法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎ ก.พ. ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2536) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 ว่าด้วยกรณีความผิดที่ปรากฎชัดแจ้ง

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
2
มาตรา อารัมภบท

กฎ ก

กฎ ก.พ.

ฉบับที่ ๗

(พ.ศ. ๒๕๓๖)

ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชกพลเรือน

พ.ศ. ๒๕๓๕

ว่าด้วยกรณีความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ (๕) และมาตรา ๑๐๒

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕ ก.พ. จึงออกกฎ ก.พ.

ซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดกระทำความผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรงในกรณีดังต่อไปนี้

เป็นกรณีความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง ซึ่งผู้บังคับบัญชาจะดำเนินการทางวินัยตามมาตรา

๑๐๓ หรือมาตรา ๑๐๙ โดยไม่สอบสวนก็ได้ คือ

(๑) กระทำหรือละเว้นกระทำการใดจนต้องคำพิพากษาถึงที่สุดชี้ขาดว่าผู้นั้นกระทำผิดหรือต้องรับผิดในคดี

และผู้บังคับบัญชาเห็นว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามคำพิพากษาถึงที่สุดนั้นได้ความประจักษ์ชัดอยู่แล้วว่า

การกระทำหรือละเว้นกระทำการของผู้นั้นเป็นความผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง

(๒) กระทำผิดในกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ป. ได้พิจารณาสอบสวนและมีมติว่า

กรณีมีมูลว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง

และผู้บังคับบัญชาเห็นว่าข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ประธานกรรมการ ป.ป.ป.

ส่งเรื่องให้ดำเนินการทางวินัยได้ความประจักษ์ชัดอยู่แล้ว

(๓) กระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรงและให้ถ้อยคำรับสารภาพในข้อเท็จจริงเป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชา

หรือต่อผู้มีหน้าที่สืบสวนตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน

หรือต่อคณะกรรมการสอบสวน

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงในกรณีดังต่อไปนี้เป็นกรณีความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง

ซึ่งผู้บังคับบัญชาจะดำเนินการทางวินัยตามมาตรา ๑๐๒ วรรคสอง หรือมาตรา ๑๐๙

โดยไม่สอบสวนก็ได้ คือ

(๑) กระทำความผิดอาญาจนได้รับโทษจำคุก หรือโทษที่หนักกว่าจำคุก

โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกหรือให้รับโทษที่หนักกว่าจำคุก

เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๒)

กระทำหรือละเว้นกระทำการใดจนต้องคำพิพากษาถึงที่สุดชี้ขาดว่าผู้นั้นกระทำผิดหรือต้องรับผิดในคดี

และผู้บังคับบัญชาเห็นว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามคำพิพากษาถึงที่สุดนั้นได้ความประจักษ์ชัดอยู่แล้วว่า

การกระทำหรือละเว้นกระทำการของผู้นั้นเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

และผู้นั้นไม่ติดใจที่จะนำสืบหักล้างข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาของศาล

(๓) ละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการ

และผู้บังคับบัญชาได้ดำเนินการสืบสวนแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุผลอันสมควร

และการละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการนั้นเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง

(๔)

ละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่าสิบห้าวันและผู้บังคับบัญชาได้ดำเนินการสืบสวนแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุอันสมควร

หรือเห็นว่ามีพฤติการณ์อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ

(๕) กระทำผิดในกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ป. ได้พิจารณาสอบสวนและมีมติว่า

กรณีมีมูลว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง

และผู้บังคับบัญชาเห็นว่าข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ประธานกรรมการ ป.ป.ป.

ส่งเรื่องให้ดำเนินการทางวินัยอย่างร้ายแรงได้ความประจักษ์ชัดอยู่แล้ว และผู้นั้นไม่ติดใจที่จะนำสืบหักล้างข้อเท็จจริงตามที่คณะกรรมการ

ป.ป.ป. มีมติ

(๖)

กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงและให้ถ้อยคำรับสารภาพในข้อเท็จจริงเป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชา

หรือต่อผู้มีหน้าที่สืบสวนตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนหรือต่อคณะกรรมการสอบสวน

ให้ไว้

ณ วันที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๖

ชวน หลีกภัย

นายกรัฐมนตรี

ประธาน

ก.พ.

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้ กฎ ก.พ. ฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๐๒

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๒๕ บัญญัติว่า

การดำเนินการทางวินัยในกรณีที่เป็นความผิดที่ปรากฏชัดแจ้งตามที่กำหนดในกฎ ก.พ. จะดำเนินการทางวินัยโดยไม่สอบสวนก็ได้ จึงจำเป็นต้องออกกฎ ก.พ. นี้

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๐/ตอนที่ ๑๖๙/ฉบับพิเศษ หน้า ๘/๒๕ ตุลาคม ๒๕๓๖

2 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎ ก.พ. ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2536) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 ว่าด้วยกรณีความผิดที่ปรากฎชัดแจ้ง (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_5bd739b09d8e3bbb

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com