มาตรา ๕
ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งเรียกว่า กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ เรียกโดยย่อว่า กบข.
ให้กองทุนเป็นนิติบุคคล
มีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
(๑)
เพื่อเป็นหลักประกันการจ่ายบำเหน็จบำนาญและให้ประโยชน์ตอบแทนการรับราชการแก่ข้าราชการเมื่อออกจากราชการ
(๒)
เพื่อส่งเสริมการออมทรัพย์ของสมาชิก
(๓)
เพื่อจัดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์อื่นให้แก่สมาชิก
มาตรา ๖
กองทุนประกอบด้วยทรัพย์สินดังต่อไปนี้
(๑)
เงินสะสม เงินสมทบ เงินประเดิม และเงินชดเชย
(๒)
เงินที่ได้รับจัดสรรตามมาตรา ๗๒
(๓)
ทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้
(๔)
เงินที่รัฐบาลจัดสรรให้ตามความจำเป็นเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของกองทุน
(๕)
รายได้อื่น
(๖)
ดอกผลของเงินหรือทรัพย์สินของกองทุน
มาตรา ๗
กิจการของกองทุนไม่อยู่ในบังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน
กฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ กฎหมายว่าด้วยพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์
และกฎหมายว่าด้วยประกันสังคม
มาตรา ๘
ให้กองทุนมีสำนักงานใหญ่ ณ สถานที่ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
และจะตั้งสาขาหรือตัวแทนขึ้น ณ ที่อื่นใด ตามความจำเป็นก็ได้
มาตรา ๙
ให้กองทุนมีอำนาจกระทำกิจการต่าง ๆ ภายในขอบแห่งวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๕
และอำนาจเช่นว่านี้ให้รวมถึง
(๑)
ถือกรรมสิทธิ์ มีสิทธิครอบครอง และมีทรัพยสิทธิต่าง ๆ
(๒)
ก่อตั้งสิทธิหรือกระทำนิติกรรมใด ๆ ทั้งในและนอกราชอาณาจักร
(๓)
ให้สมาชิกกู้ยืมเงิน
(๔)
ลงทุนหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของกองทุน
(๕)
กระทำการอย่างอื่นบรรดาที่เกี่ยวกับหรือเกี่ยวเนื่องในการจัดให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ของกองทุน
มาตรา ๑๐
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของกองทุน
ให้จ่ายจากเงินของกองทุนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด
มาตรา ๑๑
กองทุนไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ
และรายได้ของกองทุนไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน
การควบคุมและการบริหาร
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).