มาตรา 7 มาตรา 8 และมาตรา 9
แห่งพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. 2509
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมออกกฎกระทรวงไว้
ดังต่อไปนี้
ให้ยกเลิกความในข้อ 2 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 15 (พ.ศ. 2520) ออกตามความ
ในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. 2509
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
`ข้อ 2 ให้เรียกเก็บค่าภาคหลวงแร่ดีบุกตามราคาที่ประกาศตาม ข้อ 2 (1)
แห่งกฎ
กระทรวง
ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2514
ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ.
2509 ในอัตราดังนี้
(1)
ร้อยละสามสิบของราคาโลหะดีบุกต่อหกสิบกิโลกรัม สำหรับราคาส่วนที่เกินสามพันบาท
แต่ไม่เกินหกพันบาท
(2)
ร้อยละสามสิบห้าของราคาโลหะดีบุกต่อหกสิบกิโลกรัมสำหรับราคาส่วนที่เกินหกพันบาท
แต่ไม่เกินเก้าพันบาท
(3) ร้อยละสี่สิบของราคาโลหะดีบุกต่อหกสิบกิโลกรัมสำหรับราคาส่วนที่เกินหกพันบาท
ในกรณีที่คำนวณค่าภาคหลวงที่เรียกเก็บตามวรรคหนึ่งแล้ว ค่าภาคหลวงที่จะต้องเรียกเก็บ
เกินร้อยละสามสิบของราคาที่ประกาศ
ให้เรียกเก็บเพียงร้อยละสามสิบของราคาที่ประกาศ'
ให้ไว้ ณ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2521
เกษม จาติกวณิช
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
หมายเหตุ:-
เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากพิกัดอัตราค่าภาคหลวง
แร่ดีบุกที่กำหนดไว้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2520 สูงเกินไป
สมควรลดพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ดีบุก
ดังกล่าวให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน
เพื่อจูงใจให้มีผู้ลงทุนประกอบกิจการทำเหมืองแร่ดีบุก
เพิ่มมากขึ้นในแหล่งแร่ดีบุกที่มีความสมบูรณ์ต่ำหรือที่มีการคมนาคมไม่สะดวก จึงจำเป็นต้องออกกฎ
กระทรวงนี้