กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต
และระยะเวลาการอนุญาตให้ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวตามมาตรา ๗
พ.ศ. ๒๕๔๖[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ และมาตรา ๔๖ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๔๒ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๕ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติของกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้คนต่างด้าวตามมาตรา ๗ ที่ประสงค์จะขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามแบบที่อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าประกาศกำหนด พร้อมด้วยหลักฐานและเอกสาร ดังต่อไปนี้
(๑) สำเนาหนังสือเดินทางหรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว
(๒) สำเนาทะเบียนบ้าน ใบสำคัญถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรหรือหลักฐานการได้รับอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง
(๓) คำรับรองของผู้ขอรับใบอนุญาตแสดงว่าตนมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๖ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๔๒
(๔) หนังสือแจ้งรายละเอียดของธุรกิจที่ขอรับใบอนุญาตตามประเภทและท้องที่ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ซึ่งประกอบด้วยรายการดังต่อไปนี้
๑) ประเภทธุรกิจและท้องที่ที่ขอรับใบอนุญาต รวมทั้งขั้นตอนการดำเนินการ
๒) ประมาณการรายจ่ายเกี่ยวกับจำนวนเงินที่ผู้ขอรับใบอนุญาตจะใช้ในประเทศไทยสำหรับการประกอบธุรกิจเพื่อให้ได้มาซึ่งสินทรัพย์ถาวรและเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการประกอบธุรกิจในแต่ละปีเป็นเวลาสามปี
๓) ขนาดของกิจการ
๔) จำนวนแรงงานในประเทศไทยที่ผู้ขอรับใบอนุญาตว่าจ้าง
๕) แผนการนำเทคโนโลยีเข้ามาจากต่างประเทศและการถ่ายทอดเทคโนโลยี (ถ้ามี)
๖) แผนการวิจัยและการพัฒนาโดยให้อธิบายแผนงานที่จะมีการวิจัยและพัฒนา (ถ้ามี)
๗) ผลประโยชน์ต่อเศรษฐกิจโดยรวมที่คาดว่าประเทศไทยจะได้รับจากการประกอบธุรกิจ
(๕) แผนที่แสดงที่ตั้งโดยสังเขปของสถานที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทย
ข้อ ๒ ผู้ขอรับใบอนุญาตจะต้องกรอกข้อความในคำขอโดยการพิมพ์ให้ครบถ้วนพร้อมทั้งลงลายมือชื่อผู้ขอรับใบอนุญาต หรือลงลายมือชื่อของผู้รับมอบอำนาจในกรณีที่มีการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นเป็นผู้กระทำการแทน
ข้อ ๓ ในกรณีที่การมอบอำนาจได้กระทำในต่างประเทศ หนังสือมอบอำนาจนั้นต้องมีคำรับรองของเจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งกฎหมายของประเทศนั้นกำหนดให้เป็นผู้มีอำนาจรับรอง หรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยซึ่งประจำอยู่ในประเทศนั้นรับรองไว้ไม่เกินหกเดือนก่อนวันยื่นคำขอรับใบอนุญาต
ข้อ ๔ ในกรณีที่การมอบอำนาจนั้นได้กระทำในประเทศไทยโดยผู้มอบอำนาจมิได้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ต้องส่งสำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือเดินทางหรือหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ชั่วคราว หรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่าในขณะที่มอบอำนาจ ผู้นั้นได้เข้ามาในประเทศไทยจริง
ข้อ ๕ ในกรณีที่หลักฐานหรือเอกสารประกอบคำขอได้มีการลงลายมือชื่อในต่างประเทศ ผู้ขอรับใบอนุญาตจะต้องจัดให้มีคำรับรองการลงลายมือชื่อดังกล่าว โดยให้นำความในข้อ ๓ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ ๖ ในการยื่นหลักฐานหรือเอกสารประกอบคำขอ หากเป็นภาษาต่างประเทศ จะต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทย โดยผู้ขอรับใบอนุญาตและผู้แปลต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้อง
ข้อ ๗ ในการยื่นสำเนาหรือภาพถ่ายหลักฐานหรือเอกสารประกอบคำขอ ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องรับรองความถูกต้องของสำเนาหรือภาพถ่ายนั้น
ข้อ ๘ การยื่นคำขอรับใบอนุญาต ให้ยื่น ณ สถานที่ดังต่อไปนี้
(๑) กรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ หรือ ณ สถานที่อื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๒) จังหวัดอื่น ให้ยื่น ณ สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัด หรือ ณ สถานที่อื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
ข้อ ๙ ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาอนุญาต พนักงานเจ้าหน้าที่อาจขอให้ผู้ขอรับใบอนุญาตชี้แจงรายละเอียดข้อเท็จจริงหรือส่งหลักฐานหรือเอกสารอื่นเพิ่มเติมนอกจากที่กำหนดก็ได้
ข้อ ๑๐ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจมีอายุสามปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต
ในกรณีที่ผู้รับอนุญาตประสงค์จะประกอบธุรกิจตามใบอนุญาตต่อไปหลังจากที่ใบอนุญาตเดิมหมดอายุลง ผู้รับใบอนุญาตนั้นจะต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตใหม่พร้อมด้วยหลักฐานและเอกสารตามข้อ ๑ ก่อนวันที่ใบอนุญาตเดิมหมดอายุไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
ข้อ ๑๑ ใบอนุญาตให้ใช้แบบที่อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าประกาศกำหนด
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๖
อดิศัย โพธารามิก
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๔๒ กำหนดให้การขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาตและระยะเวลาการอนุญาตให้ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ศุภชัย/แก้ไข
๒๗ สิงหาคม ๒๕๔๖
พิมลกร/ปรับปรุง
๑๒ กันยายน ๒๕๕๖
วิชพงษ์/ตรวจ
๓๐ กันยายน ๒๕๕๖
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๐/ตอนที่ ๔๒ ก/หน้า ๙/๑๖ พฤษภาคม ๒๕๔๖
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).