法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลหอไกร ตำบลบางมูลนาก และตำบลเนินมะกอก อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร พ.ศ. 2547 (เล่มที่ 3) (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิด

หรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลหอไกร

ตำบลบางมูลนาก และตำบลเนินมะกอก

อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร

พ.ศ. ๒๕๔๗[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ (๓) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ และมาตรา ๘ (๑๐) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมอาคารออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้

“อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง” หมายความว่า อาคารที่ใช้เพื่อประโยชน์ในการขายปลีกหรือขายส่ง หรือทั้งขายปลีกและขายส่ง ซึ่งสินค้าอุปโภคบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวันแต่ไม่หมายความรวมถึงตลาดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข และอาคารที่มีกิจกรรมหลักเพื่อใช้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมหรือจำหน่ายสินค้าซึ่งเป็นผลิตผล หรือผลิตภัณฑ์ของชุมชน

“บริเวณที่ ๑” หมายความว่า พื้นที่บริเวณดังต่อไปนี้

ทิศเหนือ จดเส้นตั้งฉากกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๑๘ ตรงจุดที่อยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๑๘ ตัดกับลำรางลงกา ไปทางทิศเหนือตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๑๘ เป็นระยะ ๓๕๐ เมตร ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ จนบรรจบกับทางรถไฟสายเหนือ ตรงจุดที่อยู่ห่างจากทางรถไฟสายเหนือตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖๗ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวทางรถไฟสายเหนือ เป็นระยะ ๑,๓๐๐ เมตร และต่อตรงจนบรรจบกับคลองบุษบงน้อย (ใต้) ฝั่งตะวันออก แล้วเป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ จนบรรจบกับเส้นตั้งฉาก ระยะ ๕๐๐ เมตร กับแนวศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖๙ ตรงจุดที่อยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖๙ บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๑๘ ไปทางทิศตะวันออกตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖๙ เป็นระยะ ๑,๒๐๐ เมตร

ทิศตะวันออก จดเส้นตั้งฉากระยะ ๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖๙ ฟากเหนือ และเส้นตั้งฉากระยะ ๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖๙ ฟากใต้ ตรงจุดที่อยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖๙ บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๑๘ ไปทางทิศตะวันออก ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖๙ เป็นระยะ ๑,๒๐๐ เมตร เป็นเส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖๙ เส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๑๘ และเป็นเส้นขนานระยะ ๓๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางรถไฟสายเหนือ

ทิศใต้ จดคลองบ้านไร่ ฝั่งใต้ และเป็นเส้นตรงไปบรรจบกับจุดซึ่งอยู่บนถนนเลียบคลองส่งน้ำฟากตะวันตก ตรงจุดที่อยู่ห่างจากถนนเลียบคลองส่งน้ำตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖๗ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ตามแนวถนนเลียบคลองส่งน้ำ เป็นระยะ ๓,๒๐๐ เมตร

ทิศตะวันตก จดถนนเลียบคลองส่งน้ำ ฟากตะวันตก

เว้นแต่พื้นที่บริเวณที่ ๒

“บริเวณที่ ๒” หมายความว่า พื้นที่บริเวณดังต่อไปนี้

๒.๑ ทิศเหนือ จดเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางถนนประเวศน์เหนือสายหลัง ตรงจุดที่อยู่ห่างจากถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ บรรจบกับถนนประเวศน์เหนือสายหลัง ไปทางทิศเหนือ ตามแนวถนนสายประเวศน์เหนือสายหลัง เป็นระยะ ๕๐๐ เมตร

ทิศตะวันออก จดถนนประเวศน์เหนือสายหลัง ฟากตะวันตก

ทิศใต้ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖๗ ฟากเหนือ

ทิศตะวันตก จดแม่น้ำน่าน ฝั่งตะวันออก

๒.๒ ทิศเหนือ จดเส้นตั้งฉากกับแนวศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๑๘ ตรงจุดที่อยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๑๘ บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖๗ ไปทางทิศเหนือตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๑๘ เป็นระยะ ๑,๐๐๐ เมตร

ทิศตะวันออก จดแม่น้ำน่าน ฝั่งตะวันตก

ทิศใต้ จดเส้นตั้งฉากกับแนวศูนย์กลางถนนสว่างผลตรงจุดที่อยู่ห่างจากถนนสว่างผลบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖๗ ไปทางทิศใต้ตามแนวถนนสว่างผล เป็นระยะ ๑,๓๐๐ เมตร

ทิศตะวันตก จดถนนสว่างผล ฟากตะวันออก และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๑๘ ฟากตะวันออก

๒.๓ ทิศเหนือ จดเส้นตรงที่เชื่อมระหว่างจุดที่อยู่บนถนนประเวศน์เหนือสายหลังบรรจบกับศูนย์กลางถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อกับจุดซึ่งอยู่บนทางรถไฟสายเหนือ ฝั่งตะวันออก ตรงจุดที่อยู่ห่างจากทางรถไฟสายเหนือ ฝั่งตะวันออก ตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖๗ ไปทางทิศเหนือ เป็นระยะ ๖๔๐ เมตร ต่อเป็นเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางรถไฟสายเหนือไปทางทิศตะวันออก เป็นระยะ ๖๓๐ เมตร แล้วเป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้บรรจบกับปลายเส้นตั้งฉากระยะ ๓๙๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖๙ ตรงจุดที่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖๙ บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๑๘

ทิศใต้ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖๙ ฟากเหนือ

ทิศตะวันตก จดถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากตะวันออก วัดชัยมงคล ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖๗ ฟากเหนือ ถนนประเวศน์เหนือสายหลัง ฟากตะวันออก และที่สาธารณประโยชน์หนองกระทุ่ม

๒.๔ ทิศเหนือ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖๙ ฟากใต้

ทิศตะวันออก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๑๘ ฟากตะวันตก

ทิศใต้ จดเส้นตรงจากจุดซึ่งอยู่บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๑๘ ตรงจุดที่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๑๘ บรรจบกับทางรถไฟสายเหนือไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นระยะ ๗๘๐ เมตร ไปบรรจบกับจุดซึ่งอยู่บนทางรถไฟสายเหนือ ฝั่งตะวันออก ตรงจุดที่ทางรถไฟสายเหนือบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๑๘ ไปทางทิศเหนือ เป็นระยะ ๕๘๐ เมตร

ทิศตะวันตก จดเขตทางรถไฟสายเหนือ ฟากตะวันออก ถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากตะวันออก ที่ว่าการอำเภอบางมูลนาก สำนักงานเทศบาลเมืองบางมูลนาก ศาลาประชาคม อำเภอบางมูลนาก หอประชุมตำรวจ สถานีตำรวจภูธรอำเภอบางมูลนาก ชุมสายโทรศัพท์บางมูลนาก สำนักงานสาธารณสุขอำเภอบางมูลนาก ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองบางมูลนาก โรงเรียนบางมูลนาก (ราษฎร์อุทิศ) สวนสาธารณะเทศบาลเมืองบางมูลนาก ถนนนาคเรศน์ ฟากใต้

๒.๕ ทิศเหนือ จดเส้นตั้งฉากกับแนวศูนย์กลางถนนประเทืองถิ่น ตรงจุดที่ถนนประเทืองถิ่นบรรจบกับคลองบุษบงน้อย (ใต้) ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวถนนประเทืองถิ่น เป็นระยะ ๖๐๐ เมตร ที่ว่าการอำเภอบางมูลนาก สำนักงานเทศบาลเมืองบางมูลนาก ศาลาประชาคมอำเภอบางมูลนาก หอประชุมตำรวจ สถานีตำรวจอำเภอบางมูลนาก ชุมสายโทรศัพท์บางมูลนาก สำนักงานสาธารณสุขอำเภอบางมูลนาก ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองบางมูลนาก

ทิศตะวันออก จดเขตทางรถไฟสายเหนือ ฟากตะวันตก

ทิศใต้ จดวัดท่าช้าง และเส้นตรงที่ต่อจากแนวเขตวัดท่าช้าง ด้านเหนือ ไปทางทิศตะวันตก จนจดแม่น้ำน่าน ฝั่งตะวันออก

ทิศตะวันตก จดแม่น้ำน่าน ฝั่งตะวันออก

ทั้งนี้ ไม่รวมถึงสถานที่ราชการ สถาบันการศึกษา ศาสนสถาน ที่สาธารณประโยชน์หนองโพงใหญ่และที่สาธารณประโยชน์หนองโพงเล็ก

ทั้งนี้ ตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้

มาตรา ข้อ ๑/๑

ข้อ ๑/๑[๒] การคำนวณพื้นที่ใช้สอยอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง ให้คำนวณเฉพาะพื้นที่อาคารที่ใช้ประโยชน์เพื่อประกอบกิจการพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งเท่านั้น โดยไม่ต้องนำพื้นที่เก็บสินค้า พื้นที่สำนักงาน และพื้นที่ส่วนอื่นที่อยู่ภายในอาคารมารวมคำนวณด้วย

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้กำหนดพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลหอไกร ตำบลบางมูลนาก และตำบลเนินมะกอก อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร ภายในบริเวณแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้ เป็นบริเวณห้ามก่อสร้างอาคารชนิดและประเภท ดังต่อไปนี้

(๑) ภายในบริเวณที่ ๑ ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป

(๒) ภายในบริเวณที่ ๒ ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคาร ดังต่อไปนี้

(ก) อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังเกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร

(ข) อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร เว้นแต่อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งนั้นเป็นไปตามข้อกำหนด ดังต่อไปนี้

๑ ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดถนนสาธารณะที่มีช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า ๔ ช่องทาง หรือมีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร และจะต้องบรรจบกับถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางที่เท่ากันหรือมากกว่า

๒. แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีเขตทางตั้งแต่ ๑๔ เมตรขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร

๓. มีที่ว่างไม่น้อยกว่า ๗๐ ใน ๑๐๐ ส่วนของพื้นที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

๔. มีค่าสูงสุดของอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมกันทุกชั้นของอาคารทุกหลังต่อพื้นที่ที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน ๑.๕ ต่อ ๑

๕. มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นสวน หรือบริเวณปลูกต้นไม้ หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐

๖. มีที่ว่างด้านหน้าของอาคารห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๕๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

๗. มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคารห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

๘. อาคารที่มีความสูงเกิน ๑๐ เมตร ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัด หรืออำเภอ ศาสนสถาน โบราณสถาน หรือสถานศึกษา ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว

๙. มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน ต่อพื้นที่อาคาร ๔๐ ตารางเมตร เศษของ ๔๐ ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๔๐ ตารางเมตร

๑๐. ที่พักมูลฝอย ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔ เมตร แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน ๓ ลูกบาศก์เมตร ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ภายในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ ๒ ห้ามบุคคลใดดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารใด ๆ ให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ ๒

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ อาคารที่มีอยู่แล้วในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ ๒ ก่อนหรือในวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้ แต่ห้ามดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารดังกล่าวให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ ๒

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ อาคารที่ได้รับใบอนุญาตหรือใบรับแจ้งการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร หรือที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเฉพาะว่าด้วยกิจการนั้นก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ และยังก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ไม่แล้วเสร็จ ให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้ แต่จะขอเปลี่ยนแปลงการอนุญาตหรือการแจ้งให้เป็นการขัดต่อกฎกระทรวงนี้ไม่ได้

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๔๗

โภคิน พลกุล

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

[เอกสารแนบท้าย]

๑. แผนที่ท้ายกฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลหอไกร ตำบลบางมูลนาก และตำบลเนินมะกอก อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร พ.ศ. ๒๕๔๗

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลหอไกร ตำบลบางมูลนาก และตำบลเนินมะกอก อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร ลงวันที่ ๒ กันยายน ๒๕๔๖ ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๕ กันยายน ๒๕๔๖ เป็นต้นมา แต่มาตรา ๑๓ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ บัญญัติว่า ถ้าไม่มีการออกกฎกระทรวงหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ประกาศนั้นมีผลใช้บังคับ ให้ประกาศดังกล่าวเป็นอันยกเลิก และโดยที่สมควรห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิด หรือบางประเภทในบริเวณดังกล่าวต่อไป เพื่อประโยชน์ในด้านการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การผังเมือง และการอำนวยความสะดวกแก่การจราจร จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

กฎกระทรวงแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท พ.ศ. ๒๕๕๙[๓]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการประกาศใช้บังคับกฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท จำนวน ๑๔๗ ฉบับ แต่กฎกระทรวงดังกล่าวไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์การคิดคำนวณพื้นที่ใช้สอยอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งทำให้เกิดปัญหาความชัดเจนในการคำนวณพื้นที่ใช้สอยอาคารดังกล่าว ประกอบกับปัจจุบันได้มีการออกกฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทที่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งจังหวัดโดยมีหลักเกณฑ์การคำนวณพื้นที่ใช้สอยอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งในกฎกระทรวงดังกล่าวแล้ว สมควรกำหนดหลักเกณฑ์การคำนวณพื้นที่ใช้สอยอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง เพื่อให้ประชาชนเกิดความชัดเจนในการปฏิบัติตามกฎหมาย และแนวทางการออกกฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทเป็นไปโดยสอดคล้องกัน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ศรินรัตน์/จัดทำ

๕ ตุลาคม ๒๕๖๓

อรญา/ตรวจ

๘ ตุลาคม ๒๕๖๓

[๑]ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑/ตอนพิเศษ ๕๑ ก/หน้า ๘ (เล่มที่ ๓)/๓ กันยายน ๒๕๔๗

[๒] ข้อ ๑/๑ เพิ่มโดยกฎกระทรวงแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท พ.ศ. ๒๕๕๙

[๓] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓/ตอนที่ ๘๖ ก/หน้า ๒๒/๓๐ กันยายน ๒๕๕๙

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลหอไกร ตำบลบางมูลนาก และตำบลเนินมะกอก อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร พ.ศ. 2547 (เล่มที่ 3) (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_57f064ecf0529e08

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com