我的書籤免費註冊

กฎ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการร้องทุกข์และการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ พ.ศ. 2555 (ฉบับ Update ล่าสุด) ส่วนที่ ๑

ข้อ ๓๑–ข้อ ๔๓共 13 條

ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ในกรณีที่เหตุแห่งการร้องทุกข์เกิดจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการสำนัก หัวหน้าสำนักงาน ก.ก. หรือผู้อำนวยการเขตให้ร้องทุกข์ต่อ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร โดยยื่นคำร้องทุกข์ต่อพนักงานผู้รับคำร้องทุกข์ที่กองพิทักษ์ระบบคุณธรรม สำนักงาน ก.ก. หรือจะส่งคำร้องทุกข์ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังกองพิทักษ์ระบบคุณธรรม สำนักงาน ก.ก. ก็ได้

ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ คำร้องทุกข์ที่ยื่นที่กองพิทักษ์ระบบคุณธรรม สำนักงาน ก.ก. ให้พนักงานผู้รับคำร้องทุกข์ออกใบรับคำร้องทุกข์และลงทะเบียนรับคำร้องทุกข์ไว้เป็นหลักฐานในวันที่รับคำร้องทุกข์ตามระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยงานสารบรรณ และให้ถือวันที่รับคำร้องทุกข์ตามหลักฐานดังกล่าวเป็นวันยื่นคำร้องทุกข์

ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ คำร้องทุกข์ที่พนักงานผู้รับคำร้องทุกข์ได้รับไว้แล้ว ให้ลงทะเบียนเรื่องร้องทุกข์ในสารบบ และตรวจคำร้องทุกข์ในเบื้องต้น (๑) ถ้าเห็นว่าเป็นคำร้องทุกข์ที่มีการดำเนินการโดยถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในหมวด ๑ ให้เสนอคำร้องทุกข์ดังกล่าวต่อประธาน ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป (๒) ถ้าเห็นว่าเป็นคำร้องทุกข์ที่มีการดำเนินการโดยไม่สมบูรณ์ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในหมวด ๑ ให้พนักงานผู้รับคำร้องทุกข์แนะนำให้ผู้ร้องทุกข์แก้ไขให้ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด (๓) ถ้าเห็นว่าเป็นคำร้องทุกข์ที่ไม่อยู่ในอำนาจของ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร จะรับไว้พิจารณาได้ หรือเป็นกรณีตาม (๒) แต่ผู้ร้องทุกข์ไม่แก้ไขภายในเวลาที่กำหนด ให้บันทึกไว้แล้วเสนอคำร้องทุกข์ดังกล่าวต่อประธาน ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป

ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ให้ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร ตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ กรุงเทพมหานคร ขึ้นคณะหนึ่ง หรือหลายคณะเป็นองค์คณะวินิจฉัยก็ได้ แต่ละคณะประกอบด้วย กรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร คนหนึ่งเป็นประธาน และกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ กรุงเทพมหานครอีกสองคน เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้พิจารณาวินิจฉัยร้องทุกข์ โดยจะกำหนดให้ประธาน ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร หรือกรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร คนหนึ่งทำหน้าที่ประธานในคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ กรุงเทพมหานคร หลายคณะพร้อมกันก็ได้ และให้มีเจ้าหน้าที่กองพิทักษ์ระบบคุณธรรม สำนักงาน ก.ก. ที่ได้รับมอบหมายเป็นเลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการได้ ตามความจำเป็น ในกรณีที่มีความจำเป็น ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร อาจแต่งตั้งให้คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ กรุงเทพมหานคร หรือกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ กรุงเทพมหานคร คนใดทำหน้าที่วินิจฉัยเรื่องอุทธรณ์ก็ได้

ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ เมื่อได้มีการตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ กรุงเทพมหานครและได้มีการจ่ายสำนวนแล้ว ให้ประธานกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ กรุงเทพมหานคร แจ้งคำสั่งตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ กรุงเทพมหานคร ให้ผู้ร้องทุกข์ทราบ โดยให้ผู้ร้องทุกข์ลงลายมือชื่อและวันที่รับทราบไว้เป็นหลักฐาน แล้วมอบสำเนาคำสั่งให้ไว้หนึ่งฉบับหรือจะส่งสำเนาคำสั่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปให้ผู้ร้องทุกข์ ณ ที่อยู่ซึ่งปรากฏตามหลักฐานของทางราชการก็ได้ ในกรณีนี้เมื่อล่วงพ้นสิบห้าวันนับแต่วันส่งสำเนาคำสั่งดังกล่าว ให้ถือว่าผู้ร้องทุกข์ได้รับทราบคำสั่งตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ กรุงเทพมหานคร แล้ว ให้นำความตามวรรคหนึ่งใช้บังคับกับกรณีที่กรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร คนหนึ่งเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัยร้องทุกข์ด้วย

ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ เมื่อประธาน ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร ได้รับคำร้องทุกข์แล้ว ให้พิจารณาจ่ายสำนวนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อ ๓๗ ถึงข้อ ๔๓ ประธาน ก.พ.ค. กรุงเทพมหานครมีอำนาจสั่งการให้รวมเรื่องร้องทุกข์ที่มีมูลกรณีเดียวกันหรือเกี่ยวข้องกันเพื่อพิจารณาเป็นเรื่องเดียวกันก็ได้

ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ ในกรณีที่ประธาน ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร เห็นว่าคำร้องทุกข์ใดมีปัญหาข้อกฎหมายที่สำคัญ หรือผลการวินิจฉัยอาจกระทบต่อวิถีทางปฏิบัติราชการ หรือจะเป็นการวางบรรทัดฐานในการปฏิบัติราชการ หรือเป็นกรณีสำคัญที่เกี่ยวข้องกับระบบคุณธรรม ที่ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานครสมควรเป็นผู้พิจารณาวินิจฉัยเอง ก็ให้จ่ายสำนวนคำร้องทุกข์นั้นให้ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร เป็นองค์คณะวินิจฉัย โดยให้ประธาน ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร ตั้งกรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร คนหนึ่งเป็นกรรมการเจ้าของสำนวน และมีพนักงานผู้รับผิดชอบสำนวนเป็นผู้ช่วย

ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ ในกรณีที่ประธาน ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร เห็นว่าคำร้องทุกข์ใดเป็นกรณีทั่วไปที่ไม่มีลักษณะตามข้อ ๓๗ ให้จ่ายสำนวนคำร้องทุกข์นั้นให้กรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร คนหนึ่ง หรือคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ กรุงเทพมหานครคณะหนึ่งคณะใดเป็นองค์คณะวินิจฉัยก็ได้ ในกรณีที่กรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร คนหนึ่งเป็นองค์คณะวินิจฉัย ให้ผู้นั้นเป็นกรรมการเจ้าของสำนวน และมีพนักงานผู้รับผิดชอบสำนวนเป็นผู้ช่วย ในกรณีที่คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ กรุงเทพมหานครคณะหนึ่งคณะใดเป็นองค์คณะวินิจฉัย ให้ประธานกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ กรุงเทพมหานครคณะนั้นตั้งกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ กรุงเทพมหานคร ในคณะคนหนึ่งเป็นกรรมการเจ้าของสำนวน และมีพนักงานผู้รับผิดชอบสำนวนเป็นผู้ช่วย

ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ ในกรณีที่ประธาน ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร เห็นว่าคำร้องทุกข์เรื่องใดเป็นร้องทุกข์ที่ไม่อาจรับไว้พิจารณาได้ ให้จ่ายสำนวนคำร้องทุกข์นั้นให้กรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร คนหนึ่ง เป็นกรรมการเจ้าของสำนวน หรือจะจ่ายให้คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ กรุงเทพมหานคร คณะหนึ่ง ทำหน้าที่เป็นองค์คณะวินิจฉัย ก็ได้

ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ ในกรณีที่ประธาน ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร เห็นว่าคำร้องทุกข์เรื่องใดเป็นร้องทุกข์ที่รับไว้พิจารณาได้ ให้จ่ายสำนวนคำร้องทุกข์ให้แก่กรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร คนหนึ่ง หรือคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ กรุงเทพมหานครเป็นองค์คณะวินิจฉัย หากมีการตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ กรุงเทพมหานครขึ้นหลายคณะ ให้ประธาน ก.พ.ค. กรุงเทพมหานครจ่ายสำนวนตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (๑) ถ้ามีการตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ กรุงเทพมหานครแยกตามความเชี่ยวชาญในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นการเฉพาะ ให้จ่ายสำนวนให้ตรงกับความเชี่ยวชาญของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ กรุงเทพมหานคร ที่ตั้งไว้ (๒) ถ้ามีการตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ กรุงเทพมหานครแยกตามกลุ่มของหน่วยงาน ให้จ่ายสำนวนให้ตรงกับกลุ่มของหน่วยงานนั้น (๓) ในกรณีที่ไม่มีการตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ กรุงเทพมหานคร ตาม (๑) หรือ (๒) หรือมีการตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ กรุงเทพมหานครตาม (๑) หรือ (๒) ในลักษณะเดียวกันหลายคณะ หรือคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ กรุงเทพมหานครตาม (๑) หรือ (๒) มีคำร้องทุกข์ค้างการพิจารณาอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งหากจ่ายสำนวนให้แก่คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ กรุงเทพมหานครนั้นอีก จะทำให้การพิจารณาล่าช้าหรือกระทบต่อความยุติธรรม ให้จ่ายสำนวนคำร้องทุกข์ตามที่ประธาน ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร เห็นสมควร

ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ กรรมการเจ้าของสำนวนอาจกำหนดประเด็นให้พนักงานผู้รับผิดชอบสำนวน วิเคราะห์และพิจารณาทำความเห็นเสนอในเบื้องต้นประกอบการพิจารณาขององค์คณะวินิจฉัยเพื่อพิจารณาสั่งรับหรือไม่รับคำร้องทุกข์ไว้พิจารณา ดังนี้ (๑) ถ้าเห็นว่าเป็นคำร้องทุกข์ที่มีการดำเนินการโดยถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในหมวด ๑ และเป็นคำร้องทุกข์ที่รับไว้พิจารณาได้ ก็ให้องค์คณะวินิจฉัยมีคำสั่งรับคำร้องทุกข์นั้นไว้พิจารณาแล้วดำเนินการตามกระบวนพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ต่อไป (๒) ถ้าเห็นว่าเป็นคำร้องทุกข์ที่ยังไม่ชัดเจนหรือที่ยังมีการดำเนินการโดยไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในหมวด ๑ ก็ให้มีคำสั่งให้ผู้ร้องทุกข์ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ก็ให้เสนอองค์คณะวินิจฉัยเพื่อพิจารณามีคำวินิจฉัยต่อไป (๓) ถ้าเห็นว่าเป็นคำร้องทุกข์ที่ไม่อาจรับไว้พิจารณาได้ตามข้อ ๔๒ ก็ให้เสนอองค์คณะวินิจฉัยเพื่อพิจารณามีคำวินิจฉัยต่อไป

ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒[๕] ห้ามมิให้รับคำร้องทุกข์ดังต่อไปนี้ไว้พิจารณา (๑) เป็นคำร้องทุกข์ที่ไม่อยู่ในอำนาจการวินิจฉัยของ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานครตามข้อ ๗ (๒) ผู้ร้องทุกข์มิใช่เป็นผู้มีสิทธิร้องทุกข์ตามข้อ ๗ (๓) ผู้ร้องทุกข์มิใช่บุคคลที่ได้รับมอบหมายจากผู้มีสิทธิร้องทุกข์แทนตามข้อ ๑๐ (๔) เป็นคำร้องทุกข์ที่ร้องทุกข์เมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันตามข้อ ๘ เว้นแต่ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานครเห็นควรรับไว้พิจารณาเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม (๕) เป็นเรื่องที่ได้เคยมีการร้องทุกข์และได้มีคำวินิจฉัยหรือคำสั่งถึงที่สุดแล้ว (๖) เป็นกรณีตามข้อ ๔๑ (๒)

ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ เมื่อได้รับความเห็นของกรรมการเจ้าของสำนวนตามข้อ ๔๑ (๒) หรือ (๓) ให้องค์คณะวินิจฉัยพิจารณามีคำวินิจฉัย ดังนี้ (๑)[๖] ถ้าเห็นว่าเป็นคำร้องทุกข์ที่รับไว้พิจารณาไม่ได้ตามข้อ ๔๒ ก็ให้มีคำวินิจฉัยไม่รับเรื่องร้องทุกข์นั้นไว้พิจารณาและสั่งจำหน่ายเรื่องร้องทุกข์ดังกล่าวออกจากสารบบ หรือให้มีคำวินิจฉัยยกเลิกกระบวนพิจารณาเรื่องร้องทุกข์นั้น และสั่งจำหน่ายเรื่องร้องทุกข์ดังกล่าวออกจากสารบบ คำวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ กรุงเทพมหานครหรือกรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร เจ้าของสำนวนตามวรรคหนึ่ง ให้นำเสนอ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร เพื่อพิจารณาวินิจฉัยต่อไปด้วย (๒) ถ้าเห็นว่าเป็นคำร้องทุกข์ที่อาจรับไว้พิจารณาได้ ก็ให้มีคำสั่งให้กรรมการเจ้าของสำนวนดำเนินการตามกระบวนพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ต่อไป กระบวนพิจารณาเรื่องร้องทุกข์

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).