พระราชกฤษฎีกา
กำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่ตำบลทุ่งมะพร้าว และตำบลบางทอง
อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน
พ.ศ. ๒๕๓๖
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๖
เป็นปีที่ ๔๘ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่ตำบลทุ่งมะพร้าว และตำบลบางทอง อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๒๕ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในท้องที่ตำบลทุ่งมะพร้าว และตำบลบางทอง อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. ๒๕๓๖
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ที่ดินในเขตท้องที่ตำบลทุ่งมะพร้าว และตำบลบางทอง อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาลำปี บางส่วน ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้ เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน
มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ชวน หลีกภัย
นายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑. แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่ตำบลทุ่งมะพร้าว และตำบลบางทอง อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. ๒๕๓๖
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากในท้องที่ตำบลทุ่งมะพร้าว และตำบลบางทอง อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา มีเกษตรกรผู้ไม่มีที่ดินประกอบเกษตรกรรมเป็นของตนเอง หรือมีที่ดินเล็กน้อยไม่เพียงพอแก่การครองชีพ หรือต้องเช่าที่ดินของผู้อื่นประกอบเกษตรกรรมอยู่เป็นจำนวนมาก และโดยที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในที่ดินเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาลำปี ในส่วนที่มีสภาพเป็นป่าเสื่อมโทรมแล้ว สมควรกำหนดเขตที่ดินที่ในท้องที่ดังกล่าวให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ศิรวัชร์/จัดทำ
๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๐
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๐/ตอนที่ ๒๑๙/ฉบับพิเศษ หน้า ๑๐/๒๓ ธันวาคม ๒๕๓๖
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).