法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชกำหนดบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2540 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
28
มาตรา อารัมภบท

พระราชกำหนด

บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย

พ.ศ. ๒๕๔๐

ภูมิพลอดุลยเดช

ป.ร.

ให้ไว้ ณ

วันที่ ๒๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๐

เป็นปีที่ ๕๒

ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๕) พุทธศักราช ๒๕๓๘ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้ตราพระราชกำหนดขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชกำหนดนี้เรียกว่า

“พระราชกำหนดบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๔๐”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑]

พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ในพระราชกำหนดนี้

“บรรษัท”

หมายความว่า บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย

“ตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย”

หมายความว่า การทำธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวกับการลงทุนในสินทรัพย์

และการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์

“สินทรัพย์”

หมายความว่า สิทธิเรียกร้องหรือสิทธิอื่นใดที่จะก่อให้เกิดกระแสรายรับขึ้นในอนาคต

ไม่ว่าจะแน่นอนหรือไม่ก็ตาม ทั้งนี้

เฉพาะที่เกี่ยวกับสินเชื่อที่อยู่อาศัย

“หลักทรัพย์”

หมายความว่า หลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

“ตราสารทางการเงิน”

หมายความว่า ตั๋วเงิน และตราสารหนี้หรือตราสารทุนตามที่คณะกรรมการกำหนด

“การแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์”

หมายความว่า การแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์

“เงินกองทุน”

หมายความว่า ทุนประเดิมตามมาตรา ๑๐ เงินที่ได้จากการเพิ่มทุนตามมาตรา ๑๑ เงินสำรอง

และกำไรสุทธิคงเหลือหลังจากการจัดสรรแล้ว

ทั้งนี้ เมื่อหักผลขาดทุนที่เกิดขึ้นในทุกงวดการบัญชีออกแล้ว

รวมทั้งเงินสำรองจากการตีราคาสินทรัพย์

“คณะกรรมการ”

หมายความว่า คณะกรรมการบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย

“กรรมการ”

หมายความว่า กรรมการบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย

“ผู้จัดการ”

หมายความว่า ผู้จัดการบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย

“รัฐมนตรี”

หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชกำหนดนี้

มาตรา ๔

มาตรา ๔

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกำหนดนี้

และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชกำหนดนี้

กฎกระทรวงนั้น

เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

หมวด

การจัดตั้งและเงินทุน

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้จัดตั้งองค์การของรัฐขึ้นเรียกว่า

“บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย” เรียกโดยย่อว่า “บตท.” และให้เป็นนิติบุคคล

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ให้บรรษัทตั้งสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพมหานคร

และจะตั้งสาขา ณ ที่ใดภายในราชอาณาจักรก็ได้ แต่การตั้งสาขาต้องได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีก่อน

มาตรา ๗

มาตรา ๗

ให้บรรษัทมีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยและกิจการอื่นที่ส่งเสริมและพัฒนาตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ภายในขอบวัตถุประสงค์ของบรรษัทตามมาตรา ๗

ให้บรรษัทมีอำนาจกระทำกิจการต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

(๑)

ถือกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิครอบครองหรือมีทรัพยสิทธิต่าง ๆ สร้าง ซื้อ จัดหา ขาย

จำหน่าย เช่า ให้เช่า เช่าซื้อ ให้เช่าซื้อ ยืม ให้ยืม รับจำนำ รับจำนอง

แลกเปลี่ยน โอน รับโอน หรือดำเนินการใด ๆ

เกี่ยวกับทรัพย์สินทั้งในและนอกราชอาณาจักร ตลอดจนรับเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้มอบให้

(๒)[๒] รับโอนสินเชื่อของสถาบันการเงิน

ผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หรือผู้ประกอบธุรกิจที่ให้สินเชื่อโดยการรับจำนองอสังหาริมทรัพย์

ให้เช่าซื้อ หรือให้เช่าแบบลิสซิ่ง

ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจที่ให้สินเชื่อโดยการรับจำนองอสังหาริมทรัพย์

ให้เช่าซื้อ หรือให้เช่าแบบลิสซิ่ง ต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

(๓)

ดำเนินการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์

(๔)

ออกหลักทรัพย์หรือตราสารทางการเงิน

(๕)

รับประกันความเสี่ยงให้แก่ผู้ลงทุนในหลักทรัพย์ที่ออกในการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ว่าจะได้รับชำระหนี้คืนตามรูปแบบหรือวิธีการที่ชัดเจน

(๖)

เรียกเก็บดอกเบี้ย ส่วนลด ค่าธรรมเนียม และค่าบริการทางการเงินอื่น ๆ

ที่เกี่ยวข้อง

(๗)

กู้ยืมเงินในประเทศหรือต่างประเทศเพื่อธุรกิจของบรรษัท

(๘)

รับฝากเงินเพื่อประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจของบรรษัทเพื่อให้การแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์สำเร็จลุล่วง

หรือเพื่อระดมเงินจากสถาบันการเงินและตลาดการเงิน

แต่ไม่รวมถึงการระดมเงินฝากจากประชาชนทั่วไป

(๘/๑)[๓]

เป็นที่ปรึกษาทางการเงินหรือที่ปรึกษาการบริหารจัดการเกี่ยวกับสินเชื่อที่อยู่อาศัย

(๙)

ใช้เงินคงเหลืออยู่เปล่าของบรรษัทในการลงทุนเพื่อนำมาซึ่งรายได้ตามที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ

(๑๐)

กระทำการอื่นบรรดาที่เกี่ยวกับหรือเนื่องในการจัดการให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ของบรรษัท

การออกหลักทรัพย์หรือการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง

ให้บรรษัทดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

กฎหมายว่าด้วยนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์

หรือกฎหมายว่าด้วยทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน แล้วแต่กรณี[๔]

มาตรา ๙

มาตรา ๙

ในการที่บรรษัทดำเนินการลงทุนในสินทรัพย์ใด

ให้บรรษัทและผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับสิทธิประโยชน์ตามมาตรา ๑๔ ถึงมาตรา ๒๑

แห่งพระราชกำหนดนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๔๐

นั้นด้วยโดยอนุโลม

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐

ให้กำหนดทุนประเดิมของบรรษัทเป็นจำนวนหนึ่งพันล้านบาท

โดยจ่ายจากเงินสำรองเพื่อรักษาระดับกำไรนำส่งรัฐของธนาคารแห่งประเทศไทย

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ การเพิ่มทุนของบรรษัทให้กระทำโดยได้รับการจัดสรรจากเงินงบประมาณแผ่นดินหรือจากแหล่งเงินอื่นโดยได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒

เงินที่ใช้หมุนเวียนในการดำเนินกิจการประกอบด้วย

(๑)

เงินกองทุน

(๒)

เงินที่ได้มาโดยการออกหลักทรัพย์หรือตราสารทางการเงินของบรรษัท

(๓)

เงินกู้ยืมจากในประเทศและต่างประเทศ

(๔)

รายได้ของบรรษัท

(๕)

เงินที่มีผู้มอบให้

(๖)

เงินจากแหล่งเงินอื่นที่รัฐมนตรีอนุมัติ

หมวด

คณะกรรมการและการจัดการ

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย”

ประกอบด้วย ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนกรมที่ดิน

ผู้แทนธนาคารอาคารสงเคราะห์

ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

และผู้ทรงคุณวุฒิอื่นอีกไม่เกินสี่คนเป็นกรรมการ

และผู้จัดการเป็นกรรมการและเลขานุการ[๕]

ให้รัฐมนตรีเป็นผู้แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้วยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

โดยในจำนวนนี้ต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชนอย่างน้อยสองคน

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔

กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสามปี

ในกรณีที่กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ

หรือในกรณีที่แต่งตั้งกรรมการเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง

ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนหรือเป็นกรรมการเพิ่มขึ้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งไว้แล้ว

เมื่อครบกำหนดตามวาระดังกล่าวในวรรคหนึ่ง

หากยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่

ให้กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่ากรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่

กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้

แต่ไม่เกินสองวาระติดต่อกัน

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๑๔

กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ

(๑)

ตาย

(๒)

ลาออก

(๓)

รัฐมนตรีให้ออกเพราะบกพร่องหรือไม่สุจริตต่อหน้าที่หรือหย่อนความสามารถ

(๔)

เป็นบุคคลล้มละลาย

(๕)

เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๖)

ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖

การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด

จึงจะเป็นองค์ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุม ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก

กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน

ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน

ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่วางนโยบายและควบคุมดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการของบรรษัทภายในขอบวัตถุประสงค์ตามมาตรา

๗ อำนาจหน้าที่เช่นว่านี้ให้รวมถึง

(๑)

กำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล เงินตอบแทน และค่าใช้จ่าย

(๒)

กำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง การเงิน ทรัพย์สิน และการบัญชี

รวมทั้งการตรวจสอบและสอบบัญชีภายใน

(๓)

กำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารงานและดำเนินกิจการ

(๔)

กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับคุณสมบัติของลูกหนี้สินเชื่อที่อยู่อาศัย

ซึ่งบรรษัทจะรับโอน

(๕)

กำหนดมาตรฐานสัญญาสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่บรรษัทจะรับโอน

(๖)

กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการประเมินราคาสินทรัพย์ที่บรรษัทจะรับโอน

ตลอดจนกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข

และการรับประกันความเสี่ยงให้แก่ผู้ลงทุนในหลักทรัพย์ที่บรรษัทออกในการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์

(๗)

พิจารณาให้ความเห็นชอบงบประมาณของบรรษัท

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘

คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารคณะหนึ่ง

ประกอบด้วยผู้จัดการและกรรมการในคณะกรรมการไม่น้อยกว่าสามคนและไม่เกินห้าคนเป็นกรรมการบริหาร

และกำหนดให้กรรมการบริหารคนหนึ่งนอกจากผู้จัดการเป็นประธานกรรมการบริหาร

ให้คณะกรรมการบริหารมีอำนาจหน้าที่ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ เพื่อประโยชน์แก่กิจการของบรรษัท

ให้คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งของบรรษัทได้

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐

คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนผู้จัดการด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรี

การแต่งตั้งและถอดถอนผู้จัดการตามวรรคหนึ่งต้องประกอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของกรรมการทั้งหมด

ผู้จัดการไม่เป็นพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑

ผู้จัดการมีอำนาจหน้าที่ดำเนินกิจการของบรรษัทให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ของบรรษัท

และตามนโยบายหรือข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด

ในกิจการของบรรษัทที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก

ให้ผู้จัดการเป็นผู้แทนของบรรษัท

และเพื่อการนี้ผู้จัดการจะมอบอำนาจให้ตัวแทนหรือบุคคลใดกระทำกิจการเฉพาะอย่างแทนก็ได้

แต่ต้องเป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ ให้ประธานกรรมการ กรรมการ

ประธานกรรมการบริหาร

กรรมการบริหารและอนุกรรมการได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่รัฐมนตรีกำหนด

หมวด

การกำกับ

การดำเนินงาน และการควบคุม

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓

ให้รัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่กำกับโดยทั่วไปซึ่งกิจการของบรรษัทเพื่อการนี้

จะสั่งให้บรรษัทชี้แจงข้อเท็จจริง แสดงความคิดเห็น ทำรายงาน

หรือยับยั้งการกระทำของบรรษัทที่ขัดต่อนโยบายของรัฐบาลหรือมติคณะรัฐมนตรี

ตลอดจนมีอำนาจที่จะสั่งให้บรรษัทปฏิบัติการตามนโยบายของรัฐบาลหรือมติคณะรัฐมนตรี

และสั่งสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการดำเนินงานได้

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔

ให้บรรษัทดำรงเงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์ หนี้สิน

หรือภาระผูกพันตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕

ในกรณีที่บรรษัทขอให้รัฐบาลค้ำประกันเงินกู้ที่บรรษัทกู้ยืมจากแหล่งให้กู้ยืมภายในประเทศหรือต่างประเทศ

ให้รัฐบาลมีอำนาจค้ำประกันเงินกู้นั้นได้ แต่จำนวนเงินกู้ที่จะค้ำประกันเมื่อรวมกับต้นเงินกู้ที่การค้ำประกันของรัฐบาลยังค้างอยู่

ต้องไม่เกินสี่เท่าของเงินกองทุนของบรรษัทเมื่อคำนวณเป็นเงินตราไทย ทั้งนี้

ไม่ว่าจะเป็นการค้ำประกันตามอำนาจที่มีอยู่ในกฎหมายใด

การคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยเพื่อทราบยอดรวมของเงินกู้ตามวรรคหนึ่ง

ให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามอัตราถัวเฉลี่ยประจำวันที่ทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราได้กำหนดไว้ในวันทำสัญญา

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖

ให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของบรรษัทและเสนอรายงานผลการตรวจสอบบัญชีต่อรัฐมนตรี

ให้บรรษัทรายงานกิจการประจำปี

งบดุล บัญชีกำไรและขาดทุน ซึ่งผู้สอบบัญชีตามวรรคหนึ่งได้รับรองแล้วต่อรัฐมนตรี

เพื่อเสนอไปยังคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาเพื่อทราบภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชีแต่ละปี

หมวด

การจัดสรรกำไร

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗ การจัดสรรกำไรสุทธิประจำปี

ให้บรรษัทจัดสรรเป็นเงินสำรองไว้ในกิจการของบรรษัทไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของกำไรสุทธิ

ส่วนที่เหลือให้จัดสรรเข้าเงินกองทุนหรือนำส่งเป็นรายได้ของแผ่นดินตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘ ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้

ทุน

และความรับผิดของสำนักงานตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยในธนาคารอาคารสงเคราะห์มาเป็นของบรรษัท ทั้งนี้

ภายในระยะเวลาไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พลเอก

ชวลิต ยงใจยุทธ

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือ

โดยที่มีความจำเป็นและรีบด่วนที่จะต้องแก้ไขปัญหาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของประเทศที่กำลังประสบภาวะซบเซาโดยการขยายสินเชื่อที่อยู่อาศัยในวงกว้างขึ้น

อันเป็นมาตรการหนึ่งในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม

แต่ปัจจุบันการให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังต้องใช้เงินทุนจากสถาบันการเงินตัวกลางทั้งของรัฐและเอกชน

ซึ่งทั้งในส่วนของสถาบันการเงินของรัฐและเอกชนยังมีข้อจำกัดอยู่หลายประการ

ทำให้ไม่สามารถจัดสรรเงินทุนเพื่อให้สินเชื่อในสาขาที่อยู่อาศัยได้เพียงพอกับความต้องการ

จึงสมควรจัดตั้งองค์การของรัฐเพื่อพัฒนาตลาดรองการให้สินเชื่อที่อยู่อาศัย

โดยนำหลักการของการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์มาใช้เพื่อให้สามารถระดมทุนสำหรับขยายสินเชื่อที่อยู่อาศัยได้มากเพียงพอและสม่ำเสมอ

และโดยที่เป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนในอันจะรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้

ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี

เรื่อง

การอนุมัติพระราชกำหนดนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ พ.ศ.

๒๕๔๐[๖]

พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย

พ.ศ. ๒๕๔๐ พ.ศ. ๒๕๖๐[๗]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๒

มาตรา ๒

พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๗

มาตรา ๗

ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยตามพระราชกำหนดบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย

พ.ศ. ๒๕๔๐ ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยตามพระราชกำหนดบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย

พ.ศ. ๒๕๔๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้

จนกว่าจะครบวาระการดำรงตำแหน่ง

มาตรา ๘

มาตรา ๘

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ

โดยที่ปัจจุบันการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับที่อยู่อาศัยมีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้น

อีกทั้งการดำเนินธุรกรรมทางการเงินมีการพัฒนาในรูปแบบต่าง ๆ

สมควรแก้ไขเพิ่มเติมอำนาจของบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยและองค์ประกอบของคณะกรรมการบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยตามพระราชกำหนดบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย

พ.ศ. ๒๕๔๐ เพื่อให้การดำเนินการของบรรษัทดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

อังศุมาลี/จัดทำ

๑๕ พฤษภาคม

๒๕๕๖

อุดมลักษณ์/ตรวจ

๑๕ พฤษภาคม

๒๕๕๖

ปุณิกา/เพิ่มเติม

๔ กันยายน

๒๕๖๐

วิชพงษ์/ตรวจ

กันยายน ๒๕๖๐

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๔/ตอนที่ ๒๙ ก/หน้า ๒๐/๒๘ มิถุนายน ๒๕๔๐

[๒]

มาตรา ๘

มาตรา ๘ (๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย

พ.ศ. ๒๕๔๐ พ.ศ. ๒๕๖๐

[๓]

มาตรา ๘

มาตรา ๘ (๘/๑) เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย

พ.ศ. ๒๕๔๐ พ.ศ. ๒๕๖๐

[๔]

มาตรา ๘

มาตรา ๘ วรรคสอง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย

พ.ศ. ๒๕๔๐ พ.ศ. ๒๕๖๐

[๕]

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย

พ.ศ. ๒๕๔๐ พ.ศ. ๒๕๖๐

[๖]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๔/ตอนที่ ๓๔ ก/หน้า ๓๑/๘ กรกฎาคม ๒๕๔๐

[๗]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนที่ ๘๘ ก/หน้า ๑/๓๑

สิงหาคม ๒๕๖๐

28 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกำหนดบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2540 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_5c6820750fdcd0a0

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com