มาตรา ๗ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๓๔ ทวิ
แห่งพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๐๐
มาตรา ๓๔ ทวิ
ข้าราชการซึ่งได้รับหรือมีสิทธิในบำนาญปกติตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการผู้ใด
ภายหลังเข้ารับราชการเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยไม่ได้บอกเลิกรับบำนาญเพื่อต่อเวลาราชการสำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญตามมาตรา
๓๐ ทวิ ถ้าเงินเดือนที่ได้รับในขณะที่เข้ารับราชการเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นน้อยกว่าเงินเดือนเดิมเมื่อก่อนออกจากราชการจะขอรับบำนาญรวมกันไปด้วยก็ได้
แต่ถ้าเงินเดือนรวมกับบำนาญสูงกว่าเงินเดือนเดิม ต้องลดบำนาญลงในระหว่างที่รับราชการเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นจนเงินเดือนใหม่รวมกับบำนาญไม่สูงกว่าเงินเดือนเดิม
ถ้าเงินเดือนใหม่เท่าหรือสูงกว่าเงินเดือนเดิมก็ให้งดบำนาญในระหว่างนั้น
เมื่อออกจากราชการตอนหลังให้คำนวณบำนาญโดยคิดเฉพาะจำนวนเงินเดือนที่ได้รับจริงในตอนใหม่
และเฉพาะเวลาราชการในตอนใหม่บวกเข้ากับบำนาญเดิม บำนาญในตอนหลังนี้จะเปลี่ยนเป็นขอรับบำเหน็จแทนก็ได้
การขอรับบำนาญรวมไปกับเงินเดือนตามวรรคหนึ่งนั้น
ถ้าบำนาญรวมกับเงินเดือนใหม่ยังต่ำกว่าเงินเดือนเดิม แต่หากสูงกว่าอัตราเงินเดือนสูงสุดของข้าราชการส่วนท้องถิ่นประเภทที่เข้ารับราชการใหม่
ก็ให้จ่ายได้รวมกันไม่เกินอัตราเงินเดือนสูงสุดของข้าราชการส่วนท้องถิ่นตามประเภทที่เข้ารับราชการนั้น
เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้
เมื่อข้าราชการซึ่งได้รับหรือมีสิทธิในบำนาญปกติ ตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
เข้ารับราชการเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นแล้ว ให้เจ้าสังกัดซึ่งข้าราชการผู้นั้นเข้ารับราชการเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นแจ้งอัตราเงินเดือนที่ข้าราชการผู้นั้นได้รับให้เจ้าสังกัดที่ข้าราชการผู้นั้นรับบำนาญอยู่ทราบ
วิธีเดียวกันนี้ ให้ใช้บังคับแก่กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราเงินเดือนของข้าราชการผู้นั้นในภายหลังทุกครั้งด้วย