我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. 2534 หมวด ๓

มาตรา ๑๙–มาตรา ๒๖共 5 條

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ ผู้ใดต้องหาว่ากระทำความผิดฐานเสพหรือมีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพย์ติดให้โทษประเภท ๑ ประเภท ๒ หรือประเภท ๕ ตามปริมาณที่กำหนดในกฎ กระทรวง และไม่ปรากฏว่าต้องหาหรืออยู่ในระหว่างถูกดำเนินคดีในความผิดฐานอื่นด้วยซึ่ง เป็นความผิดที่มีโทษจำคุกหรือต้องคำพิพากษาให้จำคุก ให้พนักงานสอบสวนส่งตัวผู้นั้นไปยัง ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพที่อยู่ในเขตอำนาจเพื่อตรวจพิสูจน์ว่าผู้ต้องหานั้นติดยาเสพย์ติดหรือไม่ และให้ถือว่าผู้ต้องหายังอยู่ในความควบคุมของพนักงานสอบสวน ส่วนการสอบสวนก็ให้ พนักงานสอบสวนดำเนินการต่อไป ในกรณีที่ผู้ต้องหาตามวรรคหนึ่งมีอายุยังไม่ถึงสิบแปดปีบริบูรณ์ ให้นำ กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว มาใช้บังคับ

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ เมื่อได้มีการรับตัวผู้ต้องหาไว้ตามมาตรา ๑๙ แล้ว ให้พนักงาน เจ้าหน้าที่จัดทำบันทึกประวัติของผู้ต้องหาและดำเนินการให้มีการตรวจพิสูจน์โดยเร็วว่าผู้ต้อง หานั้นติดยาเสพย์ติดหรือไม่ เสร็จแล้วให้รายงานผลการตรวจพิสูจน์ และบันทึกประวัติต่อคณะ อนุกรรมการประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ หลักเกณฑ์และวิธีการบันทึกประวัติและการตรวจพิสูจน์ตามวรรคหนึ่ง ให้ เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ ในกรณีที่คณะอนุกรรมการประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพวินิจฉัยว่า ผลการตรวจพิสูจน์ปรากฏว่าผู้ต้องหานั้นติดยาเสพย์ติด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งตัวผู้นั้นเข้า รับการฟื้นฟูสมรรถภาพแล้วรายงานให้พนักงานสอบสวนทราบ แต่ถ้าผลการตรวจพิสูจน์ ไม่ปรากฏว่าผู้นั้นติดยาเสพย์ติด ก็ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งตัวผู้นั้นคืนให้พนักงานสอบสวน พร้อมรายงานการตรวจพิสูจน์

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖ และมาตรา ๒๗ ผู้เข้ารับ การฟื้นฟูสมรรถภาพต้องอยู่รับการฟื้นฟูสมรรถภาพในศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพตามระเบียบที่ คณะกรรมการกำหนดเป็นเวลาไม่เกินหกเดือนนับแต่วันถูกส่งตัวเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพ

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).