ข้อ ๔ ภายใต้บังคับข้อ ๓ ภายในพื้นที่ดังต่อไปนี้
(๑) ในท้องที่เขตเทศบาลเมืองบางระจัน อำเภอบางระจัน
(๒) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลอินทร์บุรี อำเภออินทร์บุรี
(๓) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลปากบาง อำเภอพรหมบุรี
(๔) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลบางน้ำเชี่ยว
อำเภอพรหมบุรี
(๕) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลโพสังโฆ อำเภอค่ายบางระจัน
(๖) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลถอนสมอ อำเภอท่าช้าง
(๗) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลทับยา อำเภออินทร์บุรี
(๘) ในท้องที่ตำบลจักรสีห์ อำเภอเมืองสิงห์บุรี
(๙) ในท้องที่ตำบลหัวไผ่ อำเภอเมืองสิงห์บุรี
(๑๐) ในท้องที่ตำบลม่วงหมู่ อำเภอเมืองสิงห์บุรี
(๑๑) ในท้องที่ตำบลอินทร์บุรี อำเภออินทร์บุรี
(๑๒) ในท้องที่ตำบลงิ้วราย อำเภออินทร์บุรี
(๑๓) ในท้องที่ตำบลน้ำตาล อำเภออินทร์บุรี
(๑๔) ในท้องที่ตำบลชีน้ำร้าย อำเภออินทร์บุรี
(๑๕) ในท้องที่ตำบลประศุก อำเภออินทร์บุรี
(๑๖) ในท้องที่ตำบลท่างาม อำเภออินทร์บุรี
(๑๗) ในท้องที่ตำบลทองเอน อำเภออินทร์บุรี
(๑๘) ในท้องที่ตำบลโพธิ์ชัย อำเภออินทร์บุรี
(๑๙) ในท้องที่ตำบลห้วยชัน อำเภออินทร์บุรี
(๒๐) ในท้องที่ตำบลไม้ดัด อำเภอบางระจัน
(๒๑) ในท้องที่ตำบลสิงห์ อำเภอบางระจัน
(๒๒) ในท้องที่ตำบลโพธิ์ชนไก่ อำเภอบางระจัน
(๒๓) ในท้องที่ตำบลเชิงกลัด อำเภอบางระจัน
(๒๔) ในท้องที่ตำบลแม่ลา อำเภอบางระจัน
(๒๕) ในท้องที่ตำบลบ้านจ่า อำเภอบางระจัน
(๒๖) ในท้องที่ตำบลพักทัน อำเภอบางระจัน
(๒๗) ในท้องที่ตำบลสระแจง อำเภอบางระจัน
(๒๘) ในท้องที่ตำบลบ้านหม้อ อำเภอพรหมบุรี
(๒๙) ในท้องที่ตำบลบ้านแป้ง อำเภอพรหมบุรี
(๓๐) ในท้องที่ตำบลหัวป่า อำเภอพรหมบุรี
(๓๑) ในท้องที่ตำบลโรงช้าง อำเภอพรหมบุรี
(๓๒) ในท้องที่ตำบลพระงาม อำเภอพรหมบุรี
(๓๓) ในท้องที่ตำบลโพสังโฆ อำเภอค่ายบางระจัน
(๓๔) ในท้องที่ตำบลโพทะเล อำเภอค่ายบางระจัน
(๓๕) ในท้องที่ตำบลท่าข้าม อำเภอค่ายบางระจัน
(๓๖) ในท้องที่ตำบลคอทราย อำเภอค่ายบางระจัน
(๓๗) ในท้องที่ตำบลหนองกระทุ่ม อำเภอค่ายบางระจัน
(๓๘) ในท้องที่ตำบลบางระจัน อำเภอค่ายบางระจัน
(๓๙) ในท้องที่ตำบลโพประจักษ์ อำเภอท่าช้าง
(๔๐) ในท้องที่ตำบลวิหารขาว อำเภอท่าช้าง
ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังตั้งแต่
๓๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร เว้นแต่จะเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด
ดังต่อไปนี้
๑)
ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดถนนสาธารณะที่มีช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า ๔
ช่องทางหรือมีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร
และจะต้องบรรจบกับถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางที่เท่ากันหรือมากกว่า
๒)
แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตั้งแต่
๑๔ เมตรขึ้นไปไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร
๓)
มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบของพื้นที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร
๔)
มีอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมกันทุกชั้นของอาคารทุกหลังต่อพื้นที่ที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน
๑.๕ ต่อ ๑
๕)
มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นสวน หรือบริเวณปลูกต้นไม้ หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบ
๖)
มีที่ว่างด้านหน้าของอาคารห่างจากริมเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๕๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร
๗) มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคารห่างจากที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า
๑๕ เมตร
โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร
๘) อาคารที่มีความสูงเกิน ๑๐ เมตร
ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ
ศาสนสถาน โบราณสถาน และสถานศึกษาไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว
๙) มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน
ต่อพื้นที่อาคาร ๒๐ ตารางเมตร เศษของ ๒๐ ตารางเมตรให้คิดเป็น ๒๐ ตารางเมตร
๑๐)
ที่พักมูลฝอยต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐
เมตร และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยว่า ๔ เมตร
แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน ๓ ลูกบาศก์เมตร ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า
๑๐ เมตร และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก
ทั้งนี้
การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินถึงพื้นดาดฟ้า
สำหรับอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นดินถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด