กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดสุรินทร์
พ.ศ. ๒๕๕๖[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
และมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕
อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ และมาตรา ๔๓
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับได้มีกำหนดห้าปี
ข้อ ๒ ให้ใช้บังคับผังเมืองรวม
ในท้องที่จังหวัดสุรินทร์ ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๓ กฎกระทรวงนี้มิให้ใช้บังคับในท้องที่ที่มีการประกาศใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวม
ข้อ ๔ การวางและจัดทำผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้
มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา
และการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท
ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ
และสภาพแวดล้อมในบริเวณแนวเขตตามข้อ ๒
ให้สอดคล้องกับการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ข้อ ๕ ผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้
มีนโยบายและมาตรการเพื่อจัดระบบการใช้ประโยชน์ที่ดินโครงข่ายคมนาคมขนส่งและบริการสาธารณะให้มีประสิทธิภาพ
สามารถรองรับและสอดคล้องกับการขยายตัวของชุมชนในอนาคต
รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจ โดยมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้
(๑) ส่งเสริมและพัฒนาจังหวัดสุรินทร์ให้เป็นเมืองน่าอยู่
โดยมีระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการอย่างเพียงพอและได้มาตรฐาน
(๒) ส่งเสริมและพัฒนาด้านการเกษตร และอุตสาหกรรมต่อเนื่องกับการเกษตร
โดยการทำเกษตรอินทรีย์ตามศักยภาพของแต่ละพื้นที่ในท้องถิ่น
(๓) อนุรักษ์และฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมที่มีคุณค่าทางศิลปกรรม
สถาปัตยกรรม
ประวัติศาสตร์และโบราณคดีของจังหวัดให้เชื่อมโยงเป็นเครือข่ายกับศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดโดยรอบ
เพื่อเป็นการสร้างเครือข่ายทางศิลปวัฒนธรรมในภาคอีสาน
(๔) ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว และผ้าไหมสุรินทร์
(๕) อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ข้อ ๖ การใช้ประโยชน์ที่ดินภายในเขตผังเมืองรวม
ให้เป็นไปตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภท และรายการประกอบแผนผังท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๗ การใช้ประโยชน์ที่ดินตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวงนี้
ให้เป็นไปดังต่อไปนี้
(๑) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑.๑ ถึงหมายเลข ๑.๑๙
ที่กำหนดไว้เป็นสีชมพู ให้เป็นที่ดินประเภทชุมชน
(๒) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๒ ที่กำหนดไว้เป็นสีม่วง
ให้เป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า
(๓) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๓.๑ ถึงหมายเลข ๓.๕
ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียว ให้เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม
(๔) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๔.๑ และหมายเลข ๔.๒
ที่กำหนดไว้เป็นสีขาวมีกรอบและเส้นทแยงสีเขียว
ให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม
(๕) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๕
ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อนมีเส้นทแยงสีขาว ให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้
(๖) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๖.๑ ถึงหมายเลข ๖.๘ ที่กำหนดไว้เป็นสีฟ้า
ให้เป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
ข้อ ๘ ที่ดินประเภทชุมชน
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย พาณิชยกรรม สถาบันการศึกษา สถาบันศาสนา
สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
หรือสาธารณประโยชน์สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่นให้เป็นไปตามที่กำหนด
ดังต่อไปนี้
(๑)
ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่ไม่ใช่อาคารขนาดใหญ่หรืออาคารสูง แต่ไม่หมายความรวมถึงโครงสร้างสำหรับใช้ในการรับส่งวิทยุ
โทรทัศน์ หรือสัญญาณสื่อสารทุกชนิด
(๒)
ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด
ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน เว้นแต่โรงงานตามประเภท
ชนิด และจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้
และโรงงานบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชน ทั้งนี้
ในการดำเนินการต้องมีที่ว่างโดยรอบสำหรับปลูกต้นไม้
เพื่อเป็นแนวกันชนไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
(๒)
คลังน้ำมันเชื้อเพลิงและสถานที่ที่ใช้ในการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง
ที่ไม่ใช่ก๊าซปิโตรเลียมเหลวและก๊าซธรรมชาติ
เพื่อจำหน่ายที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
เว้นแต่เป็นสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
(๓) สถานที่บรรจุก๊าซ สถานที่เก็บก๊าซ และห้องบรรจุก๊าซ
สำหรับก๊าซปิโตรเลียมเหลวตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
แต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการ ร้านจำหน่ายก๊าซ สถานที่ใช้ก๊าซ และสถานที่จำหน่ายอาหารที่ใช้ก๊าซ
(๔) เลี้ยงม้า โค สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด ไก่ งู จระเข้
หรือสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เพื่อการค้า
(๕) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม
(๖) ไซโลเก็บผลิตผลทางการเกษตร
ที่ดินประเภทนี้ในเขตโบราณสถาน ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อโบราณสถานตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน
โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะ
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำ ลำคลอง
หรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๖ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค
ข้อ ๙ ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่ออุตสาหกรรมและคลังสินค้า
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่
สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่นให้เป็นไปตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑)
ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่ไม่ใช่อาคารขนาดใหญ่หรืออาคารสูง แต่ไม่หมายความรวมถึงโครงสร้างสำหรับใช้ในการรับส่งวิทยุ
โทรทัศน์ หรือสัญญาณสื่อสารทุกชนิด
(๒)
ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด
ดังต่อไปนี้
(๑) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน
(๒) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม
(๓) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย
(๔) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงเด็ก
(๕) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงคนชรา
ที่ดินประเภทนี้ในเขตโบราณสถาน
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อโบราณสถานตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ
ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมทางหลวงแผ่นดินและทางหลวงชนบท
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางไม่น้อยกว่า ๖ เมตร
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะ
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า
๖ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค
ข้อ ๑๐ ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม การอยู่อาศัย
พาณิชยกรรม
และอุตสาหกรรมที่สอดคล้องกับการพัฒนาด้านการเกษตรอินทรีย์หรือเกี่ยวข้องกับการเกษตรอินทรีย์
สถาบันการศึกษา สถาบันศาสนา สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่นให้เป็นไปตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑)
ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่ไม่ใช่อาคารขนาดใหญ่หรืออาคารสูง แต่ไม่หมายความรวมถึงโครงสร้างสำหรับใช้ในการรับส่งวิทยุ
โทรทัศน์ หรือสัญญาณสื่อสารทุกชนิด
(๒) ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด
ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน เว้นแต่โรงงานตามประเภท
ชนิด และจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้
และโรงงานบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชน ทั้งนี้
ในการดำเนินการต้องมีที่ว่างโดยรอบสำหรับปลูกต้นไม้
เพื่อเป็นแนวกันชนไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
(๒)
คลังน้ำมันเชื้อเพลิงและสถานที่ที่ใช้ในการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง
ที่ไม่ใช่ก๊าซปิโตรเลียมเหลวและก๊าซธรรมชาติ เพื่อจำหน่ายที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
เว้นแต่เป็นสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
(๓) สถานที่บรรจุก๊าซ สถานที่เก็บก๊าซ และห้องบรรจุก๊าซ
สำหรับก๊าซปิโตรเลียมเหลวตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
แต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการ ร้านจำหน่ายก๊าซ สถานที่ใช้ก๊าซ
และสถานที่จำหน่ายอาหารที่ใช้ก๊าซ ทั้งนี้ ในการดำเนินการดังกล่าวในโรงงานตาม
(๑) ต้องมีที่ว่างโดยรอบสำหรับปลูกต้นไม้
เพื่อเป็นแนวกันชนไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
(๔) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม
(๕) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม
เว้นแต่เป็นส่วนหนึ่งของการจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย
และมีพื้นที่ไม่เกินร้อยละห้าของพื้นที่โครงการทั้งหมด
(๖) การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทอาคารขนาดใหญ่
ที่ดินประเภทนี้ในเขตโบราณสถาน
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อโบราณสถานตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ
ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมทางหลวงแผ่นดินและทางหลวงชนบท
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางไม่น้อยกว่า ๖ เมตร
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะ
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำ ลำคลอง
หรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๖ เมตร
เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค
ข้อ ๑๑ ที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมปลอดสารพิษหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรมปลอดสารพิษ
การเพาะปลูกพืช ปลอดสารพิษการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ไม่มีผลกระทบต่อแหล่งนํ้า
การวิเคราะห์วิจัย การศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาที่ดินเพื่อการเกษตร
การอยู่อาศัย สถาบันการศึกษา สถาบันศาสนา สถาบันราชการ
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่นให้เป็นไปตามที่กำหนด
ดังต่อไปนี้
(๑) ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีความสูงไม่เกิน ๑๒
เมตร แต่ไม่หมายความรวมถึงโครงสร้างสำหรับใช้ในการรับส่งวิทยุ โทรทัศน์
หรือสัญญาณสื่อสารทุกชนิด
(๒) ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสี่สิบห้าของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด
ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน เว้นแต่โรงงานตามประเภท
ชนิด และจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้ และโรงงานบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชน ทั้งนี้
ในการดำเนินการต้องมีที่ว่างโดยรอบสำหรับปลูกต้นไม้
เพื่อเป็นแนวกันชนไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
(๒)
คลังน้ำมันเชื้อเพลิงและสถานที่ที่ใช้ในการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง
ที่ไม่ใช่ก๊าซปิโตรเลียมเหลวและก๊าซธรรมชาติ
เพื่อจำหน่ายที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
เว้นแต่เป็นสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
(๓) สถานที่บรรจุก๊าซ สถานที่เก็บก๊าซ และห้องบรรจุก๊าซ
สำหรับก๊าซปิโตรเลียมเหลวตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
แต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการ ร้านจำหน่ายก๊าซ สถานที่ใช้ก๊าซ
และสถานที่จำหน่ายอาหารที่ใช้ก๊าซ
(๔) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม
(๕) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม
(๖) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย
(๗) การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทอาคารขนาดใหญ่
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมทางหลวงแผ่นดินและทางหลวงชนบท
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางไม่น้อยกว่า ๖ เมตร
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะ
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำ ลำคลอง
หรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๖ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค
ข้อ ๑๒ ที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการสงวนและคุ้มครองดูแลรักษาหรือบำรุงป่าไม้ สัตว์ป่า
ต้นน้ำ ลำธาร และทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ
ตามมติคณะรัฐมนตรีและกฎหมายที่เกี่ยวกับการป่าไม้ การสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
และการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเท่านั้น
ที่ดินประเภทนี้ซึ่งเอกชนเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
หรือการอยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวซึ่งมิใช่การจัดสรรที่ดินที่มีขนาดพื้นที่อาคารไม่เกิน
๒๐๐ ตารางเมตร และมีความสูงของอาคารในที่ดินไม่เกิน ๑๐ เมตร
การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงพื้นดาดฟ้า
สำหรับอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมทางหลวงแผ่นดินและทางหลวงชนบท
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางไม่น้อยกว่า ๖ เมตร
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะ
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำ ลำคลอง
หรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๖ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค
ข้อ ๑๓ ที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมหรือเกี่ยวข้องกับการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
การประมง หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ข้อ ๑๔ ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมการก่อสร้างอาคารหรือการประกอบกิจการในเขตผังเมืองรวมปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้
ให้ไว้
ณ วันที่ ๒๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๖
จารุพงศ์
เรืองสุวรรณ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
[เอกสารแนบท้าย]
๑. บัญชีท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดสุรินทร์
พ.ศ. ๒๕๕๖
๒. แผนที่ท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดสุรินทร์
พ.ศ. ๒๕๕๖
๓. แผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดสุรินทร์
พ.ศ. ๒๕๕๖
๔. รายการประกอบแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดสุรินทร์
พ.ศ. ๒๕๕๖
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่สมควรกำหนดให้ใช้บังคับผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดสุรินทร์
เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา และการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบทในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน
การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ และสภาพแวดล้อม ทั้งนี้
เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการผังเมือง และโดยที่มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง
พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕
บัญญัติว่า การใช้บังคับผังเมืองรวมให้กระทำโดยกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๒๖ กันยายน
๒๕๕๖
ณัฐพร/ผู้ตรวจ
๒๖ กันยายน
๒๕๕๖
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๐/ตอนที่ ๘๔ ก/หน้า ๑๙/๒๕ กันยายน ๒๕๕๖
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).