法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2517

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
11
มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ

บำเหน็จบำนาญข้าราชการ

(ฉบับที่ ๑๐)

พ.ศ. ๒๕๑๗

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๑

มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๗

เป็นปีที่ ๒๙

ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑

พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

(ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๑๗”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑]

พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๗ เป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓

ให้ยกเลิกความในบทนิยามคำว่า “เงินเดือนเดิม”

ในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๔๙๔

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

““เงินเดือนเดิม” หมายความว่า เงินเดือนเดือนสุดท้ายที่เคยได้รับสูงสุดในครั้งใดก่อนออกจากราชการ

แต่ในกรณีที่มีการปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการ

เงินเดือนเดิมให้หมายความถึงเงินเดือนเดือนสุดท้ายที่เคยได้รับสูงสุดในครั้งใดก่อนออกจากราชการและได้ปรับตามกฎหมายหรือข้อบังคับที่ใช้บังคับแก่ข้าราชการนั้นแล้ว”

มาตรา ๔

มาตรา ๔

ให้ยกเลิกความในวรรคสามของมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

พ.ศ. ๒๔๙๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ๙)

พ.ศ. ๒๕๑๖ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้าราชการผู้ใดเคยดำรงตำแหน่งในขณะเดียวกันหลายตำแหน่ง แล้วพ้นจากตำแหน่งที่มีเงินเดือนสูงก่อนพ้นจากราชการ

ให้ถือเงินเดือนเดือนสุดท้ายของตำแหน่งที่มีเงินเดือนสูงจากเงินงบประมาณประเภทเงินเดือนที่เคยได้รับอยู่นั้นเป็นเงินเดือนเดือนสุดท้ายสำหรับตั้งเป็นเกณฑ์คำนวณ

ในกรณีที่มีกฎหมายหรือข้อบังคับปรับอัตราเงินเดือนของตำแหน่งที่มีเงินเดือนสูงก่อนข้าราชการผู้นั้นพ้นจากราชการ

ให้ถือเงินเดือนของตำแหน่งที่มีเงินเดือนสูงที่ปรับตามกฎหมายหรือข้อบังคับนั้นแล้ว

เป็นเงินเดือนเดือนสุดท้ายสำหรับตั้งเป็นเกณฑ์คำนวณ”

มาตรา ๕

มาตรา ๕

ให้ผู้ได้รับหรือมีสิทธิจะได้รับเบี้ยหวัดตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยเงินเบี้ยหวัด

หรือบำนาญปกติตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

อยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

ได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญตามอัตราในบัญชีหมายเลข ๑ ท้ายพระราชบัญญัตินี้

ผู้ซึ่งกลับเข้ารับราชการใหม่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับโดยมิได้นับเวลาราชการติดต่อกันและถูกงดบำนาญตามมาตรา

๓๕ แห่งพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๔๙๔

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๔๙๙

เมื่อออกจากราชการในหรือหลังวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

สำหรับบำนาญเดิมที่จะได้รับ ให้ได้รับตามอัตราในบัญชีหมายเลข ๑

ท้ายพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๖

มาตรา ๖

ให้ผู้ได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยนิรโทษกรรมในโอกาสครบ ๒๕

พุทธศตวรรษ หรือกฎหมายว่าด้วยล้างมลทินในโอกาสครบ ๒๕ พุทธศตวรรษ

อยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญตามอัตราในบัญชีหมายเลข

๒ ท้ายพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๗

มาตรา ๗

ความในมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ.

๒๕๐๒

มิให้ใช้บังคับแก่ผู้ได้รับหรือมีสิทธิจะได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญปกติตามมาตรา ๕

หรือมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ให้ผู้ได้รับหรือมีสิทธิจะได้รับบำนาญพิเศษเพราะเหตุทุพพลภาพอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

ได้รับบำนาญพิเศษตามอัตราในบัญชีหมายเลข ๓ ท้ายพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๙

มาตรา ๙

ผู้ได้รับหรือมีสิทธิจะได้รับบำนาญพิเศษในฐานะทายาท ผู้อุปการะ

หรือผู้อยู่ในอุปการะ อยู่ในวันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๒

ให้รวมบำนาญพิเศษและเงินเพิ่มที่ได้รับอยู่ตามระเบียบการเบิกจ่ายเงินเพิ่มพิเศษประจำเดือนชั่วคราวสำหรับผู้ที่ได้รับเงินในงบประมาณเบี้ยหวัดบำนาญ

พ.ศ. ๒๕๐๐

เข้าด้วยกันแล้วปรับให้ได้รับเป็นบำนาญพิเศษอย่างเดียวตามอัตราในบัญชีหมายเลข ๔ ท้ายพระราชบัญญัตินี้

ผู้ได้รับหรือมีสิทธิจะได้รับบำนาญพิเศษในฐานะทายาท

ผู้อุปการะ หรือผู้อยู่ในอุปการะเริ่มตั้งแต่วันที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๒

เป็นต้นมา และได้รับหรือมีสิทธิจะได้รับอยู่จนถึงวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

ให้ได้รับบำนาญพิเศษตามอัตราในบัญชีหมายเลข ๕ ท้ายพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐

ผู้ได้รับหรือมีสิทธิจะได้รับบำนาญตกทอดอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

ให้รวมบำนาญตกทอดและเงินเพิ่มที่ได้รับอยู่ตามระเบียบการเบิกจ่ายเงินเพิ่มพิเศษประจำเดือนชั่วคราวสำหรับผู้ที่ได้รับเงินในงบประมาณเบี้ยหวัดบำนาญ

พ.ศ. ๒๕๐๐

เข้าด้วยกันแล้วปรับให้ได้รับเป็นบำนาญตกทอดอย่างเดียวตามอัตราในบัญชีหมายเลข ๖

ท้ายพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

สัญญา ธรรมศักดิ์

นายกรัฐมนตรี

บัญชีอัตราเบี้ยหวัดบำนาญ

ท้ายพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

(ฉบับที่ ๑๐)

พ.ศ. ๒๕๑๗

บัญชีหมายเลข ๑

บัญชีปรับอัตราเบี้ยหวัด

หรือบำนาญปกติ

เบี้ยหวัด

บำนาญเดิม

บาท

ให้ได้รับ

เบี้ยหวัด

บำนาญ

บาท

เบี้ยหวัด

บำนาญเดิม

บาท

ให้ได้รับ

เบี้ยหวัด

บำนาญ

บาท

เบี้ยหวัด

บำนาญเดิม

บาท

ให้ได้รับ

เบี้ยหวัด

บำนาญ

บาท

เบี้ยหวัด

บำนาญเดิม

บาท

ให้ได้รับ

เบี้ยหวัด

บำนาญ

บาท

๒๐

๓๐

๔๐

๕๐

๖๐

๗๐

๘๐

๙๐

๑๐๐

๑๒๐

๑๔๐

๑๖๐

๑๘๐

๒๐๐

๒๒๐

๒๔๐

๒๖๐

๒๘๐

๓๐๐

๗,๒๕๐

๗,๕๐๐

๗,๗๕๐

๘,๐๐๐

๘,๒๕๐

๘,๕๐๐

๘,๗๒๕

๗๐

๘๐

๙๐

๑๐๐

๑๑๐

๑๒๐

๑๓๐

๑๔๐

๑๕๐

๑๘๐

๒๑๐

๒๔๐

๒๗๐

๓๐๐

๓๓๐

๓๖๐

๓๙๐

๔๒๐

๔๕๐

๘,๒๓๒

๘,๕๒๐

๘,๘๑๗

๙,๑๑๕

๙,๔๑๒

๙,๗๑๐

๙,๙๖๘

๓๒๕

๓๕๐

๓๗๕

๔๐๐

๔๒๕

๔๕๐

๔๗๕

๕๐๐

๕๕๐

๖๐๐

๖๕๐

๗๐๐

๗๕๐

๘๐๐

๘๕๐

๙๐๐

๙๕๐

๑,๐๐๐

๑,๑๐๐

๑,๒๐๐

๑,๓๐๐

๑,๔๐๐

๘,๗๔๓

๘,๗๕๐

๙,๐๐๐

๙,๒๕๐

๙,๕๐๐

๙,๗๕๐

๑๐,๐๐๐

๔๗๕

๕๐๐

๕๒๕

๕๕๐

๕๗๖

๖๐๓

๖๓๑

๖๕๘

๗๑๒

๗๖๖

๘๒๑

๘๗๕

๙๒๙

๙๘๔

๑,๐๓๘

๑,๐๙๓

๑,๑๔๗

๑,๒๐๑

๑,๓๑๐

๑,๔๑๙

๑,๕๒๗

๑,๖๓๗

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

๑๐,๑๕๕

๑๐,๔๕๙

๑๐,๗๗๑

๑๑,๐๘๔

๑๑,๓๙๖

๑,๕๐๐

๑,๖๐๐

๑,๗๐๐

๑,๘๐๐

๑,๙๐๐

๒,๐๐๐

๒,๑๐๐

๒,๒๐๐

๒,๓๐๐

๒,๔๐๐

๒,๕๐๐

๒,๖๐๐

๒,๗๐๐

๒,๘๐๐

๒,๙๐๐

๓,๐๐๐

๓,๑๐๐

๓,๒๐๐

๓,๓๐๐

๓,๔๐๐

๓,๕๐๐

๓,๖๐๐

๑๐,๕๐๐

๑๑,๐๐๐

๑๑,๕๐๐

๑๒,๐๐๐

๑๒,๕๐๐

๑๓,๐๐๐

๑๓,๕๐๐

๑,๗๔๘

๑,๘๖๐

๑,๙๗๒

๒,๐๘๓

๒,๑๙๕

๒,๓๐๖

๒,๔๑๘

๒,๕๓๐

๒,๖๔๑

๒,๗๕๓

๒,๘๖๔

๒,๙๗๖

๓,๐๘๘

๓,๑๙๙

๓,๓๑๑

๓,๔๒๒

๓,๕๓๔

๓,๖๔๖

๓,๗๖๕

๓,๘๖๙

๓,๙๘๐

๔,๐๙๒

๑๒,๐๒๑

๑๒,๖๔๖

๑๓,๒๗๑

๑๓,๘๙๖

๑๔,๕๒๑

๑๕,๑๘๙

๑๕,๘๕๖

๓,๗๐๐

๓,๘๐๐

๓,๙๐๐

๔,๐๐๐

๔,๑๐๐

๔,๒๐๐

๔,๓๐๐

๔,๔๐๐

๔,๕๐๐

๔,๖๐๐

๔,๗๐๐

๔,๘๐๐

๔,๙๐๐

๕,๐๐๐

๕,๒๕๐

๕,๕๐๐

๕,๗๕๐

๖,๐๐๐

๖,๒๕๐

๖,๕๐๐

๖,๗๕๐

๗,๐๐๐

๑๔,๐๐๐

๑๔,๕๐๐

๑๕,๐๐๐

๑๕,๕๐๐

๑๖,๐๐๐

๔,๒๐๔

๔,๓๑๕

๔,๔๒๗

๔,๕๓๙

๔,๖๕๐

๔,๗๖๒

๔,๘๗๓

๔,๙๘๕

๕,๐๙๗

๕,๒๐๘

๕,๓๒๐

๕,๔๓๑

๕,๕๔๓

๕,๖๕๕

๕,๙๓๘

๖,๒๒๕

๖,๕๑๑

๖,๗๙๘

๗,๐๘๕

๗,๓๗๑

๗,๖๕๘

๗,๙๔๕

๑๖,๕๒๓

๑๗,๑๘๙

๑๗,๘๕๖

๑๘,๕๒๓

๑๙,๒๒๗

หมายเหตุ ผู้ใดได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญเดิมอยู่ไม่ตรงกับอัตราในบัญชีนี้

แต่ได้รับอยู่ระหว่างสองอัตราใด

ก็ให้ได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญโดยคำนวณเพิ่มให้ตามส่วนในระหว่างสองอัตรานั้น

เศษของบาทให้ปัดเป็นหนึ่งบาท

ตัวอย่าง บำนาญเดิมอัตรา ๗๒๒ บาท

เป็นอัตราที่ไม่ตรงกับอัตราบัญชี แต่เป็นอัตราที่อยู่ในระหว่างอัตรา ๗๐๐ บาท กับ

๗๕๐ บาท

บำนาญเดิม ๗๐๐ บาท ได้บำนาญใหม่

๘๗๕ บาท

บำนาญเดิม ๗๕๐ บาท ได้บำนาญใหม่

๙๒๙ บาท

ฉะนั้น บำนาญเดิม ๗๒๒ บาท จะได้บำนาญตามส่วนโดยคำนวณ

ดังต่อไปนี้

บำนาญเดิมต่างกัน ๕๐ บาท บำนาญใหม่ต่างกัน ๕๔ บาท

ฉะนั้น บำนาญเดิมต่างกัน ๑ บาท บำนาญใหม่จึงต่างกัน

๑ บาท ๐๘ สตางค์

บำนาญต่างกัน ๒๒ บาท บำนาญใหม่จึงต่างกัน

๒๓ บาท ๗๖ สตางค์

ดังนี้ บำนาญเดิม ๗๐๐ + ๒๒ บาท (คือ ๗๒๒ บาท)

บำนาญที่จะได้รับจึงเท่ากับ ๘๗๕ + ๒๒ บาท ๗๖ สตางค์ เป็น ๘๙๘ บาท ๗๖ สตางค์

ปัดขึ้นเป็น ๘๙๙ บาท

บัญชีหมายเลข ๒

บัญชีปรับอัตราเบี้ยหวัดหรือบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยนิรโทษกรรมในโอกาสครบ

๒๕ พุทธศตวรรษ หรือกฎหมายว่าด้วยล้างมลทินในโอกาสครบ ๒๕ พุทธศตวรรษ

เบี้ยหวัด

บำนาญเดิม

บาท

ให้ได้รับ

เบี้ยหวัด

บำนาญ

บาท

เบี้ยหวัด

บำนาญเดิม

บาท

ให้ได้รับ

เบี้ยหวัด

บำนาญ

บาท

เบี้ยหวัด

บำนาญเดิม

บาท

ให้ได้รับ

เบี้ยหวัด

บำนาญ

บาท

เบี้ยหวัด

บำนาญเดิม

บาท

ให้ได้รับ

เบี้ยหวัด

บำนาญ

บาท

๑๐

๒๐

๓๐

๔๐

๕๐

๖๐

๗๐

๗๕

๑๓๕

๒๑๘

๓๕๓

๔๖๕

๕๔๐

๖๑๔

๖๘๕

๗๕๖

๘๐

๙๐

๑๐๐

๑๒๐

๑๔๐

๑๖๐

๑๘๐

๒๐๐

๒๒๐

๘๒๖

๘๙๗

๙๖๘

๑,๑๐๙

๑,๒๕๐

๑,๓๙๑

๑,๕๓๓

๑,๖๗๖

๑,๘๑๐

๒๔๐

๒๖๐

๒๘๐

๓๐๐

๓๒๕

๓๕๐

๓๗๕

๔๐๐

๔๒๕

๑,๙๔๔

๒,๐๗๘

๒,๒๑๒

๒,๓๔๕

๒,๔๙๙

๒,๖๕๒

๒,๘๐๖

๒,๙๕๙

๓,๑๑๓

๔๕๐

๔๗๕

๕๐๐

๕๕๐

๖๐๐

๖๕๐

๗๐๐

๗๕๐

๘๐๐

๓,๒๖๖

๓,๔๒๐

๓,๕๗๓

๓,๘๕๓

๔,๑๓๒

๔,๔๑๐

๔,๖๙๐

๔,๙๑๓

๕,๑๓๖

หมายเหตุ ผู้ใดได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญเดิมอยู่ไม่ตรงกับอัตราในบัญชีนี้

แต่ได้รับอยู่ระหว่างสองอัตราใดก็ให้ได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญโดยคำนวณเพิ่มให้ตามส่วนในระหว่างสองอัตรานั้น

เศษของบาท ให้ปัดเป็นหนึ่งบาท

ตัวอย่าง บำนาญเดิมอัตรา ๓๔ บาท ๓๐ สตางค์

เป็นอัตราที่ไม่ตรงกับอัตราในบัญชีนี้ แต่เป็นอัตราที่อยู่ระหว่างในอัตรา ๓๐ บาท

กับ ๔๐ บาท

บำนาญเดิม ๓๐ บาท ได้บำนาญใหม่

๔๖๕ บาท

บำนาญเดิม ๔๐ บาท ได้บำนาญใหม่

๕๔๐ บาท

ฉะนั้น บำนาญเดิม ๓๔ บาท ๓๐ สตางค์ จะได้บำนาญตามส่วนโดยคำนวณ ดังต่อไปนี้

บำนาญเดิมต่างกัน ๑๐ บาท บำนาญใหม่ต่างกัน

๗๕ บาท

ฉะนั้น บำนาญเดิมต่างกัน ๑ บาท บำนาญใหม่ต่างกัน

๗ บาท ๕๐ สตางค์

บำนาญเดิมต่างกัน ๔ บาท ๓๐ สตางค์

บำนาญใหม่ต่างกัน ๓๒ บาท ๒๕ สตางค์

ดังนี้ บำนาญเดิม ๓๐ + ๔.๓๐ บาท (คือ

๓๔ บาท ๓๐ สตางค์)

บำนาญที่จะได้รับจึงเท่ากับ

๔๖๕ + ๓๒.๒๕ บาท เป็น ๔๙๗ บาท ๒๕ สตางค์ ปัดขึ้นเป็น ๔๙๘ บาท

บัญชีหมายเลข ๓

บัญชีปรับอัตราบำนาญพิเศษเพราะเหตุทุพพลภาพ

๑.

ผู้ได้รับหรือมีสิทธิจะได้รับบำนาญพิเศษไม่เกิน ๑๐๐ บาท ให้ได้รับเพิ่มขึ้นอีก ๕๐

บาท

๒.

ผู้ได้รับหรือมีสิทธิจะได้รับบำนาญพิเศษเกิน ๑๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๓๐๐ บาท

ให้ได้รับเพิ่มขึ้นอีกกึ่งหนึ่งของบำนาญพิเศษเดิม

๓.

ผู้ได้รับหรือมีสิทธิจะได้รับบำนาญพิเศษเกิน ๓๐๐ บาท แต่ไม่ถึง ๑๐,๐๐๐ บาท

ให้ได้รับเพิ่มขึ้นอีก ๑๕๐ บาท แต่เมื่อเพิ่มตามนี้แล้วถ้ามีจำนวนเกิน ๑๐,๐๐๐ บาท ให้ได้รับเพียง ๑๐,๐๐๐ บาท

๔.

ผู้ได้รับหรือมีสิทธิจะได้รับบำนาญพิเศษตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐ บาทขึ้นไปให้คงได้รับเท่าเดิม

๕.บำนาญพิเศษที่ปรับแล้วตาม

๑. ๒. และ ๓. ถ้ามีเศษของบาทให้ปัดเป็นหนึ่งบาท

บัญชีหมายเลข ๔

บัญชีปรับอัตราบำนาญพิเศษสำหรับทายาท

ผู้อุปการะ หรือผู้อยู่ในอุปการะ

ซึ่งมีสิทธิได้รับอยู่ในวันที่

๑ พฤศจิกายน

พ.ศ. ๒๕๐๒

๑.

ผู้ได้รับหรือมีสิทธิจะได้รับบำนาญพิเศษและเงินเพิ่มรวมกันไม่เกิน ๕๐ บาท

ให้ได้รับเพิ่มขึ้นอีก ๒๕ บาท

๒.

ผู้ได้รับหรือมีสิทธิจะได้รับบำนาญพิเศษและเงินเพิ่มรวมกันเกิน ๕๐ บาท แต่ไม่เกิน

๑๐๐ บาท ให้ได้รับเพิ่มขึ้นอีกกึ่งหนึ่งของบำนาญพิเศษและเงินเพิ่มรวมกัน

๓.

ผู้ได้รับหรือมีสิทธิจะได้รับบำนาญพิเศษและเงินเพิ่มรวมกันเกิน ๑๐๐ บาท แต่ไม่ถึง

๑๐,๐๐๐ บาท ให้ได้รับเพิ่มขึ้นอีก ๕๐ บาท แต่เมื่อเพิ่มตามนี้ แล้วถ้ามีจำนวนเกิน

๑๐,๐๐๐ บาท ให้ได้รับเพียง ๑๐,๐๐๐ บาท

๔.

ผู้ได้รับหรือมีสิทธิจะได้รับบำนาญพิเศษและเงินเพิ่มรวมกันตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐

บาทขึ้นไปให้คงได้รับเท่าเดิม

๕.

บำนาญพิเศษและเงินเพิ่มที่ปรับแล้วตาม ๑. ๒. และ ๓.

ถ้ามีเศษของบาทให้ปัดเป็นหนึ่งบาท

บัญชีหมายเลข ๕

บัญชีปรับอัตราบำนาญพิเศษสำหรับทายาท

ผู้อุปการะ หรือผู้อยู่ในอุปการะ

ซึ่งมีสิทธิได้รับตั้งแต่วันที่

๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๒

จนถึงวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

๑.

ผู้ได้รับหรือมีสิทธิจะได้รับบำนาญพิเศษไม่เกิน ๕๐ บาท ให้ได้รับเพิ่มขึ้นอีก ๒๕

บาท

๒.

ผู้ได้รับหรือมีสิทธิจะได้รับบำนาญพิเศษเกิน ๕๐ บาท แต่ไม่เกิน ๑๐๐ บาท ให้ได้รับเพิ่มขึ้นอีกกึ่งหนึ่งของบำนาญพิเศษเดิม

๓.

ผู้ได้รับหรือมีสิทธิจะได้รับบำนาญพิเศษเกิน ๑๐๐ บาท แต่ไม่ถึง ๑๐,๐๐๐ บาท

ให้ได้รับเพิ่มขึ้นอีก ๕๐ บาท แต่เมื่อเพิ่มตามนี้แล้วถ้ามีจำนวนเกิน ๑๐,๐๐๐ บาท ให้ได้รับเพียง ๑๐,๐๐๐ บาท

๔.

ผู้ได้รับหรือมีสิทธิจะได้รับบำนาญพิเศษตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐

บาทขึ้นไปให้คงได้รับเท่าเดิม

๕.

บำนาญพิเศษที่ปรับแล้วตาม ๑. ๒. และ ๓. ถ้ามีเศษของบาท ให้ปัดเป็นหนึ่งบาท

บัญชีหมายเลข ๖

บัญชีปรับอัตราบำนาญตกทอด

๑.

ผู้ได้รับหรือมีสิทธิจะได้รับบำนาญตกทอดและเงินเพิ่มรวมกันไม่เกิน ๒๐ บาท

ให้ได้รับเพิ่มขึ้นอีก ๑๐ บาท

๒.

ผู้ได้รับหรือมีสิทธิจะได้รับบำนาญตกทอดและเงินเพิ่มรวมกันเกิน ๒๐ บาท แต่ไม่เกิน

๑๐๐ บาท ให้ได้รับเพิ่มขึ้นอีกกึ่งหนึ่งของบำนาญตกทอดและเงินเพิ่มรวมกัน

๓.

ผู้ได้รับหรือมีสิทธิจะได้รับบำนาญตกทอดและเงินเพิ่มรวมกันเกิน ๑๐๐ บาทขึ้นไป

ให้ได้รับเพิ่มขึ้นอีก ๕๐ บาท

๔.

บำนาญตกทอดที่ปรับแล้วตาม ๑. ๒. และ ๓. ถ้ามีเศษของบาท ให้ปัดเป็นหนึ่งบาท

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงอัตราเบี้ยหวัดและบำนาญ

เพื่อให้เหมาะสมแก่ค่าครองชีพในปัจจุบัน และเพื่อให้ผู้รับเบี้ยหวัด บำนาญ

เสียภาษีเงินได้เอง จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น

วศิน/ผู้จัดทำ

๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๑

หยก/ปรับปรุง

ชาญ/ตรวจ

๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๖

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๙๑/ตอนที่ ๑๑๒/ฉบับพิเศษ หน้า ๓๘/๒๘ มิถุนายน ๒๕๑๗

11 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2517 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_61f0039f8dfd29e7

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com