กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
กำหนดหลักเกณฑ์การเพิกถอนทะเบียน
รถจักรยานยนต์สาธารณะ
พ.ศ.
๒๕๕๓
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ (๑๘)
แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์
(ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒ และมาตรา ๒๓/๑ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗
อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมออกกฎกระทรวงไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑[๑]
กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒ ในกฎกระทรวงนี้
คณะกรรมการ หมายความว่า
คณะกรรมการประจำจังหวัดหรือคณะอนุกรรมการประจำท้องที่
ข้อ ๓ ในกรณีที่นายทะเบียนได้รับแจ้งจากคณะกรรมการว่าผู้ขับรถ
หรือเจ้าของหรือผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์สาธารณะกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
ให้นายทะเบียนในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบที่มีที่ตั้งสถานที่รอรับคนโดยสารมีอำนาจเพิกถอนทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะ
(๑)
ผู้ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมติของคณะกรรมการในส่วนที่เกี่ยวกับสถานที่รอรับคนโดยสาร
เส้นทางหรือท้องที่ในการรับจ้างบรรทุกคนโดยสารหรือค่าจ้างบรรทุกคนโดยสารหรือค่าบริการอื่น
(๒) เจ้าของหรือผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์สาธารณะได้ใช้หนังสือรับรองการใช้รถจักรยานยนต์สาธารณะปลอมหรือที่ออกโดยผู้ไม่มีอำนาจ
เป็นหลักฐานประกอบการขอจดทะเบียนหรือเปลี่ยนประเภทเป็นรถจักรยานยนต์สาธารณะ
เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการของคณะกรรมการตามวรรคหนึ่ง
คณะกรรมการอาจเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อเท็จจริง
หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารเพื่อประกอบการพิจารณาด้วยก็ได้
ข้อ ๔ การแจ้งเหตุแห่งการเพิกถอนตามข้อ ๓
ให้ทำเป็นหนังสือ และให้คณะกรรมการดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑)
กรณีเป็นรถจักรยานยนต์สาธารณะที่มีที่ตั้งสถานที่รอรับคนโดยสารตามที่คณะกรรมการกำหนดอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร
ให้แจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบก
(๒)
กรณีเป็นรถจักรยานยนต์สาธารณะที่มีที่ตั้งสถานที่รอรับคนโดยสารตามที่คณะกรรมการกำหนดอยู่ในเขตจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร
ให้แจ้งไปยังสำนักงานขนส่งจังหวัดนั้น
ข้อ ๕ หนังสือแจ้งตามข้อ ๔ อย่างน้อยต้องมีรายละเอียด
ดังต่อไปนี้
(๑)
หมายเลขทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะพร้อมทั้งหมายเลขตัวรถคันที่คณะกรรมการมีมติให้เพิกถอน
(๒) ชื่อของผู้ขับรถ
เจ้าของหรือผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์สาธารณะคันที่คณะกรรมการมีมติให้เพิกถอน
(๓) เหตุแห่งการเพิกถอนตามข้อ ๓ (๑) หรือ (๒)
แล้วแต่กรณี
และข้อพิจารณาและมติของคณะกรรมการที่ระบุให้นายทะเบียนเพิกถอนทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะตามเหตุแห่งการเพิกถอนนั้น
(๔)
ลายมือชื่อของประธานกรรมการหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมาย
(๕) พยานหลักฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)
ข้อ ๖ เมื่อนายทะเบียนได้รับหนังสือแจ้งจากคณะกรรมการตามข้อ
๔ แล้ว
ให้ดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดในหนังสือแจ้งกับข้อมูลทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะของนายทะเบียน
ถ้าข้อมูลไม่ถูกต้องตรงกันหรือมีพยานหลักฐานไม่เพียงพอแก่การพิจารณา
ให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งไปยังคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อมูลหรือส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้แก่นายทะเบียนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากนายทะเบียน
ทั้งนี้
หากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวให้ถือว่าคณะกรรมการไม่ประสงค์จะเสนอให้มีการเพิกถอนทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะนั้น
ในกรณีที่ข้อมูลถูกต้องตรงกัน หรือคณะกรรมการได้ตรวจสอบข้อมูลหรือส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมตามวรรคหนึ่งแล้ว
ให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งให้ผู้ขับรถ
เจ้าของและผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์สาธารณะมารับทราบข้อกล่าวหาภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากนายทะเบียน
ในการนี้ ให้ผู้ขับรถ เจ้าของหรือผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์สาธารณะมีสิทธิชี้แจงหรือมีหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงแก้ข้อกล่าวหาต่อนายทะเบียนได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่รับทราบข้อกล่าวหา
การแจ้งข้อกล่าวหาตามวรรคสอง
ให้นายทะเบียนแจ้งมติของคณะกรรมการและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ผู้ขับรถ
เจ้าของและผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์สาธารณะทราบด้วย
ในกรณีที่ผู้ขับรถ
เจ้าของหรือผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์สาธารณะไม่มารับทราบข้อกล่าวหาหรือมารับทราบข้อกล่าวหาแล้วแต่ไม่มาชี้แจงหรือไม่มีหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงแก้ข้อกล่าวหาภายในกำหนดเวลาตามวรรคสอง
โดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้ถือว่าผู้ขับรถ
เจ้าของหรือผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์สาธารณะสละสิทธิแก้ข้อกล่าวหา
ข้อ ๗ ในกรณีที่นายทะเบียนพิจารณาแล้ว
เห็นว่ามีเหตุอันควรแก่การเพิกถอนตามข้อ ๓ (๑) หรือ (๒) แล้วแต่กรณี
ให้นายทะเบียนมีคำสั่งเพิกถอนทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะนั้นแต่หากเห็นว่าไม่มีเหตุอันควรเพิกถอน
ให้นายทะเบียนมีคำสั่งไม่เพิกถอนทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะนั้น
ในกรณีที่นายทะเบียนมีคำสั่งไม่เพิกถอนทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะ
ให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งให้คณะกรรมการ ผู้ขับรถ
เจ้าของและผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์สาธารณะทราบ
ข้อ ๘ ในกรณีที่นายทะเบียนมีคำสั่งเพิกถอนทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะ
ให้นายทะเบียนดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑)
บันทึกการเพิกถอนทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะลงในฐานข้อมูลของนายทะเบียน
(๒)
มีหนังสือแจ้งคำสั่งเพิกถอนทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะให้คณะกรรมการทราบ
(๓) มีหนังสือแจ้งคำสั่งเพิกถอนทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะให้เจ้าของและผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์สาธารณะทราบ
พร้อมทั้งแจ้งสิทธิในการอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งของนายทะเบียน
เจ้าของหรือผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์สาธารณะมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนโดยทำเป็นหนังสือยื่นต่ออธิบดีภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งของนายทะเบียนในหนังสืออุทธรณ์
ให้ระบุข้อโต้แย้งและข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่อ้างอิงประกอบด้วย
และให้นำหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในเรื่องการอุทธรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับ
ทั้งนี้
การอุทธรณ์ดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นการทุเลาการบังคับ
คำสั่งเพิกถอนทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะ
มีผลให้ภาษีประจำปีสำหรับรถจักรยานยนต์สาธารณะเป็นอันระงับไป
และกรณีที่มีภาษีประจำปีค้างชำระ
ให้เจ้าของและผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์สาธารณะเป็นผู้มีหน้าที่ต้องเสียภาษีที่ค้างชำระให้ครบถ้วน
ข้อ ๙ เมื่อได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งเพิกถอนทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะตามข้อ
๘ (๓) ให้เจ้าของและผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์สาธารณะมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) ส่งคืนแผ่นป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะต่อนายทะเบียน
(๒)
นำใบคู่มือจดทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะมาแสดงเพื่อให้นายทะเบียนบันทึกหลักฐานการระงับทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะ
(๓)
เสียภาษีประจำปีสำหรับรถจักรยานยนต์สาธารณะที่ค้างชำระพร้อมทั้งเงินเพิ่มให้ครบถ้วน
(ถ้ามี)
ให้เจ้าของและผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์สาธารณะดำเนินการตาม
(๑) (๒) และ (๓) ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งเพิกถอนทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะ
ให้ไว้
ณ วันที่ ๒๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
สุชาติ
โชคชัยวัฒนากร
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
ปฏิบัติราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากปัจจุบันผู้ขับรถ
เจ้าของหรือผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์สาธารณะกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมติของคณะกรรมการประจำจังหวัดหรือคณะอนุกรรมการประจำท้องที่ที่กำหนดไว้
ตลอดจนได้มีการใช้หนังสือรับรองการใช้รถจักรยานยนต์สาธารณะปลอมหรือที่ออกโดยผู้ไม่มีอำนาจ
เป็นหลักฐานประกอบการขอจดทะเบียนหรือเปลี่ยนประเภทเป็นรถจักรยานยนต์สาธารณะ
เป็นเหตุให้การควบคุมและการจัดระเบียบการใช้รถจักรยานยนต์สาธารณะขาดประสิทธิภาพ
สมควรกำหนดมาตรการเพื่อควบคุมและจัดระเบียบการประกอบอาชีพของผู้ขับรถเจ้าของหรือผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์สาธารณะให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๑๙
สิงหาคม ๒๕๕๓
ณัฐวดี/ตรวจ
๑๙
สิงหาคม ๒๕๕๓
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนที่ ๔๙ ก/หน้า ๒๒/๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๓
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).