กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๐๔)
ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก
พ.ศ. ๒๕๐๓
ว่าด้วยผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๖ และมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑
ผู้ขอรับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าต้องมีคุณสมบัติและต้องด้วยหลักเกณฑ์
ดังต่อไปนี้
(๑)[๒]
เป็นสมาชิกของสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
เว้นแต่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเป็นผู้ขอรับอนุญาต
หรือเป็นผู้ที่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยไม่ยอมรับเป็นสมาชิก
หรือคัดชื่อออกจากการเป็นสมาชิกโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรซึ่งได้ทำหนังสือร้องเรียนต่อรัฐมนตรี
และรัฐมนตรีสั่งอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า
(๒)
มีเงินทุนตามที่จดทะเบียนเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือจดทะเบียนพาณิชย์ไม่ต่ำกว่าสองแสนบาท
(๓)
มีสำนักงานที่แน่นอน
(๔)
มีพนักงาน
เครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็นแก่การประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานของสินค้ามาตรฐานที่ขอรับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบ
(๕)
ไม่เป็นผู้ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้ามาแล้วรวมกันตั้งแต่สามครั้งขึ้นไป
(๖)
ไม่เป็นผู้ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้เป็นประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า
ข้อ ๒
ให้ผู้ขอรับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าแนบเอกสารประกอบคำร้องขอ
ดังต่อไปนี้
(๑)
หลักฐานการจดทะเบียนพาณิชย์ หรือการจดทะเบียนเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
รายชื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อแทนบริษัทหรือชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่และสำนักงานสาขา
(๒)
หนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับของบริษัท
(๓)
สำเนางบดุลและบัญชีกำไรขาดทุนของรอบระยะเวลาบัญชีครั้งหลังสุด
(๔)
บัญชีรายชื่อผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าประเภทรับเงินเดือนประจำ
และประเภทจ้างเป็นครั้งคราว
(๕)
หลักฐานการครอบครองสำนักงาน
(๖)
หลักฐานการมีเงินทุนตามข้อ ๑ (๒)
ในกรณีที่ผู้ขอรับอนุญาตมีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ
และมาเปิดสำนักงานสาขาในประเทศไทย ต้องแสดงหลักฐานการนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยเพื่อประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าไม่ต่ำกว่าจำนวนเงินทุนที่กำหนดตามข้อ
๑ (๒)
ความใน
(๑) (๒) และ (๕) มิให้ใช้บังคับในกรณีที่สภาการค้าเป็นผู้ขอรับอนุญาต
ข้อ ๓
การขอรับอนุญาตและการขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำร้องขอต่อสำนักงานมาตรฐานสินค้า
ตามแบบที่สำนักงานมาตรฐานสินค้ากำหนด
ข้อ ๔
ให้ผู้ประกอบการธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(๑) มีเครื่องหมายตรวจสอบ โดยจะมีตัวอักษร ตัวเลข
ภาพหรือเครื่องหมายใด ๆ อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างก็ได้
(๒)
ส่งมอบตัวอย่างเครื่องหมายตรวจสอบตาม (๑)
ให้แก่สำนักงานมาตรฐานสินค้าอย่างละสามชุด
การยกเลิก
แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติม
เครื่องหมายตรวจสอบที่ส่งมอบตัวอย่างตามวรรคก่อนต้องได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากสำนักงานมาตรฐานสินค้า
(๓)
ประทับ ปิด หรือผูกติด เครื่องหมายตรวจสอบตาม (๑) หรือ (๒)
ที่สินค้ามาตรฐานหรือวัตถุที่ใช้ในการบรรจุ หุ้มห่อ
หรือผูกมัดตามที่สำนักงานมาตรฐานสินค้ากำหนดเพื่อแสดงว่าสินค้ามาตรฐานนั้นตนได้ตรวจสอบแล้ว
(๔)
การจ้างหรือเลิกจ้างผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าภายหลังที่ได้แจ้งไว้ตามข้อ ๒ (๔)
ให้ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าแจ้งรายชื่อผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าซึ่งจ้างหรือเลิกจ้างต่อสำนักงานมาตรฐานสินค้าภายในกำหนดสิบห้าวัน
นับแต่วันจ้างหรือเลิกจ้าง
(๕)
มีสมุดทะเบียนรับคำขอให้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าและสมุดทะเบียนการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าตามแบบที่สำนักงานมาตรฐานสินค้ากำหนดและนำไปประทับตราของสำนักงานมาตรฐานสินค้า
(๖)
กรอกรายการต่าง ๆ ตามที่กำหนดไว้ในสมุดทะเบียนตาม (๕)
ทุกคราวที่ได้รับคำขอให้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าและทำการตรวจสอบมาตรฐานสินค้า
ข้อ ๕
ในกรณีที่ต้องชักตัวอย่างสินค้าเพื่อทำการตรวจสอบมาตรฐาน ให้ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าแบ่งตัวอย่างสินค้านั้นเป็นสามส่วน
แต่ละส่วนต้องมีปริมาณพอเพียงแต่การตรวจสอบมาตรฐาน และแยกบรรจุ หุ้มห่อ
หรือผูกมัดในลักษณะที่จะไม่ทำให้คุณภาพเปลี่ยนแปลง และสามารถป้องกันการถ่ายเท
สับเปลี่ยนตัวอย่างสินค้านั้นได้ ทั้งต้องมีตราหรือแผ่นป้ายแสดงวัน เดือน ปี
ที่ชักตัวอย่าง
และให้ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้ากับเจ้าของสินค้าหรือผู้แทนซึ่งอยู่ในขณะที่มีการชักตัวอย่างลงลายมือชื่อกำกับไว้ด้วย
ข้อ ๖
ให้ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าส่งมอบตัวอย่างสินค้าตามข้อ ๕
ให้แก่สำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขา แล้วแต่กรณี
สองส่วนภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันที่ชักตัวอย่าง
และรักษาไว้เองหนึ่งส่วนมีกำหนดไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ชักตัวอย่าง
เว้นแต่สำนักงานมาตรฐานสินค้าจะกำหนดเป็นอย่างอื่น
แต่ในกรณีที่มีการพิจารณาวินิจฉัยข้อโต้แย้งหรือปัญหาข้อพิพาทเกี่ยวกับมาตรฐานสินค้า
ให้รักษาตัวอย่างสินค้านั้นไว้จนกว่าการพิจารณาวินิจฉัยจะสิ้นสุด
ข้อ ๗
ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าได้รับแจ้งข้อโต้แย้งหรือปัญหาข้อพิพาทใด
ๆ เกี่ยวกับมาตรฐานสินค้าจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้านั้นแจ้งรายละเอียดข้อโต้แย้งหรือปัญหาข้อพิพาทนั้นเป็นหนังสือต่อสำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขา
แล้วแต่กรณี ภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากผู้ที่เกี่ยวข้อง
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๔
กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๔
เกษม ศรีพยัคฆ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการ
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้คือ
เพื่อกำหนดคุณสมบัติของผู้ขออนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า
กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการขออนุญาต
และกำหนดเงื่อนไขในการปฏิบัติการประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า ทั้งนี้
เพื่อประโยชน์แห่งการดำเนินการจัดและควบคุมมาตรฐานสินค้าขาออกตามอำนาจที่บัญญัติไว้ในมาตรา
๖ และมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓
กฎกระทรวง ฉบับที่
๖ (พ.ศ. ๒๕๑๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓
ว่าด้วยผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า[๓]
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
เพื่อแก้ไขคุณสมบัติของผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยหอการค้า
อุษมล/ผู้จัดทำ
๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๗๘/ตอนที่ ๒๑/หน้า ๓๓๔/๗ มีนาคม ๒๕๐๔
[๒]
附則
ข้อ ๑ (๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๖ (พ.ศ.
๒๕๑๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓ ว่าด้วยผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า
[๓] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๘๔/ตอนที่ ๑๙/ฉบับพิเศษ หน้า ๕/๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๐
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).