法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2552 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
38
มาตรา อารัมภบท

พระราชกฤษฎีกา

พระราชกฤษฎีกา

แบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการ

กองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม

พ.ศ. ๒๕๕๒[๑]

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

เป็นปีที่ ๖๔ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๑ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๒”

มาตรา ๒

มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้แบ่งส่วนราชการกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ดังต่อไปนี้

(๑) สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

(๒) กรมกำลังพลทหารบก

(๓) กรมข่าวทหารบก

(๔) กรมยุทธการทหารบก

(๕) กรมส่งกำลังบำรุงทหารบก

(๖) กรมกิจการพลเรือนทหารบก

(๗) สำนักงานปลัดบัญชีกองทัพบก

(๘) สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพบก

(๙) กรมการเงินทหารบก

(๑๐) กรมการสารวัตรทหารบก

(๑๑) กรมจเรทหารบก

(๑๒) กรมสวัสดิการทหารบก

(๑๓) กรมสารบรรณทหารบก

(๑๔) หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน

(๑๕) สำนักงานตรวจสอบภายในทหารบก

(๑๖) กรมการขนส่งทหารบก

(๑๗) กรมการทหารช่าง

(๑๘) กรมการทหารสื่อสาร

(๑๙) กรมการสัตว์ทหารบก

(๒๐) กรมพลาธิการทหารบก

(๒๑) กรมแพทย์ทหารบก

(๒๒) กรมยุทธโยธาทหารบก

(๒๓) กรมสรรพาวุธทหารบก

(๒๔) กรมวิทยาศาสตร์ทหารบก

(๒๕) กรมยุทธศึกษาทหารบก

(๒๖) โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

(๒๗) ศูนย์การบินทหารบก

(๒๘) กองทัพภาคที่ ๑

(๒๙) กองทัพภาคที่ ๒

(๓๐) กองทัพภาคที่ ๓

(๓๑) กองทัพภาคที่ ๔

(๓๒) หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ

(๓๓) หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก

(๓๔) หน่วยทหารอื่นซึ่งมีฐานะเทียบเท่ากองร้อย กองพัน กรม กองพลหรือกองทัพน้อย ซึ่งขึ้นตรงต่อกองทัพบก

มาตรา ๔

มาตรา ๔ สำนักงานเลขานุการกองทัพบก มีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับงานเลขานุการและงานธุรการให้กับผู้บัญชาการทหารบก รองผู้บัญชาการทหารบก ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เสนาธิการทหารบก และผู้ดำรงตำแหน่งอื่นตามที่ผู้บัญชาการทหารบกมอบหมาย ตลอดจนดำเนินงานและประสานงานเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ของกองทัพบก มีเลขานุการกองทัพบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

มาตรา ๕

มาตรา ๕[๒] กรมกำลังพลทหารบก มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน กำกับการ และดำเนินการเกี่ยวกับงานนโยบายและแผนกำลังพล การเตรียมพล การจัดการกำลังพล การปกครองกำลังพล การบริการ สิทธิ และขวัญกำลังพล การพัฒนาความรู้ของกำลังพล การศึกษาที่นอกเหนือจากสายงานยุทธการ งบประมาณการกำลังพล การสารสนเทศกำลังพล การวิเคราะห์และประเมินค่ากำลังพล และดำเนินการเกี่ยวกับกิจการกำลังพลอื่น ๆ ทั้งปวง ตลอดจนแนะนำและกำกับดูแลฝ่ายกิจการพิเศษในสายงานกำลังพล มีเจ้ากรมกำลังพลทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

มาตรา ๖

มาตรา ๖ กรมข่าวทหารบก มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน กำกับการ และดำเนินการเกี่ยวกับงานด้านการข่าว การรักษาความปลอดภัย การข่าวลับ การทูตฝ่ายทหารบกไทยในต่างประเทศ การติดต่อกับทูตฝ่ายทหารบกต่างประเทศในประเทศไทย การพิธีการทูตที่กองทัพบกต้องร่วมด้วย การฝึกและศึกษาของเจ้าหน้าที่ข่าวของกองทัพบก การเตรียมชุดเจ้าหน้าที่ข่าวกรองทางทหารสำหรับปฏิบัติงาน ตลอดจนกำหนดความต้องการและควบคุมการแจกจ่ายแผนที่ทหาร มีเจ้ากรมข่าวทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

มาตรา ๗

มาตรา ๗ กรมยุทธการทหารบก มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน กำกับการและดำเนินการเกี่ยวกับงานด้านยุทธการในเรื่องการจัดเตรียมกำลังและการใช้กำลังของกองทัพบก การดำเนินงานประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ทหาร ตลอดจนแนะนำ และกำกับดูแลเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านยุทธการของหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพบก มีเจ้ากรมยุทธการทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

มาตรา ๘

มาตรา ๘[๓] กรมส่งกำลังบำรุงทหารบก มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน กำกับการ และดำเนินการเกี่ยวกับงานส่งกำลังบำรุงทั้งปวง การฝึกและศึกษาด้านการส่งกำลังบำรุงของกองทัพบก ตลอดจนแนะนำและกำกับดูแลฝ่ายยุทธบริการ และฝ่ายกิจการพิเศษที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานด้านส่งกำลังบำรุงของกองทัพบก มีเจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

มาตรา ๙

มาตรา ๙ กรมกิจการพลเรือนทหารบก มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน กำกับการและดำเนินการเกี่ยวกับงานกิจการพลเรือน และงานที่ได้รับมอบหมายที่ดำเนินต่อการสนับสนุน การปฏิบัติการทางทหารและการปกครอง การฝึกและศึกษาในหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับงานกิจการพลเรือนของกองทัพบก ตลอดจนแนะนำและกำกับดูแลเกี่ยวกับการดำเนินงานกิจการพลเรือนของหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพบก มีเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ สำนักงานปลัดบัญชีกองทัพบก มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน กำกับการ และดำเนินการเกี่ยวกับการงบประมาณ การเงิน การบัญชี การควบคุมภายใน การพัฒนาระบบราชการ การบริหารทรัพยากร การบริหารงาน ระบบสารสนเทศ และการสำรวจหน่วยอัตราเฉพาะกิจของกองทัพบก อำนวยการศึกษาวิจัยและพัฒนาในสายงานปลัดบัญชี ตลอดจนกำกับดูแลกรมการเงินทหารบกและสำนักงานตรวจสอบภายในทหารบก ในการกำหนดภารกิจ การจัดระเบียบ และการบริหารงาน มีปลัดบัญชีทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพบก มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน ควบคุม กำกับการ และดำเนินการเกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาการทางทหารทั้งในด้านหลักการและด้านยุทโธปกรณ์ตามที่กองทัพบกกำหนด ตลอดจนดำเนินการกำหนดและรับรองมาตรฐานยุทโธปกรณ์ภายในกองทัพบก มีผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ กรมการเงินทหารบก มีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับการเบิก รับ จ่าย และเก็บรักษาเงินและการบัญชีเงินของกองทัพบกตามระเบียบแบบแผนของทางราชการกำหนดหลักนิยมและทำตำราตลอดจนการฝึกและศึกษาของเหล่าทหารการเงิน มีเจ้ากรมการเงินทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ กรมการสารวัตรทหารบก มีหน้าที่วางแผน ประสานงาน และกำกับการเกี่ยวกับการรักษาวินัย การจับกุมทหารที่กระทำความผิด การเรือนจำ การจราจรในกิจการทหาร การรักษาความปลอดภัย การฝึกและศึกษาวิชาการเหล่าทหารสารวัตร การสืบสวนและสอบสวนคดีอาญาซึ่งอยู่ในอำนาจศาลทหาร การป้องกันและวิจัยอาชญากรรมในกองทัพบก และพิจารณาอำนวยการเกี่ยวกับทหารพลัดหน่วยและเชลยศึก กำหนดหลักนิยมและทำตำรา ตลอดจนการฝึกและศึกษาของเหล่าทหารสารวัตร มีเจ้ากรมการสารวัตรทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ กรมจเรทหารบก มีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจราชการ การสืบสวนและสอบสวนในเรื่องที่เกี่ยวกับประสิทธิภาพและราชการของหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพบก การสืบสวนสอบสวน และพิจารณาเรื่องราวร้องทุกข์และการร้องเรียนที่เกี่ยวกับราชการ หรือทหาร หรือข้าราชการของกองทัพบก มีเจ้ากรมจเรทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ กรมสวัสดิการทหารบก มีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับงานสวัสดิภาพและบำบัดทุกข์บำรุงสุขทั้งในด้านทรัพย์สินและสิ่งอุปโภค บริโภค การแนะนำและส่งเสริมวิชาชีพและการศึกษา ทั้งนี้ เกี่ยวกับทหาร ข้าราชการ และครอบครัวในกองทัพบก มีเจ้ากรมสวัสดิการทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖ กรมสารบรรณทหารบก มีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับงานสารบรรณ งานธุรการและพิธีการ ดำเนินการเกี่ยวกับการสนับสนุน การจัดการกำลังพล และธุรการกำลังพลตามที่กองทัพบกกำหนด กำหนดหลักนิยมและทำตำรา ตลอดจนการฝึกและศึกษาของเหล่าทหารสารบรรณ มีเจ้ากรมสารบรรณทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน กำกับการและดำเนินการเกี่ยวกับกิจการกำลังสำรองทั้งปวง กิจการสัสดี รวมทั้งปกครองบังคับบัญชาหน่วยทหารที่กระทรวงกลาโหมกำหนด มีผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดนเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ สำนักงานตรวจสอบภายในทหารบก มีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับงานตรวจสอบภายในโดยอิสระเพื่อประเมินค่าประสิทธิผลในการควบคุมและบริหารทรัพยากรตามความมุ่งหมายของกองทัพบก มีผู้อำนวยการสำนักงานตรวจสอบภายในทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ กรมการขนส่งทหารบก มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน แนะนำ กำกับการ ดำเนินการ วิจัย และพัฒนาเกี่ยวกับการจัดหา การส่งกำลัง การซ่อมบำรุง และการบริการ สิ่งอุปกรณ์ขนส่ง กำหนดหลักนิยมและทำตำรา ตลอดจนการฝึกและศึกษา ทั้งนี้ เกี่ยวกับกิจการและสิ่งอุปกรณ์ของเหล่าทหารขนส่ง มีเจ้ากรมการขนส่งทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ กรมการทหารช่าง มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน แนะนำ กำกับการ ดำเนินการ วิจัย และพัฒนาเกี่ยวกับการผลิต การจัดหา การส่งกำลัง การซ่อมบำรุง และการบริการ สิ่งอุปกรณ์สายทหารช่าง การก่อสร้างและซ่อมแซมสิ่งก่อสร้าง กำหนดหลักนิยมและทำตำรา ตลอดจนการฝึกและศึกษา ทั้งนี้ เกี่ยวกับกิจการและสิ่งอุปกรณ์ของเหล่าทหารช่าง มีเจ้ากรมการทหารช่างเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ กรมการทหารสื่อสาร มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน แนะนำ กำกับการ ดำเนินการ วิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับการผลิต การจัดหา การส่งกำลัง การซ่อมบำรุง และการบริการ ในกิจการของเหล่าทหารสื่อสารและสิ่งอุปกรณ์สายสื่อสาร วิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับการสื่อสารกิจการโทรคมนาคม คอมพิวเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ทั้งปวง สนับสนุนระบบควบคุมบังคับบัญชาและการสื่อสาร การสงครามข่าวสารของกองทัพบก กำหนดหลักนิยมและทำตำรา ตลอดจนการฝึกและศึกษา ทั้งนี้ เกี่ยวกับกิจการและสิ่งอุปกรณ์ของเหล่าทหารสื่อสาร มีเจ้ากรมการทหารสื่อสารเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ กรมการสัตว์ทหารบก มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน แนะนำ กำกับการ ดำเนินการ วิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับการผลิต การจัดหา การส่งกำลัง การซ่อมบำรุง การบริการ การสุขาภิบาล เวชกรรมป้องกัน การรักษาพยาบาล การบำรุงรักษาและการผสมพันธุ์สัตว์ และการเสบียงสัตว์ สนับสนุนการปฏิบัติการทางทหารด้วยการใช้สัตว์และการเกษตรของกองทัพบก กำหนดหลักนิยมและทำตำราตลอดจนการฝึกและศึกษา ทั้งนี้ เกี่ยวกับกิจการและสิ่งอุปกรณ์ของเหล่าทหารการสัตว์ มีเจ้ากรมการสัตว์ทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ กรมพลาธิการทหารบก มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน แนะนำ กำกับการ ดำเนินการ วิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับการผลิต การจัดหา การส่งกำลัง การซ่อมบำรุง และการบริการกำหนดหลักนิยมและทำตำรา ตลอดจนการฝึกและศึกษา ทั้งนี้ เกี่ยวกับกิจการและสิ่งอุปกรณ์ของเหล่าทหารพลาธิการ มีเจ้ากรมพลาธิการทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ กรมแพทย์ทหารบก มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน แนะนำ กำกับการ ดำเนินการ วิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับการผลิต การจัดหา การส่งกำลัง การซ่อมบำรุง การบริการ พยาธิวิทยา การส่งเสริมสุขภาพ เวชกรรมป้องกัน ทันตกรรม และการรักษาพยาบาล ให้การศึกษา อบรม และดำเนินการฝึกนักเรียนแพทย์และนักเรียนพยาบาลตามที่กองทัพบกมอบหมาย กำหนดหลักนิยมและทำตำรา ตลอดจนการฝึกและศึกษา ทั้งนี้ เกี่ยวกับกิจการและสิ่งอุปกรณ์ของเหล่าทหารแพทย์ มีเจ้ากรมแพทย์ทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ กรมยุทธโยธาทหารบก มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน แนะนำ กำกับการ ดำเนินการ วิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับการจัดหา การก่อสร้าง การส่งกำลัง การซ่อมบำรุง และการบริการเกี่ยวกับสิ่งก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ของกองทัพบก กำหนดหลักนิยมและทำตำรา ตลอดจนการฝึกและศึกษา ทั้งนี้ เกี่ยวกับกิจการและสิ่งอุปกรณ์ของสายยุทธโยธา มีเจ้ากรมยุทธโยธาทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖ กรมสรรพาวุธทหารบก มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน แนะนำ กำกับการ ดำเนินการ วิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับการผลิต การจัดหา การส่งกำลัง การซ่อมบำรุง และการบริการ กำหนดหลักนิยมและทำตำรา ตลอดจนการฝึกและศึกษา ทั้งนี้ เกี่ยวกับกิจการและสิ่งอุปกรณ์ของเหล่าทหารสรรพาวุธ มีเจ้ากรมสรรพาวุธทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗ กรมวิทยาศาสตร์ทหารบก มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน กำกับการ ดำเนินการ วิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับการผลิต การส่งกำลัง การซ่อมบำรุง และการบริการ กำหนดหลักนิยมและทำตำรา ตลอดจนการฝึกและศึกษา ทั้งนี้ เกี่ยวกับการปฏิบัติการและการป้องกันทางนิวเคลียร์ ชีวะ เคมี และกิจการวิทยาศาสตร์ของกองทัพบก มีเจ้ากรมวิทยาศาสตร์ทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘ กรมยุทธศึกษาทหารบก มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน แนะนำ กำกับการ ดำเนินการ สนับสนุน และตรวจตราเกี่ยวกับกิจการสายวิทยาการ การฝึกและศึกษาของกำลังพลเป็นบุคคลและหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพบกทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ และกิจการอนุศาสนาจารย์ ให้การฝึกและศึกษาแก่กำลังพลของกองทัพบกและนอกกองทัพบกในหลักสูตรต่าง ๆ ที่กองทัพบกมอบหมาย อำนวยการฝึกและศึกษาวิทยาการทุกเหล่าในกองทัพบก สถาบันการศึกษาและเหล่าสายวิทยาการ วิจัยและพัฒนา กำหนดหลักนิยมและยุทธศาสตร์ทางทหารทั้งปวงของกองทัพบกที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งปกครองบังคับบัญชาหน่วยทหารที่กระทรวงกลาโหมกำหนด มีเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙[๔] โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า มีหน้าที่ให้การศึกษา อบรม และดำเนินการฝึกนักเรียนนายร้อยและบุคลากรอื่นตามที่กองทัพบกกำหนด มีผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐ ศูนย์การบินทหารบก มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ กำกับการ และดำเนินการฝึกและศึกษาเกี่ยวกับกิจการบินของกองทัพบก วิจัยและพัฒนา กำหนดหลักนิยมและทำตำราในทางวิทยาการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งปกครองบังคับบัญชาหน่วยทหารที่กระทรวงกลาโหมกำหนด มีผู้บัญชาการศูนย์การบินทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑[๕] กองทัพภาคที่ ๑ มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ กำกับการ และปฏิบัติหน้าที่หลักในการป้องกันประเทศ การรักษาความมั่นคงภายใน การรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ การพัฒนาประเทศตามที่ได้รับมอบหมาย การถวายความปลอดภัยแด่สถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และการปฏิบัติทางทหารที่ไม่ใช่สงคราม รวมทั้งปกครองบังคับบัญชามณฑลทหารบกที่ ๑๑ มณฑลทหารบกที่ ๑๒ มณฑลทหารบกที่ ๑๓ มณฑลทหารบกที่ ๑๔ มณฑลทหารบกที่ ๑๕ มณฑลทหารบกที่ ๑๖ มณฑลทหารบกที่ ๑๗ มณฑลทหารบกที่ ๑๘ มณฑลทหารบกที่ ๑๙ และหน่วยทหารที่กระทรวงกลาโหมกำหนด มีแม่ทัพภาคที่ ๑ เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒[๖] กองทัพภาคที่ ๒ มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ กำกับการ และปฏิบัติหน้าที่หลักในการป้องกันประเทศ การรักษาความมั่นคงภายใน การรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ การพัฒนาประเทศตามที่ได้รับมอบหมาย การถวายความปลอดภัยแด่สถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และการปฏิบัติทางทหารที่ไม่ใช่สงคราม รวมทั้งปกครองบังคับบัญชามณฑลทหารบกที่ ๒๑ มณฑลทหารบกที่ ๒๒ มณฑลทหารบกที่ ๒๓ มณฑลทหารบกที่ ๒๔ มณฑลทหารบกที่ ๒๕ มณฑลทหารบกที่ ๒๖ มณฑลทหารบกที่ ๒๗ มณฑลทหารบกที่ ๒๘ มณฑลทหารบกที่ ๒๙ มณฑลทหารบกที่ ๒๑๐ และหน่วยทหารที่กระทรวงกลาโหมกำหนด มีแม่ทัพภาคที่ ๒ เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓[๗] กองทัพภาคที่ ๓ มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ กำกับการ และปฏิบัติหน้าที่หลักในการป้องกันประเทศ การรักษาความมั่นคงภายใน การรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ การพัฒนาประเทศตามที่ได้รับมอบหมาย การถวายความปลอดภัยแด่สถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และการปฏิบัติทางทหารที่ไม่ใช่สงคราม รวมทั้งปกครองบังคับบัญชามณฑลทหารบกที่ ๓๑ มณฑลทหารบกที่ ๓๒ มณฑลทหารบกที่ ๓๓ มณฑลทหารบกที่ ๓๔ มณฑลทหารบกที่ ๓๕ มณฑลทหารบกที่ ๓๖ มณฑลทหารบกที่ ๓๗ มณฑลทหารบกที่ ๓๘ มณฑลทหารบกที่ ๓๙ มณฑลทหารบกที่ ๓๑๐ และหน่วยทหารที่กระทรวงกลาโหมกำหนด มีแม่ทัพภาคที่ ๓ เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

มาตรา ๓๔

มาตรา ๓๔[๘] กองทัพภาคที่ ๔ มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ กำกับการ และปฏิบัติหน้าที่หลักในการป้องกันประเทศ การรักษาความมั่นคงภายใน การรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ การพัฒนาประเทศตามที่ได้รับมอบหมาย การถวายความปลอดภัยแด่สถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และการปฏิบัติทางทหารที่ไม่ใช่สงคราม รวมทั้งปกครองบังคับบัญชามณฑลทหารบกที่ ๔๑ มณฑลทหารบกที่ ๔๒ มณฑลทหารบกที่ ๔๓ มณฑลทหารบกที่ ๔๔ มณฑลทหารบกที่ ๔๕ มณฑลทหารบกที่ ๔๖ และหน่วยทหารที่กระทรวงกลาโหมกำหนด มีแม่ทัพภาคที่ ๔ เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน กำกับการ และปฏิบัติการเกี่ยวกับสงครามพิเศษ ดำเนินการฝึกและศึกษาเกี่ยวกับการสงครามพิเศษ การส่งกำลังทางอากาศ การยุทธ์ส่งทางอากาศ และการปฏิบัติการพิเศษอื่นที่กองทัพบกมอบหมายวิจัยและพัฒนา กำหนดหลักนิยมและทำตำราในทางวิทยาการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งปกครองบังคับบัญชาหน่วยทหารที่กระทรวงกลาโหมกำหนด มีผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

มาตรา ๓๖

มาตรา ๓๖ หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน และดำเนินการเกี่ยวกับการป้องกันภัยทางอากาศของกองทัพบก รวมทั้งปกครองบังคับบัญชาหน่วยทหารที่กระทรวงกลาโหมกำหนด มีผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

มาตรา ๓๗

มาตรา ๓๗ หน่วยทหารอื่นซึ่งมีฐานะเทียบเท่ากองร้อย กองพัน กรม กองพล หรือกองทัพน้อย ซึ่งขึ้นตรงต่อกองทัพบก มีหน้าที่ตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด

มาตรา ๓๘

มาตรา ๓๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ให้เหมาะสมกับสภาพของงานและสอดคล้องกับพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๑ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘[๙]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๒

มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นต้นไป

มาตรา ๗

มาตรา ๗ บรรดากฎ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งอื่นใดที่อ้างถึง เจ้ากรมส่งกำลังบำรุงกองทัพบกตามพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๒ ให้ถือว่ากฎ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งนั้นอ้างถึงเจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหารบกตามพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกานี้

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้กรมกำลังพลทหารบกมีหน้าที่ด้านการศึกษาของกองทัพบกในส่วนที่นอกเหนือจากการศึกษาด้านสายงานยุทธการ และกำหนดให้โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าสามารถให้การศึกษา อบรม และดำเนินการฝึกบุคลากรอื่นนอกเหนือจากเรียนนายร้อยได้ รวมทั้งสมควรกำหนดชื่อตำแหน่งเจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหารบกให้ถูกต้องตรงตามหน้าที่ในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบกรมส่งกำลังบำรุงทหารบก นอกจากนี้ สมควรปรับปรุงส่วนราชการที่ขึ้นต่อกองทัพภาคที่ ๑ กองทัพภาคที่ ๒ กองทัพภาคที่ ๓ และกองทัพภาคที่ ๔ โดยกำหนดให้มีมณฑลทหารบก ซึ่งเป็นหน่วยทหารในการปกครองบังคับบัญชาของกองทัพภาคเพิ่มขึ้น เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานด้านการส่งกำลังบำรุง การปฏิบัติทางทหารที่ไม่ใช่สงคราม และเพื่อรองรับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ตลอดจนให้สอดคล้องกับปริมาณงานและความรับผิดชอบของกองทัพภาคที่เพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

ปุณิกา/ผู้จัดทำ

ปัญญา/ตรวจ

๕ ตุลาคม ๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๖/ตอนที่ ๑๙ ก/หน้า ๑๖/๓๐ มีนาคม ๒๕๕๒

[๒] มาตรา ๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘

[๓]

มาตรา ๘

มาตรา ๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘

[๔]

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘

[๕]

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘

[๖]

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘

[๗]

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘

[๘]

มาตรา ๓๔

มาตรา ๓๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘

[๙] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๒/ตอนที่ ๘๖ ก/หน้า ๑๐๐/๘ กันยายน ๒๕๕๘

38 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2552 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_577434e2ac69c2fc

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com