ข้อ ๒ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๑๐
แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๔๙๗)
ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕
ซึ่งถูกยกเลิกโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๐ (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินพุทธศักราช
๒๔๘๕
ข้อ ๑๐ บุคคลใดนำเงินตราต่างประเทศที่เป็นธนบัตรหรือเหรียญกษาปณ์อันมีมูลค่ารวมกันเกินจำนวนที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาออกไปนอกหรือเข้ามาในประเทศต้องแจ้งรายการเกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศนั้นตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนดต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรในขณะที่ผ่านศุลกากรทุกแห่ง
หรือเจ้าพนักงานประจำด่านตรวจคนเข้าเมือง ด่านพรมแดน
หรือช่องทางอื่นใดซึ่งใช้เป็นทางออกไปนอกหรือเข้ามาในประเทศ
เฉพาะที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ในขณะที่ผ่านด่านหรือช่องทางดังกล่าว
จำนวนเงินตราต่างประเทศที่รัฐมนตรีกำหนดตามวรรคหนึ่ง
ต้องไม่เกินห้าหมื่นดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่า
เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรหรือเจ้าพนักงานได้รับแจ้งตามวรรคหนึ่งแล้ว
ให้รวบรวมจัดส่งข้อมูลที่ได้รับแจ้งไปยังกระทรวงการคลังต่อไป
ให้ไว้
ณ วันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๐
ฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่ประเทศไทยได้เปิดเสรีทางด้านการเงินและผ่อนคลายการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน
ทำให้ประชาชนสามารถนำเงินตราต่างประเทศออกไปนอกหรือเข้ามาในประเทศได้โดยไม่จำกัด
ในบางครั้งจึงเกิดการลักลอบส่งหรือนำเงินตราต่างประเทศที่ได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมายออกไปนอกหรือเข้ามาในประเทศ
อันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงทางการเงินของประเทศ ดังนั้น
เพื่อป้องกันการกระทำดังกล่าวและเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการปราบปรามการค้ายาเสพติดและการปราบปรามการฟอกเงินของรัฐ
สมควรกำหนดมาตรการกำกับดูแลการเคลื่อนไหวของเงินตราต่างประเทศ
โดยให้ผู้นำเงินตราต่างประเทศที่เป็นธนบัตรหรือเหรียญกษาปณ์อันมีมูลค่าเกินจำนวนที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดออกไปนอกหรือเข้ามาในประเทศ
แจ้งรายการเกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศนั้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปริยานุช/จัดทำ
๙ ตุลาคม ๒๕๕๐
โชติกานต์/ปรับปรุง
๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๑
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๖๒ ก/หน้า ๑๒/๒๘ กันยายน ๒๕๕๐