรวง อ.ก.พ. กรม หรือ อ.ก.พ. จังหวัด
แต่ละคนมีสิทธิเสนอชื่อผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล
ด้านการบริหารและการจัดการและด้านกฎหมาย ไปยังเลขานุการคณะกรรมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิใน
อ.ก.พ. สามัญนั้น ๆ ภายในระยะเวลาที่ส่วนราชการกำหนด
โดยจะเสนอชื่อผู้ใดเป็นผู้ทรงคุณวุฒิไว้ในหลายด้านก็ได้
(๕)
ให้เลขานุการคณะกรรมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิใน อ.ก.พ. กระทรวง อ.ก.พ. กรม หรืออ.ก.พ.
จังหวัด จัดทำบัญชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับการเสนอชื่อตาม (๔)
รวมกับบัญชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิที่เลขานุการคณะกรรมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิรวบรวมจากแหล่งข้อมูลอื่น
โดยแยกเป็นบัญชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิแต่ละด้านตามมาตรา ๑๕ (๑) มาตรา ๑๗ (๑)
หรือมาตรา ๑๙ (๑) พร้อมทั้งประวัติและผลงานโดยย่อของผู้ได้รับการเสนอชื่อแต่ละคนไว้ด้วย
ในกรณีที่ผู้ใดได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้ทรงคุณวุฒิหลายด้าน
ให้ระบุชื่อผู้นั้นไว้ทุกด้าน
เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิ
(๖)
ให้คณะกรรมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิใน อ.ก.พ. กระทรวง อ.ก.พ. กรม หรือ อ.ก.พ. จังหวัด
เลือกผู้ทรงคุณวุฒิจากบัญชีรายชื่อตาม (๕) ด้านละไม่น้อยกว่าสองคน
โดยจะต้องเลือกผู้ซึ่งมีความรู้ ประสบการณ์
มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในความสามารถมาแล้ว
เป็นผู้มีความเป็นกลางทางการเมืองและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดตามมาตรา ๑๕
(๑) มาตรา ๑๗ (๑) หรือมาตรา ๑๙ (๑) เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิ
โดยจะเสนอชื่อผู้ใดเป็นผู้ทรงคุณวุฒิไว้ในหลายด้านก็ได้
(๗)
ให้มีคณะกรรมการคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิใน อ.ก.พ. สามัญ ประกอบด้วย ประธาน อ.ก.พ.
กระทรวง ประธาน อ.ก.พ. กรม หรือประธาน อ.ก.พ. จังหวัด เป็นประธาน อนุกรรมการโดยตำแหน่ง
และข้าราชการพลเรือนผู้ได้รับเลือกใน อ.ก.พ. สามัญนั้น ๆ ตามข้อ ๒ เป็นกรรมการ
ให้เลขานุการคณะกรรมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิใน
อ.ก.พ. สามัญนั้น ๆ เป็นเลขานุการ
(๘)
ให้คณะกรรมการคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิจากบัญชีรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิใน
อ.ก.พ. กระทรวง อ.ก.พ. กรม หรือ อ.ก.พ. จังหวัด เสนอตาม (๖)
และให้เลือกผู้ทรงคุณวุฒิได้ไม่เกินจำนวนที่กำหนดไว้ในข้อ ๑
โดยจะต้องมีผู้ทรงคุณวุฒิครบในทุก ๆ ด้าน
ซึ่งผู้ทรงคุณวุฒิคนหนึ่งจะเป็นผู้ทรงคุณวุฒิสองด้านก็ได้ เพื่อเสนอประธาน อ.ก.พ.
แต่งตั้งเป็นอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน อ.ก.พ. สามัญนั้น ๆ ต่อไป ทั้งนี้
จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ได้รับเลือกนั้นด้วย
(๙)
ในกรณีที่คณะกรรมการคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิจากบัญชีรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิเสนอแล้ว
ได้ผู้ทรงคุณวุฒิไม่ครบจำนวนหรือไม่ครบด้าน
ให้คณะกรรมการคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิแจ้งคณะกรรมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิทราบ
เพื่อให้เสนอรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิให้คณะกรรมการคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาใหม่ ทั้งนี้
เฉพาะจำนวนที่ไม่ครบหรือด้านที่ไม่ครบ โดยนำหลักเกณฑ์และวิธีการใน (๔) ถึง (๘)
มาใช้บังคับ
(๑๐)
ในกรณีที่อนุกรรมการซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในด้านใดใน อ.ก.พ. กระทรวง อ.ก.พ. กรม
หรือ อ.ก.พ. จังหวัด พ้นจากตำแหน่งก่อนครบกำหนดตามวาระ
และจะต้องแต่งตั้งอนุกรรมการแทน ให้ดำเนินการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิในด้านนั้นใหม่
โดยนำหลักเกณฑ์และวิธีการใน (๑) ถึง (๘) มาใช้บังคับโดยอนุโลม