พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน
เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างทางคู่ในเส้นทางรถไฟสายใต้
ช่วงประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร
พ.ศ. ๒๕๕๙
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๙
เป็นปีที่ ๗๑ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน ในท้องที่ตำบลคลองวาฬ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก ตำบลธงชัย อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และตำบลดอนยาง ตำบลชุมโค ตำบลบางสน อำเภอปะทิว ตำบลนาชะอัง อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร เพื่อสร้างทางและสะพานข้ามทางรถไฟ และทางรถไฟทางคู่ตามโครงการก่อสร้างทางคู่ในเส้นทางรถไฟสายใต้ ช่วงประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ กับมาตรา ๕ วรรคสาม และมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๐ ประกอบกับมาตรา ๓๗ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๙๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๐ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างทางคู่ในเส้นทางรถไฟสายใต้ ช่วงประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร พ.ศ. ๒๕๕๙
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับได้มีกำหนดสี่ปี
มาตรา ๔ เขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกานี้ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการสร้างทางและสะพานข้ามทางรถไฟ มีดังต่อไปนี้
(๑) ในท้องที่ตำบลคลองวาฬ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีส่วนกว้างสามสิบเมตร ทั้งนี้ ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาหมายเลข ๑/๑๐ และ ๒/๑๐
(๒) ในท้องที่ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีส่วนกว้างสามสิบเมตร ทั้งนี้ ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาหมายเลข ๓/๑๐
(๓) ในท้องที่ตำบลธงชัย อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีส่วนกว้างสามสิบเมตร ทั้งนี้ ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาหมายเลข ๔/๑๐
(๔) ในท้องที่ตำบลดอนยาง อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร มีส่วนกว้างสามสิบเมตร ทั้งนี้ ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาหมายเลข ๕/๑๐
(๕) ในท้องที่ตำบลชุมโค อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร มีส่วนกว้างสามสิบเมตร ทั้งนี้ ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาหมายเลข ๖/๑๐ และ ๗/๑๐
มาตรา ๕ เขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกานี้ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการสร้างทางรถไฟทางคู่ มีดังต่อไปนี้
(๑) ในท้องที่ตำบลดอนยาง อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร มีส่วนแคบที่สุดหนึ่งเมตร และส่วนกว้างที่สุดห้าสิบเมตร ทั้งนี้ ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาหมายเลข ๘/๑๐
(๒) ในท้องที่ตำบลบางสน อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร มีส่วนแคบที่สุดหนึ่งเมตร และส่วนกว้างที่สุดห้าสิบเมตร ทั้งนี้ ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาหมายเลข ๙/๑๐
(๓) ในท้องที่ตำบลนาชะอัง อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร มีส่วนแคบที่สุดหนึ่งเมตรและส่วนกว้างที่สุดหนึ่งร้อยแปดสิบเมตร ทั้งนี้ ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาหมายเลข ๑๐/๑๐
มาตรา ๖ ให้ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนตามพระราชกฤษฎีกานี้
มาตรา ๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑. แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างทางคู่ในเส้นทางรถไฟสายใต้ ช่วงประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร พ.ศ. ๒๕๕๙
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากมีความจำเป็นต้องสร้างทางและสะพานข้ามทางรถไฟ และทางรถไฟทางคู่ตามโครงการก่อสร้างทางคู่ในเส้นทางรถไฟสายใต้ ช่วงประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ในท้องที่ตำบลคลองวาฬ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก ตำบลธงชัย อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และตำบลดอนยาง ตำบลชุมโค ตำบลบางสน อำเภอปะทิว ตำบลนาชะอัง อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร เพื่ออำนวยความสะดวกและความรวดเร็วแก่การจราจรและการขนส่งอันเป็นกิจการสาธารณูปโภค สมควรกำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่ดังกล่าว เพื่อให้เจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่มีสิทธิเข้าไปทำการสำรวจและเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่จะต้องเวนคืนที่แน่นอน จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
วิศนี/ปริยานุช/จัดทำ
๒๙ เมษายน ๒๕๕๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓/ตอนที่ ๓๓ ก/หน้า ๔๙/๒๑ เมษายน ๒๕๕๙
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).