法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติ ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช 2479 (Update ณ วันที่ 21/01/2484)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
19
มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ

ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

พุทธศักราช ๒๔๗๙

ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล

คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร

ลงวันที่ ๒๐

สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๗๘)

เจ้าพระยายมราช

พล.อ.

เจ้าพระยาพิชเยนทรโยธิน

ตราไว้ ณ วันที่

๑๕ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๘๐

เป็นปีที่ ๔

ในรัชกาลปัจจุบัน

โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า เป็นการสมควรที่จะบำรุงมาตรฐานการ

ประกอบโรคศิลปะให้ดียิ่งขึ้น เพื่อสวัสดิภาพของประชาชน

จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและ

ยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑

พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัติควบคุมการ

ประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช ๒๔๗๙”

มาตรา ๒

มาตรา ๒*

ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๘๐

เป็นต้นไป

*[รก.๒๔๘๐/-/๑๖๐/๒๖ เมษายน ๒๔๘๐]

มาตรา ๓

มาตรา ๓

ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติการแพทย์ พุทธศักราช ๒๔๖๖

พระราชบัญญัติการแพทย์เพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๒

พระราชบัญญัติการแพทย์

แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๖

และกฎกระทรวงซึ่งออกตามความในมาตรา ๘

และมาตรา ๑๖ แห่งพระราชบัญญัติการแพทย์ พุทธศักราช ๒๔๖๖

มาตรา ๔

มาตรา ๔* ในพระราชบัญญัตินี้

“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

“โรคศิลปะ” หมายความว่า กิจการใด ๆ อันกระทำโดยตรงต่อร่างกาย

ของมนุษย์ในการบำบัดโรคซึ่งรวมตลอดถึงการตรวจโรคและป้องกันโรคในสาขา

ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

(ก) เวชกรรม คือการบำบัดโรคด้วยยา ด้วยศัลยกรรม ด้วยแสงรัศมี

ด้วยสูติกรรม หรือด้วยจิตวิเคราะห์ (Psychoanalysis)

(ข) ทันตกรรม คือการบำบัดโรคฟัน หรือการช่างฟัน

(ค) เภสัชกรรม คือการปรุงหรือผสมยา หรือการประดิษฐ์วัตถุใด ๆ

ขึ้นเป็นยา

(ง) การผดุงครรภ์

(จ) การพยาบาล

“การประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบัน” หมายความว่า

การประกอบ

โรคศิลปะโดยอาศัยความรู้อันได้ศึกษาตามหลักวิทยาศาสตร์

“การประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ” หมายความว่า

การประกอบ

โรคศิลปะโดยอาศัยความรู้จากตำราหรือการเรียนสืบต่อกันมาอันมิใช่การศึกษา

ตามหลักวิทยาศาสตร์

*[มาตรา ๔

แก้ไขโดยพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

(ฉบับที่ ๓) พุทธศักราช ๒๔๘๓]

มาตรา ๕

มาตรา ๕*

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการ

ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้

และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงวางระเบียบ

เกี่ยวแก่การรับขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะ

กำหนด

ให้แจ้งความต่อคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะเมื่อผู้ประกอบโรคศิลปะ

ย้ายที่อยู่หรือตาย

กับกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมและระเบียบอื่น ๆ เพื่อปฏิบัติการ

ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ แต่อัตราค่าธรรมเนียมนั้น

จะกำหนดได้ไม่เกินกว่า

อัตราดังต่อไปนี้

(ก) ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบัน

ในสาขาเวชกรรมและสาขาทันตกรรม ๒๐ บาท สาขาเภสัชกรรม ๑๐ บาท

สาขาอื่น ๕ บาท

(ข) ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ

ในสาขาเวชกรรม ๔ บาท สาขาอื่น ๒ บาท

(ค) ค่าใบแทนใบอนุญาต ฉบับละ ๑ บาท

(ง) ค่าแก้ไขหรือเพิ่มเติมอภิไธย ครั้งละ ๑ บาท

กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

*[มาตรา ๕

แก้ไขโดยพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

(ฉบับที่ ๓) พุทธศักราช ๒๔๘๓]

คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

มาตรา ๖

มาตรา ๖

ให้มีกรรมการขึ้นคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการควบคุมการ

ประกอบโรคศิลปะ” ประกอบด้วยอธิบดีกรมสาธารณสุข เป็นประธาน

และเจ้าหน้าที่แห่ง

กรมสาธารณสุข กรมหรือกองแพทย์ทหาร

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแห่งละ ๒ คน กับ

ผู้ประกอบโรคศิลปะในสาขาทันตกรรม เภสัชกรรม

การผดุงครรภ์การพยาบาล สาขาละ

๑ คน ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ ๒ คน

ซึ่งรัฐมนตรีจะได้ตั้งขึ้นเป็นกรรมการ

ให้คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะเลือกกรรมการคนใด

คนหนึ่งเป็นรองประธาน

บรรดากรรมการดังกล่าวในวรรคต้นนอกจากอธิบดีกรมสาธารณสุขผู้เป็น

ประธานจะต้องเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะโดยชอบด้วยพระราชบัญญัตินี้

และให้ดำรง

ตำแหน่งคราวหนึ่งเป็นเวลาสามปี แต่อาจถูกตั้งซ้ำอีกก็ได้

ถ้าตำแหน่งกรรมการว่างลงเพราะเหตุอื่นนอกจากถึงคราวออกตามวาระ

ให้กรม องค์การหรือรัฐมนตรี แล้วแต่กรณี

เลือกตั้งกรรมการขึ้นแทนให้เต็ม

ตำแหน่งที่ว่างอยู่ กรรมการที่เข้ามาแทนนั้น

ให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่ากำหนด

เวลาของผู้ซึ่งตนแทน

มาตรา ๗

มาตรา ๗

ให้มีเลขาธิการนายทะเบียนนายหนึ่งเป็นเลขานุการของ

คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

และให้เป็นผู้รับผิดชอบในการรักษา

ทะเบียนผู้ประกอบโรคศิลปะ

และในกิจการอื่นทั่วไปในสำนักงานเลขาธิการ

นายทะเบียน

การแต่งตั้งเลขาธิการนายทะเบียน ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ

ข้าราชการพลเรือน

มาตรา ๘

มาตรา ๘

คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะมีอำนาจและหน้าที่

ดังต่อไปนี้

(ก) รับขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตแก่บุคคลซึ่งสมควรเป็นผู้ประกอบ

โรคศิลปะตามความในพระราชบัญญัตินี้

(ข) สั่งพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตผู้ประกอบโรคศิลปะตามความใน

พระราชบัญญัตินี้

(ค) ให้คำปรึกษาและคำแนะนำแก่มหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาอื่น ๆ

ในเรื่องหลักสูตรการศึกษาวิชาในสาขาต่าง ๆ แห่งโรคศิลปะ

(ง) โฆษณาด้วยวิธีใด ๆ

ตามที่เห็นสมควรเพื่อมิให้ประชาชนหลง

เข้าใจผิดอันอาจเป็นอันตรายเนื่องจากการประกอบโรคศิลปะ

มาตรา ๙

มาตรา ๙

ในการพิจารณาขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตหรือการไต่สวน

เพื่อวินิจฉัยสั่งพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตผู้ประกอบโรคศิลปะตามความในมาตรา

(ก) และ (ข) นั้น

คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะมีอำนาจตั้ง

อนุกรรมการทำการสอบสวนพิจารณาเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการควบคุมการ

ประกอบโรคศิลปะ

อนุกรรมการนี้จะตั้งจากบุคคลที่เป็นกรรมการในคณะกรรมการ

ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

หรือจากผู้อื่นที่เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะโดยชอบด้วย

พระราชบัญญัติก็ได้

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐

การประชุมของคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

ให้ประธานหรือรองประธานเป็นผู้เรียกประชุม

และต้องมีกรรมการรวมทั้งประธาน

หรือรองประธานมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวนจึงจะเป็นองค์ประชุม

การลงมติให้ถือคะแนนเสียงข้างมาก เว้นแต่ในกรณีที่กำหนดไว้ใน

กฎกระทรวงว่า ให้ถือคะแนนเสียงสองในสาม อนึ่งที่ประชุมอาจมีมติให้ลงคะแนนลับก็ได้

การขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาต

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑

ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบโรคศิลปะเพื่อแสวงหาผลประโยชน์

หรือสินจ้างหรือบำเหน็จรางวัล หรือโฆษณาด้วยวิธีใด ๆ

แสดงว่าพร้อมที่จะ

ประกอบโรคศิลปะโดยมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ

จากคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

ตามความในพระราชบัญญัตินี้

เว้นแต่การประกอบโรคศิลปะในกรณีต่อไปนี้

(ก) นักเรียนแห่งสถานศึกษาของรัฐบาลหรือสถานศึกษาใดที่รัฐบาล

รับรองกระทำการฝึกหัดในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ผู้ฝึกหัดซึ่งได้ขึ้นทะเบียน

และรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแล้ว

(ข)* พนักงานสาธารณสุขและผู้ซึ่งได้รับมอบหน้าที่จากกรมสาธารณสุข

ให้ประกอบโรคศิลปะเฉพาะบางอย่างเพื่อป้องกันหรือช่วยเหลือความเจ็บไข้ของประชาชน

ในกรณีที่จำเป็น

ตามระเบียบที่รัฐมนตรีจะได้ประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา

(ค) แพทย์ชาวต่างประเทศซึ่งมาประกอบโรคศิลปะในฐานะเป็นผู้รับ

ปรึกษาชั่วคราวโดยมีกำหนดเวลาไม่เกินสามเดือน

*[มาตรา ๑๑(ข) แก้ไขโดยพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

(ฉบับที่ ๓) พุทธศักราช ๒๔๘๓]

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒

การขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตให้แบ่งเป็น ๒ ประเภท

คือผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันประเภทหนึ่ง

และผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ

ประเภทหนึ่งผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันในสาขาเวชกรรม

ทันตกรรม เภสัชกรรม

และการผดุงครรภ์ ให้แบ่งออกเป็นสองชั้น

คือชั้นหนึ่งกับชั้นสอง และในสาขาเวชกรรม

ชั้นหนึ่งให้แบ่งออกเป็น ประเภท ก. กับประเภท ข.

[มาตรา ๑๒ วรรคท้าย แก้ไขโดย พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

(ฉบับที่ ๓)

พ.ศ. ๒๔๘๓]

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓

ผู้มีสิทธิขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรค

ศิลปะต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๔

และต้องมีความรู้ในวิชาชีพตามมาตรา ๑๕

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็น

ผู้ประกอบโรคศิลปะ คือ

(๑) มีอายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์แล้ว

(๒) ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายซึ่งคณะกรรมการควบคุมการประกอบ

โรคศิลปะเห็นว่าจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ

(๓) ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาให้จำคุกในคดีซึ่งคณะกรรมการ

ควบคุมการประกอบโรคศิลปะเห็นว่าอาจจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ

(๔) ไม่เป็นผู้มีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือไม่เป็นผู้มีร่างกายทุพพลภาพ

หรือเป็นโรคซึ่งคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะเห็นว่าไม่สมควรให้

ประกอบโรคศิลปะ

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕*

ความรู้ในวิชาชีพของผู้มีสิทธิขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต

เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะได้นั้น คือ

(๑) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง

(ก) มีปริญญาหรือประกาศนียบัตรสำหรับสาขานั้น

ๆ จากจุฬาลงกรณ์

มหาวิทยาลัยหรือจากสถานศึกษาอื่นในประเทศไทย

ซึ่งคณะกรรมการควบคุมการประกอบ

โรคศิลปะเห็นว่ามีหลักสูตรเทียบได้ไม่ต่ำกว่าหลักสูตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้งนี้

ถ้าสาขาใด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังมิได้เปิดการศึกษาและวางหลักสูตรไว้

ให้คณะกรรมการ

ควบคุมการประกอบโรคศิลปะมีอำนาจกำหนดหลักสูตรเพื่อสอบความรู้ผู้นั้นได้ตามที่เห็นสมควร

หรือ

(ข)

มีปริญญาหรือประกาศนียบัตรจากสถานศึกษาในต่างประเทศ

และได้รับอนุญาตให้ประกอบโรคศิลปะในประเทศที่ตนได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตร

ทั้งคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะได้สอบความรู้เป็นที่พอใจแล้ว

แต่ถ้า

บุคคลเช่นนี้มีสัญชาติเป็นไทย

ก็ไม่ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบโรคศิลปะใน

ประเทศที่ผู้นั้นได้รับการศึกษา

(ค)

ผู้ที่มีปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาในสาขาเวชกรรมจาก

สถานศึกษาดังกล่าวใน (ก) หรือ (ข)

ให้ขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตใน

ประเภท ก.

สำหรับผู้ที่มีประกาศนียบัตรวิชาในสาขาเวชกรรมจากสถาน

ศึกษาของรัฐบาลไทย

ซึ่งมีเวลาการศึกษาไม่ต่ำกว่าสี่ปี และคณะกรรมการ

ควบคุมการประกอบโรคศิลปะเห็นชอบด้วยหลักสูตรการศึกษาแห่งสถานที่นั้นแล้ว

ให้ขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตในประเภท ข.

(๒) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นสอง เป็นผู้ซึ่งได้รับ

การอบรมศึกษาในสาขาทันตกรรม เภสัชกรรมหรือการผดุงครรภ์

จากโรงพยาบาล

หรือสถานศึกษาในประเทศไทยซึ่งรัฐมนตรีได้กำหนดความรู้และเงื่อนไขอันควรให้

ขึ้นทะเบียนได้ไว้ในกฎกระทรวง

แต่สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันใน

สาขาการผดุงครรภ์

ถ้าได้รับการอบรมศึกษาและได้รับประกาศนียบัตรจากกรม

สาธารณสุข ก็ให้ขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตได้

(๓) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะในสาขาการพยาบาล เป็นผู้มี

ประกาศนียบัตรจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาอื่นที่คณะกรรมการ

ควบคุมการประกอบโรคศิลปะรับรอง

(๔) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ เป็นผู้ซึ่งได้รับการอบรมศึกษา

จากผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณซึ่งได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตแล้วตามกำหนด

เวลาและตามเงื่อนไขอันควรให้ขึ้นทะเบียนได้ซึ่งกำหนดไว้ในกฎกระทรวง

*[มาตรา ๑๕

แก้ไขโดยพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

(ฉบับที่ ๓) พุทธศักราช ๒๔๘๓]

ข้อจำกัดและเงื่อนไขในการประกอบโรคศิลปะและมรรยาทในวิชาชีพ

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖

ห้ามมิให้ผู้ประกอบโรคศิลปะในสาขาหนึ่งสาขาใด ประกอบ

โรคศิลปะในสาขาอื่นซึ่งตนมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต

เว้นแต่

(ก) ผู้ประกอบโรคศิลปะในสาขาเวชกรรมแผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ให้

ประกอบโรคศิลปะในสาขาอื่นได้

แต่ถ้าจะประกอบโรคศิลปะในสาขาเภสัชกรรม

โดยมิใช่เป็นการกระทำในหน้าที่ราชการหรือในกิจการของเทศบาล

ให้ทำได้

เฉพาะการปรุงหรือผสมยาจำหน่ายให้แก่คนไข้ของตน

หรือในที่ซึ่งอยู่ห่างออกไป

ไม่น้อยกว่าห้ากิโลเมตรจากร้านขายยาที่มีผู้ประกอบโรคศิลปะในสาขาเภสัชกรรม

แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งทำการอยู่แล้ว

(ข) ผู้ประกอบโรคศิลปะในสาขาเวชกรรมแผนปัจจุบันชั้นสอง หรือ

ในสาขาทันตกรรม หรือผู้ประกอบโรคศิลปะในสาขาเวชกรรมแผนโบราณ

ให้

ปรุงหรือผสมยาจำหน่ายเฉพาะแก่คนไข้ของตนได้

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ ผู้ประกอบโรคศิลปะ

จะประกอบโรคศิลปะได้ภายในข้อจำกัด

และเงื่อนไขซึ่งกำหนดไว้ในกฎกระทรวง

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘

ผู้ประกอบโรคศิลปะจะต้องรักษามรรยาทแห่งวิชาชีพตามที่

กำหนดไว้ในกฎกระทรวง

การพักและเพิกถอนใบอนุญาต

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙

ให้คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะมีอำนาจที่จะ

สั่งให้พักหรือเพิกถอนใบอนุญาตซึ่งได้ออกให้แก่ผู้ประกอบโรคศิลปะไปแล้วได้โดย

อนุมัติของรัฐมนตรีในกรณีดังต่อไปนี้

(ก) เมื่อปรากฏว่าผู้ประกอบโรคศิลปะขาดคุณสมบัติตามความใน

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ ในกรณีเช่นนี้

ให้คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะเพิกถอน

ใบอนุญาตนั้นเสีย

(ข)* เมื่อปรากฏว่าผู้ประกอบโรคศิลปะกระทำผิดต่อพระราชบัญญัตินี้

และศาลได้พิพากษาให้ลงโทษ คดีถึงที่สุดแล้ว

หรือกระทำผิดต่อกฎกระทรวงที่ออก

ตามความในพระราชบัญญัตินี้ในส่วนที่ว่าด้วยมรรยาทหรือข้อจำกัดและเงื่อนไขใน

การประกอบโรคศิลปะ หรือในการแจ้งความเรื่องย้ายที่อยู่

คณะกรรมการควบคุม

การประกอบโรคศิลปะจะสั่งพัก หรือเพิกถอนใบอนุญาตเสียก็ได้

การสั่งพักใบอนุญาตนั้น ให้สั่งพักได้เป็นเวลาไม่เกินหนึ่งปี

ก่อนที่จะสั่งพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าวแล้ว ให้คณะกรรมการ

ควบคุมการประกอบโรคศิลปะทำการไต่สวนโดยให้โอกาสแก่ผู้รับใบอนุญาตนั้นทราบข้อหา

และยื่นคำให้การและนำพยานหรือหลักฐานอื่นสืบแก้ตัว

และให้มีอำนาจออกหมาย

เรียกผู้รับใบอนุญาตหรือประกาศเรียกแทนการออกหมาย

ออกหมายเรียกพยาน

หลักฐานและบังคับพยานให้สาบานหรือปฏิญาณตนได้ตามกระบวนพิจารณาในศาล

ทุกประการ

*[มาตรา ๑๙(ข)

แก้ไขโดยพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

(ฉบับที่ ๓) พุทธศักราช ๒๔๘๓]

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐

ในกรณีที่ผู้ประกอบโรคศิลปะได้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตแล้ว

เมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปี

ถ้าผู้นั้นได้ยื่นคำร้องขออนุญาตประกอบโรคศิลปะอีกคณะกรรมการ

ควบคุมการประกอบโรคศิลปะอาจรับขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตให้แก่ผู้นั้นใหม่ได้

เมื่อ

พิจารณาเห็นสมควร

บทกำหนดโทษ

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑

ผู้ใดโดยมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรค

ศิลปะก็ดี

หรือได้ขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแล้ว แต่อยู่ในระหว่าง

ถูกพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตก็ดี กระทำการประกอบโรคศิลปะอันเป็นการละเมิดต่อมาตรา

๑๑

หรือผู้ประกอบโรคศิลปะผู้ใดกระทำการประกอบโรคศิลปะละเมิดต่อมาตรา ๑๖ ผู้นั้น

มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาทหรือจำคุกไม่เกินหกเดือน

หรือทั้งปรับทั้งจำ

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒

ผู้ใดโดยมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรค

ศิลปะก็ดี

หรือได้ขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแล้ว แต่อยู่ในระหว่าง

ถูกพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตก็ดี โฆษณาด้วยวิธีใด ๆ

แสดงว่าพร้อมที่จะกระทำการประกอบ

โรคศิลปะเพื่อแสวงหาผลประโยชน์หรือสินจ้าง

หรือเพื่อบำเหน็จรางวัลหรือไม่ก็ตาม ผู้นั้น

มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินร้อยบาทหรือจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน

หรือทั้งปรับทั้งจำ

บทบัญญัติเฉพาะกาล

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓

ผู้ใดได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ

ตามพระราชบัญญัติการแพทย์ พุทธศักราช ๒๔๖๖

และใบอนุญาตนั้นยังคงใช้ได้ในวันใช้

พระราชบัญญัตินี้

ให้ถือว่าผู้นั้นได้ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาตโดยชอบด้วยพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔

ผู้ใดเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะอยู่ก่อนวันประกาศพระราชบัญญัตินี้

ในท้องถิ่นซึ่งยังมิได้ใช้พระราชบัญญัติการแพทย์ พุทธศักราช

๒๔๖๖ ให้ยื่นคำร้องขอขึ้นทะเบียน

เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะภายในกำหนดสามเดือนนับแต่วันใช้พระราชบัญญัตินี้

ภายในกำหนด

เวลาที่ว่านี้

ให้ผู้นั้นประกอบโรคศิลปะไปพลางก่อนได้จนกว่าจะได้รับคำสั่งจากคณะกรรมการ

ควบคุมการประกอบโรคศิลปะไม่ยอมรับขึ้นทะเบียน

การขอขึ้นทะเบียนตามความในวรรคก่อน นอกจากการขอขึ้นทะเบียนเป็น

ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง และสาขา (จ) และ (ฉ)

แห่งมาตรา ๔ แม้ผู้ขอ

จะไม่มีความรู้ในวิชาชีพตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๕

ถ้าเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๔

ก็ให้มีสิทธิขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะตามพระราชบัญญัตินี้ในสาขา

หนึ่งสาขาใดที่ตนประกอบอยู่ได้ภายในบังคับเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(ก) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ เป็นผู้ที่ประกอบโรคศิลปะ

อยู่ก่อนวันประกาศพระราชบัญญัตินี้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

(ข) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบัน มีหลักฐานแสดงได้ว่าได้

รับการอบรมศึกษาในสาขาที่ตนขอขึ้นทะเบียนจากโรงพยาบาลหรือสถานศึกษาอื่น

ใดในประเทศสยาม

หรือจากผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นหนึ่งมาแล้ว

เป็นเวลาไม่น้อยกว่ากำหนดดังต่อไปนี้

สาขาเวชกรรมห้าปี

สาขาทันตกรรมหรือเภสัชกรรมสองปี

สาขาการผดุงครรภ์หนึ่งปี

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

(ตามมติคณะรัฐมนตรี)

พิบูลสงคราม

รัฐมนตรี

พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๒)

พุทธศักราช ๒๔๘๐

มาตรา ๓

มาตรา ๓

ให้ผู้มีสิทธิขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำการประกอบโรคศิลปะ

ตามความในมาตรา ๒๔

แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

พุทธศักราช ๒๔๗๙ ที่ยังไม่ได้ขอขึ้นทะเบียน

มีสิทธิขอขึ้นทะเบียนได้ภายใน

กำหนดสามเดือน นับตั้งแต่วันใช้พระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๔

มาตรา ๔

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่รักษาการ

ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้

[รก.๒๔๘๐/-/๑๙๙๒/๓๐ มีนาคม ๒๔๘๐]

พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๓)

พุทธศักราช ๒๔๘๓

มาตรา ๗

มาตรา ๗

ให้ถือว่าผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแผน

ปัจจุบันในสาขาเวชกรรมชั้นหนึ่งอยู่แล้วก่อนวันใช้พระราชบัญญัตินี้

อยู่ใน

ประเภท ก. ตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบ

โรคศิลปะ พุทธศักราช ๒๔๗๙ ตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา

๖ แห่ง

พระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการให้

เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้

[รก.๒๔๘๔/-/๘๔/๒๑ มกราคม ๒๔๘๔]

ไพรินทร์/แก้ไข

๑/๐๒/๔๕

19 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติ ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช 2479 (Update ณ วันที่ 21/01/2484) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_5a5392122889baa8

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com