พระราชกำหนด
พระราชกำหนด
บรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน
(ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๔๑
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๗ พฤษภาคม
พ.ศ. ๒๕๔๑
เป็นปีที่ ๕๓
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๑๘
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ
ให้ตราพระราชกำหนดขึ้นไว้ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชกำหนดนี้เรียกว่า พระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑
มาตรา ๒[๑]
พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓
ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๔ ทวิ) ของมาตรา ๘ แห่งพระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน
พ.ศ. ๒๕๔๐
(๔ ทวิ) ให้กู้แก่ลูกหนี้ของ อบส. บริษัทเงินทุน
บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์และสถาบันการเงินอื่นตามมาตรา ๗
มาตรา ๔
ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๐ แห่งพระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน
พ.ศ. ๒๕๔๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๑๐
เพื่อประโยชน์ในการดำเนินกิจการตามวัตถุประสงค์ บรรษัทอาจเพิ่มทุนได้
การเพิ่มทุนของบรรษัทให้ทำได้โดยการออกหุ้นใหม่
ทั้งนี้ โดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรี
ให้บรรษัทเสนอต่อประชาชนหรือบุคคลใด ๆ
ตามแต่บรรษัทจะกำหนดให้เข้าชื่อซื้อหุ้นที่ระบุในวรรคสอง ตามเวลา
วิธีการและจำนวนที่บรรษัทกำหนด และให้บรรษัทจัดออกหุ้นเหล่านั้นได้
เพื่อประโยชน์ในการเสนอขายหุ้นตามวรรคสาม
บรรษัทอาจเปลี่ยนมูลค่าหุ้นและจำนวนหุ้นได้ตามที่เห็นสมควร
มาตรา ๕
ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๖ แห่งพระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน
พ.ศ. ๒๕๔๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๒๖
ในกรณีที่บรรษัทมีผลกำไร หลังจากหักผลขาดทุนสะสมออกแล้ว
ให้จัดสรรไว้เป็นเงินกองทุนของบรรษัทจนกว่าเงินกองทุนของบรรษัทจะมีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละสิบของสินทรัพย์ทั้งสิ้น
ส่วนที่เหลือให้จ่ายเป็นเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นได้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ชวน
หลีกภัย
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือ
โดยที่ในขณะนี้มีความจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาวิกฤติทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างรวดเร็วเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศทั้งในภาคการเงินและภาคการลงทุน
ด้วยเหตุนี้รัฐจึงได้กำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยการตรากฎหมายหลายฉบับเพื่อระดมเงินทุนให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ
ซึ่งในการแก้ไขปัญหาสภาพคล่องทางการเงินส่วนหนึ่งนั้นได้มีการจัดตั้งบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงินขึ้นเพื่อดำเนินการรับซื้อหนี้ด้อยคุณภาพของสถาบันการเงินต่าง
ๆ ที่มีปัญหาในการดำเนินการมาจัดการบริหารต่อไป
แต่การดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของบรรษัทดังกล่าวจำเป็นต้องใช้เงินทุนจำนวนมากในการรับซื้อหนี้ด้อยคุณภาพซึ่งตามกฎหมายปัจจุบันยังมีปัญหาในการเร่งระดมเงินของบรรษัทเพราะการเพิ่มทุนกระทำได้อย่างจำกัด
ทำให้ไม่มีเงินทุนเพียงพอที่จะรับซื้อหนี้ด้อยคุณภาพมาบริหารให้เป็นหนี้มีคุณภาพและไม่อาจทำให้เกิดการหมุนเวียนทางการเงินที่จะเสริมสร้างความมั่นใจในการลงทุนขึ้นได้
จึงจำเป็นต้องกำหนดให้บรรษัทเพิ่มทุนได้โดยการขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปและมีมาตรการจูงใจให้มีผู้มาลงทุนในบรรษัท
รวมทั้งให้อำนาจบรรษัทในการเข้าช่วยเหลือโดยการให้กู้เงินแก่หนี้ด้อยคุณภาพซึ่งเป็นโครงการลงทุนต่าง
ๆ ที่รับโอนมาเพื่อทำให้เป็นหนี้มีคุณภาพซึ่งจะส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนทางการเงินในระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอันเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสภาพคล่องทางการเงินตามมาตรการแก้ไขปัญหาวิกฤติทางเศรษฐกิจ
และโดยที่การดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวจำเป็นต้องกระทำอย่างรวดเร็วในขณะนี้เพื่อมิให้เกิดภาวะชะงักงันทางการเงินอันจะกระทบต่อมาตรการอื่น
ๆ ขึ้นได้ จึงเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ในการที่จะรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้
พรพิมล/แก้ไข
๙
พ.ย ๒๕๔๔
A+B (C)
นวพร/แก้ไข
๓๐
ธ.ค. ๒๕๔๗
[๑] รก. ๒๕๔๑/๒๓ก/๑๑/๗ พฤษภาคม
๒๕๔๑]
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).