พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
โอนที่วัด
วัดสระบัว ตำบลสระบัว
อำเภอแคนดง
จังหวัดบุรีรัมย์
ให้แก่กรมทางหลวง
พ.ศ. ๒๕๕๖
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ
วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๖
เป็นปีที่ ๖๘
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรโอนที่วัด วัดสระบัว ตำบลสระบัว อำเภอแคนดง
จังหวัดบุรีรัมย์ ให้แก่กรมทางหลวง เพื่อขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๒๖ สายชุมพวง
- บรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๙ (สตึก) ตอนแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๗๔
(ทางพาดพุทไธสง) - สตึก
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
และมาตรา ๓๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า
พระราชกฤษฎีกาโอนที่วัด วัดสระบัว ตำบลสระบัว อำเภอแคนดง จังหวัดบุรีรัมย์
ให้แก่กรมทางหลวง พ.ศ. ๒๕๕๖
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้โอนที่วัด
วัดสระบัว ตำบลสระบัว อำเภอแคนดง จังหวัดบุรีรัมย์ เนื้อที่ ๓ งาน ๑๘ ตารางวา
ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้ ให้แก่กรมทางหลวง
มาตรา ๔ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ยิ่งลักษณ์
ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑. แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาโอนที่วัด วัดสระบัว ตำบลสระบัว อำเภอแคนดง
จังหวัดบุรีรัมย์ ให้แก่กรมทางหลวง พ.ศ. ๒๕๕๖
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากกรมทางหลวงได้ทำการสำรวจที่ดินที่จะต้องเวนคืนเพื่อขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๒๒๒๖ สายชุมพวง - บรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๙ (สตึก)
ตอนแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๗๔ (ทางพาดพุทไธสง) - สตึก
ตามที่ได้กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนไว้ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนเพื่อขยายทางหลวงจังหวัดหมายเลข
๒๒๒๖ สายชุมพวง - บรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๙ (สตึก) ตอนแยกทางหลวงจังหวัดหมายเลข
๒๐๗๔ (ทางพาดพุทไธสง) - สตึก พ.ศ. ๒๕๓๔ เสร็จแล้ว
และปรากฏว่าแนวทางหลวงแผ่นดินสายนี้ ตอน กม. ที่ ๒๓ + ๙๓๒ - กม. ที่ ๒๔ + ๐๐๓
ถูกที่วัด วัดสระบัว ตำบลสระบัว อำเภอแคนดง จังหวัดบุรีรัมย์ เนื้อที่ ๓ งาน ๑๘
ตารางวา ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) เลขที่ ๓๐๑๕
ซึ่งกรมทางหลวงได้ติดต่อกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
เพื่อขอโอนที่วัดดังกล่าวให้แก่กรมทางหลวง
และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้นำเสนอมหาเถรสมาคมพิจารณาแล้วไม่ขัดข้องและวัดสระบัวได้รับค่าผาติกรรมจากกรมทางหลวงแล้ว
สมควรโอนที่วัดดังกล่าวให้แก่กรมทางหลวง
จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๒๗ กุมภาพันธ์
๒๕๕๖
เอกฤทธิ์/ผู้ตรวจ
๒๗ กุมภาพันธ์
๒๕๕๖
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๐/ตอนที่ ๑๘ ก/หน้า ๔/๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).