法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

localOrdinance

ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลอ่างทอง เรื่อง กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ. 2560

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
32
มาตรา อารัมภบท

ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลอ่างทอง

เรื่อง

กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

พ.ศ. ๒๕๖๐[๑]

โดยที่เป็นการสมควรตราข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลอ่างทอง

ว่าด้วยกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๗๑ แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ ๕) พ.ศ.

๒๕๔๖ ประกอบมาตรา ๓๒ มาตรา ๕๔ มาตรา ๕๕ มาตรา ๕๘ มาตรา ๖๓ และมาตรา ๖๕

แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕

องค์การบริหารส่วนตำบลอ่างทองโดยความเห็นชอบของสภาองค์การบริหารส่วนตำบลอ่างทองและนายอำเภอเชียงคำ

จึงตราข้อบัญญัติไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ข้อบัญญัตินี้เรียกว่า

“ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลอ่างทอง เรื่อง กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

พ.ศ. ๒๕๖๐”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ข้อบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลอ่างทองตั้งแต่เมื่อได้ประกาศไว้โดยเปิดเผย

ณ ที่ทำการขององค์การบริหารส่วนตำบลอ่างทองแล้วสามสิบวัน

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกข้อบังคับตำบลอ่างทอง เรื่อง

กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ. ๒๕๔๒ และบรรดาข้อบัญญัติ ประกาศ ระเบียบ

หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่ได้ตราไว้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับข้อบัญญัตินี้ ให้ใช้ข้อบัญญัตินี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในข้อบัญญัตินี้

“สถานประกอบกิจการ”

หมายความว่า

สถานที่ที่ใช้ในการประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ออกตามความในมาตรา

๓๑ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕

“ผู้ดำเนินกิจการ”

หมายความว่า ผู้เป็นเจ้าของหรือบุคคลที่เรียกชื่ออย่างอื่น

ซึ่งรับผิดชอบดำเนินการสถานประกอบกิจการนั้น

“คนงาน”

หมายความว่า ผู้ปฏิบัติงานในสถานประกอบกิจการ

“มลพิษทางเสียง”

หมายความว่า สภาวะของเสียงอันเกิดจากการประกอบกิจการของสถานประกอบกิจการที่ทำให้มีผลกระทบหรืออาจมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของสาธารณชน

“มลพิษความสั่นสะเทือน”

หมายความว่า

สภาวะของความสั่นสะเทือนอันเกิดจากการประกอบกิจการของสถานประกอบกิจการที่ทำให้มีผลกระทบหรืออาจมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของสาธารณชน

“มลพิษทางอากาศ”

หมายความว่า สภาวะของอากาศอันเกิดจากการประกอบกิจการของสถานประกอบกิจการที่ทำให้มีผลกระทบหรืออาจมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของสาธารณชน

“มลพิษทางน้ำ”

หมายความว่า

สภาวะของน้ำทิ้งอันเกิดจากการประกอบกิจการของสถานประกอบกิจการที่ทำให้มีผลกระทบหรืออาจมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของสาธารณชน

“อาคาร”

หมายความว่า ตึก บ้าน เรือน โรง ร้าน แพ คลังสินค้า

สำนักงานหรือสิ่งที่สร้างขึ้นอย่างอื่นซึ่งบุคคลอาจเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้

“เจ้าพนักงานท้องถิ่น”

หมายความว่า นายกองค์การบริหารส่วนตำบลอ่างทอง

“เจ้าพนักงานสาธารณสุข”

หมายความว่า เจ้าพนักงานซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข

พ.ศ. ๒๕๓๕

“คณะกรรมการสาธารณสุข”

หมายความว่า คณะกรรมการ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

แต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความสามารถหรือประสบการณ์ในด้านกฎหมายการสาธารณสุข การอนามัยสิ่งแวดล้อม

และการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นกรรมการมีอธิบดีกรมอนามัยเป็นกรรมการและเลขานุการ

“พนักงานเจ้าหน้าที่”

หมายถึง ข้าราชการส่วนท้องถิ่น

และหรือพนักงานส่วนตำบลซึ่งได้รับแต่งตั้งเพื่อให้ปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข

พ.ศ. ๒๕๓๕ และตามข้อบัญญัตินี้

“การค้า”

หมายความว่า การประกอบธุรกิจ การพาณิชย์ การอุตสาหกรรม การเกษตร การผลิตหรือให้บริการใด

ๆ เพื่อหาประโยชน์อันมีมูลค่า

“กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ”

หมายถึง กิจการที่มีกระบวนการผลิต

กรรมวิธีการผลิตที่ก่อให้เกิดมลพิษหรือสิ่งที่ทำให้เกิดโรค ซึ่งจะมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนที่อยู่ในบริเวณข้างเคียงนั้น

ไม่ว่าจะเป็นมลพิษทางอากาศ ทางน้ำ ทางเสียง แสง ความร้อน ความสั่นสะเทือน รังสี

ฝุ่นละออง เขม่า เถ้า หรืออื่นใดตามที่กฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ

หนังสือสั่งการกำหนด

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้กิจการประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้เป็นกิจการที่ต้องมีการควบคุมภายในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลอ่างทอง

(๑)

กิจการที่เกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์

(๑.๑)

การเพาะพันธุ์ เลี้ยงและการอนุบาลสัตว์ทุกชนิด

(๑.๒)

การประกอบกิจการการเลี้ยง

รวบรวมสัตว์หรือธุรกิจอื่นใดอันมีลักษณะทำนองเดียวกันเพื่อประชาชนเข้าชมเพื่อให้ประชาชนเข้าหรือประโยชน์ของกิจการนั้น

ทั้งนี้

ไม่ว่าจะมีการเรียกเก็บค่าดูหรือค่าบริการไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมหรือไม่ก็ตาม

(๒)

กิจการที่เกี่ยวกับสัตว์หรือผลิตภัณฑ์

(๒.๑)

การฆ่าหรือชำแหละสัตว์ ยกเว้นในสถานที่จำหน่ายอาหาร การเร่ขายหรือในตลาด

(๒.๒)

การหมักฟอก ตากหรือสะสมหนังสัตว์ ขนสัตว์

(๒.๓)

การสะสมเขา กระดูก หรือชิ้นส่วนสัตว์ที่ยังมิได้แปรรูป

(๒.๔)

การเคี่ยวหนัง เอ็น หรือไขสัตว์

(๒.๕)

การผลิตสิ่งเครื่องใช้หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ จากเปลือกกระดอง กระดูกเขา หนัง

ขนสัตว์หรือส่วนอื่น ๆ ของสัตว์ด้วยการต้ม นึ่ง ตาก เผาหรือกรรมวิธีใด ๆ ซึ่งมิใช่เพื่อเป็นอาหาร

(๒.๖)

การผลิต โม่ ป่น บด ผสมบรรจุ สะสมหรือการกระทำอื่นใดต่อสัตว์หรือพืช

หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของสัตว์หรือพืชเพื่อเป็นอาหารของสัตว์หรือส่วนประกอบของอาหารสัตว์

(๒.๗)

การผลิต แปรรูป การสะสมหรือล้างครั่ง

(๓)

กิจการที่เกี่ยวกับอาหาร เครื่องดื่ม น้ำดื่มน้ำดื่ม ยกเว้นในสถานที่จำหน่ายอาหาร การเร่ขาย

การขายในตลาด และการผลิตเพื่อบริโภคในครัวเรือน

(๓.๑)

การผลิต สะสม หรือแบ่งบรรจุ น้ำพริกแกง น้ำพริกปรุงสำเร็จ เต้าเจี้ยว ซีอิ๊ว

น้ำจิ้มหรือซอสปรุงรสชนิดต่าง ๆ

(๓.๒)

การผลิต สะสม หรือแบ่งบรรจุอาหารหมัก ดอง จากสัตว์ ได้แก่ ปลาร้า ปลาเจ่า กุ้งเจ่า

ปลาส้ม ปลาจ่อม แหนม หม่ำ ไส้กรอก กะปิ น้ำปลา หอยดอง น้ำเคย น้ำบูดู ไตปลา

หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน

(๓.๓)

การผลิต สะสม หรือแบ่งบรรจุอาหารหมัก ดอง แช่อิ่ม จากผัก ผลไม้หรือพืชอย่างอื่น

(๓.๔)

การผลิต สะสม หรือแบ่งบรรจุ อาหารจากพืชหรือสัตว์โดยการตาก บด นึ่งต้ม ตุ๋น เคี่ยว

กวน ฉาบ ทอด อบ รมควัน ปิ้ง ย่าง เผา หรือวิธีอื่นใด

(๓.๕)

การผลิต สะสม หรือแบ่งบรรจุลูกชิ้น

(๓.๖)

การผลิต สะสม หรือแบ่งบรรจุ เส้นหมี่ ขนมจีน ก๋วยเตี๋ยว เต้าฮวย เต้าหู้ วุ้นเส้น

เกี้ยมอี๋ เนื้อสัตว์เทียม หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน

(๓.๗)

การผลิตบะหมี่ มักกะโรนี สปาเกตตี พาสต้า หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน

(๓.๘)

การผลิต ขนมปังสด ขนมปังแห้ง จันอบ ขนมเปี๊ยะ ขนมอบอื่น ๆ

(๓.๙)

การผลิต สะสม หรือแบ่งบรรจุ น้ำนม หรือผลิตภัณฑ์จากน้ำนมสัตว์

(๓.๑๐)

การผลิต สะสม หรือแบ่งบรรจุเนย เนยเทียม เนยผสม ผลิตภัณฑ์เนย ผลิตภัณฑ์เนยเทียม

และผลิตภัณฑ์เนยผสม

(๓.๑๑)

การผลิตไอศกรีม

(๓.๑๒)

การคั่ว สะสม หรือแบ่งบรรจุกาแฟ

(๓.๑๓)

การผลิต สะสม หรือแบ่งบรรจุ ใบชาแห้ง ชาผง หรือเครื่องดื่มชนิดผงอื่น ๆ

(๓.๑๔)

การผลิต สะสม หรือแบ่งบรรจุ เอทิลแอลกอฮอล์ สุรา เบียร์ ไวน์ น้ำส้มสายชู ข้างหมาก

น้ำตาลเมา

(๓.๑๕)

การผลิตน้ำกลั่น น้ำบริโภค น้ำดื่มจากเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติ

(๓.๑๖)

การผลิต สะสม หรือแบ่งบรรจุ หรือขนส่งน้ำแข็ง

(๓.๑๗)

การผลิต สะสม หรือแบ่งบรรจุ น้ำอัดลม น้ำหวาน น้ำโซดา น้ำจากพืช ผัก ผลไม้

เครื่องดื่มชนิดต่าง ๆ บรรจุกระป๋อง ขวดหรือภาชนะอื่นใด

(๓.๑๘)

การผลิต สะสม หรือแบ่งบรรจุ อาหารบรรจุกระป๋อง ขวด หรือภาชนะอื่นใด

(๓.๑๙)

การผลิต สะสม หรือแบ่งบรรจุ ผงชูรส หรือสารปรุงแต่งอาหาร

(๓.๒๐)

การผลิต สะสม หรือแบ่งบรรจุ น้ำตาล น้ำเชื่อม

(๓.๒๑)

การผลิต สะสม หรือแบ่งบรรจุแบะแซ

(๓.๒๒)

การแกะ ตัดแต่ง ล้างสัตว์น้ำ ที่ไม่ใช่เป็นส่วนหนึ่งของกิจการห้องเย็น

(๓.๒๓)

การประกอบกิจการห้องเย็นแช่แข็งอาหาร

(๓.๒๔)

การเก็บ การถนอมอาหารด้วยเครื่องจักร

(๔)

กิจกรรมเกี่ยวกับยา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์การแพทย์ เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด

(๔.๑)

การผลิต โม่ บด ผสม การบรรจุยา

(๔.๒)

การผลิต การบรรจุยาสีฟัน แชมพู ผ้าเย็น กระดาษเย็น

เครื่องสำอางรวมทั้งสบู่ที่ใช้กับร่างกาย

(๔.๓)

การผลิตสำลี ผลิตภัณฑ์จากสำลี

(๔.๔)

การผลิตผ้าพันแผล ผ้าปิดแผล ผ้าอนามัย ผ้าอ้อมสำเร็จรูป

(๔.๕)

การผลิตผงซักฟอก สบู่ น้ำยาทำความสะอาด หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดต่าง ๆ

(๕)

กิจการที่เกี่ยวกับการการเกษตร

(๕.๑)

การผลิต สะสม หรือแบ่งบรรจุน้ำมันจากพืช

(๕.๒)

การล้าง อบ รม หรือสะสมยางดิบ

(๕.๓)

การผลิต หรือแบ่งบรรจุแป้งมันสำปะหลัง แป้งสาคู แป้งจากพืชหรือแป้งอื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน

(๕.๔)

การสีข้าว นวดข้าวด้วยเครื่องจักร หรือบรรจุข้าวด้วยวิธีใด ๆ ก็ตาม

(๕.๕)

การผลิตยาสูบ

(๕.๖)

การขัด กะเทาะ หรือบดเมล็ดพืช

(๕.๗)

การผลิต สะสม หรือแบ่งบรรจุปุ๋ยหรือวัสดุที่นำไปผลิตปุ๋ย

(๕.๘)

การผลิตเส้นใยจากพืช

(๕.๙)

การตาก สะสม ขนถ่ายผลิตผลของมันสำปะหลัง ข้าวเปลือก อ้อย ข้าวโพด

(๖)

กิจการที่เกี่ยวกับโลหะหรือแร่

(๖.๑)

การผลิตภาชนะ เครื่องประดับ เครื่องมือ อุปกรณ์หรือเครื่องใช้ต่าง ๆ ด้วยโลหะหรือแร่

(๖.๒)

การถลุงแร่ การหลอมหรือหล่อโลหะทุกชนิด ยกเว้นกิจการที่ได้รับอนุญาตใน (๖.๑)

(๖.๓)

การกลึง เจาะ เชื่อม ตี ตัด การประสาน รีด

หรืออัดโลหะด้วยเครื่องจักรหรือก๊าซหรือไฟฟ้า ยกเว้นกิจการที่ได้รับอนุญาตใน (๖.๑)

(๖.๔)

การเคลือบ ชุบโลหะด้วยตะกั่ว สังกะสี ดีบุก โครเมียม นิกเกิลหรือโลหะอื่นใด ยกเว้นกิจการใน

(๖.๑)

(๖.๕)

การขัด ล้างโลหะด้วยเครื่องจักร หรือสารเคมียกเว้นกิจการที่ได้รับอนุญาตใน (๖.๑)

(๖.๖)

การทำเหมืองแร่ สะสม แยก คัดเลือกหรือล้างแร่

(๗)

กิจการเกี่ยวกับยานยนต์ เครื่องจักรหรือเครื่องกล

(๗.๑)

การต่อ ประกอบ เคาะ ปะผุ พ่นสี หรือพ่นสารกันสนิมยานยนต์

(๗.๒)

การผลิตยานยนต์ เครื่องจักร หรือเครื่องกล

(๗.๓)

การซ่อม การปรับแต่งเครื่องยนต์เครื่องจักร หรือเครื่องกล ระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ

หรืออุปกรณ์ที่เป็นส่วนประกอบของยานยนต์ เครื่องจักร เครื่องจักรกล

(๗.๔)

การประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยานยนต์ เครื่องจักรหรือเครื่องกล ซึ่งมีไว้บริการหรือจำหน่ายและการประกอบธุรกิจนั้นมีการซ่อมหรือปรับปรุงยานยนต์

เครื่องจักรหรือเครื่องกลดังกล่าวด้วย

(๗.๕)

การล้าง ขัดสี เคลือบสี หรืออัดฉีดยานยนต์

(๗.๖)

การผลิต สะสม จำหน่าย ซ่อม หรือการอัดแบตเตอรี่

(๗.๗)

การจำหน่าย ซ่อม ปะ เชื่อมยางยานยนต์ หรือตั้งศูนย์

(๗.๘)

การผลิต ซ่อม ประกอบ หรืออัดผ้าเบรก ผ้าคลัตช์

(๗.๙)

การสะสม การซ่อมเครื่องกล เครื่องจักรเก่าหรืออุปกรณ์ที่เป็นส่วนประกอบของยานยนต์

เครื่องจักร หรือเครื่องกลเก่า

(๘)

กิจการที่เกี่ยวกับไม้หรือกระดาษ

(๘.๑)

การผลิตไม้ขีดไฟ

(๘.๒)

การเลื่อย ซอย ขัด เจาะ ขุดร่อง ทำคิ้ว หรือการตัดไม้ด้วยด้วยเครื่องจักร

(๘.๓)

การผลิตพ่น ทาสารเคลือบเงาสี หรือสี แต่งสำเร็จของเครื่องใช้

หรือผลิตภัณฑ์จากไม้หวายอ้อย

(๘.๔)

การอบไม้

(๘.๕)

การผลิต สะสม แบ่งบรรจุธูป

(๘.๖)

การผลิตสิ่งของ เครื่องใช้ เครื่องเขียน หรือผลิตภัณฑ์อื่นใดด้วยกระดาษ

(๘.๗)

การผลิตกระดาษชนิดต่าง ๆ

(๘.๘)

การเผาถ่าน หรือการสะสมถ่าน

(๙)

กิจการเกี่ยวกับการบริการ

(๙.๑)

การประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ

เว้นแต่การให้บริการในสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล

(๙.๒)

การประกอบกิจการอาบ อบ นวด

(๙.๓)

การประกอบกิจการการนวดเพื่อสุขภาพ ที่เว้นแต่การให้บริการที่ได้รับใบอนุญาตใน

(๙.๑) หรือในสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล

(๙.๔)

การประกอบกิจการสถานที่อาบน้ำ อบไอน้ำ อบสมุนไพร

เว้นแต่เป็นการให้บริการที่ได้รับใบอนุญาตใน (๙.๑) หรือในสถานพยาบาล

ตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล

(๙.๕)

การประกอบกิจการโรงแรม สถานที่พักที่มิใช่โรงแรมที่จัดไว้เพื่อให้บริการพักชั่วคราวสำหรับคนเดินทางหรือบุคลคลอื่นโดยมีค่าตอบแทน

หรือกิจการอื่นทำนองเดียวกัน

(๙.๖)

การประกอบกิจการหอพัก อาคารชุดให้เช่า ห้องเช่า

ห้องแบ่งเช่าหรือกิจการอื่นในทำนองเดียวกัน

(๙.๗)

การประกอบกิจการโรงมหรสพ

(๙.๘)

การจัดให้มีมหรสพ การแสดงดนตรี เต้นรำ รำวง รองเง็ง ดิสโกเทก คาราโอเกะหรือตู้เพลง

หรือการแสดงอื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน

(๙.๙)

การประกอบกิจการสระว่ายน้ำ และกิจการอื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน

เว้นแต่เป็นการให้บริการที่ได้รับอนุญาตใน (๙.๑)

(๙.๑๐)

การจัดให้มีการเล่นสเกต หรือโรลเลอร์เบลด หรือการเล่นอื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน

(๙.๑๑)

การประกอบกิจการเสริมสวยหรือแต่งผม

เว้นแต่กิจการที่อยู่ในบังคับตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบวิชาชีพเวชกรรม

(๙.๑๒)

การประกอบกิจการสถานที่ออกกำลังกาย

(๙.๑๓)

การประกอบกิจการให้บริการควบคุมน้ำหนัก

(๙.๑๔)

การประกอบกิจการสวนสนุกโบว์ลิ่ง หรือตู้เกม

(๙.๑๕)

การประกอบกิจการให้บริการคอมพิวเตอร์

(๙.๑๖)

การประกอบกิจการสนามกอล์ฟ หรือสนามฝึกซ้อมกอล์ฟ

(๙.๑๗)

การประกอบกิจการห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ การสาธารณสุข

วิทยาศาสตร์หรือสิ่งแวดล้อม

(๙.๑๘)

การประกอบกิจการสักผิวหนัง หรือเจาะส่วนหนึ่งใดของร่างกาย

(๙.๑๙)

การประกอบกิจการให้บริการเลี้ยงและดูแลเด็กที่บ้านของผู้รับบริการ

(๙.๒๐)

การประกอบกิจการให้การบริการดูแลผู้สูงอายุที่บ้านของผู้รับบริการ

(๙.๒๑)

การประกอบกิจการให้บริการสปา อาบน้ำ ตัดขน รับเลี้ยงหรือรับฝากสัตว์ชั่วคราว

(๑๐)

กิจการที่เกี่ยวกับสิ่งทอ

(๑๐.๑)

การปั่นด้าย กรอด้าย ทอผ้าด้วยเครื่องจักร หรือทอผ้าด้วยกี่กระตุก

(๑๐.๒)

การสะสมปอ ป่าน ฝ้ายนุ่นหรือใยสังเคราะห์

(๑๐.๓)

การปั่นฝ้ายนุ่นใยสังเคราะห์ด้วยเครื่องจักร

(๑๐.๔)

การทอเสื่อ กระสอบ พรม หรือสิ่งทออื่น ๆ ด้วยเครื่องจักร

(๑๐.๕)

การเย็บผ้า ปักผ้า หรือสิ่งทออื่น ๆ ด้วยเครื่องจักร

(๑๐.๖)

การพิมพ์ผ้า หรือสิ่งทออื่น ๆ

(๑๐.๗)

การซัก อบ รีด หรืออัดกลีบผ้าด้วยเครื่องจักร

(๑๐.๘)

การย้อม ฟอก กัดสีผ้าหรือสิ่งทออื่น ๆ

(๑๑)

กิจการที่เกี่ยวกับหิน ดิน ทราย ซีเมนต์ หรือวัตถุที่คล้ายคลึง

(๑๑.๑)

การผลิตภาชนะดินเผาหรือผลิตภัณฑ์ดินเผา

(๑๑.๒)

การระเบิด โม่ บด หรือย่อหินด้วยเครื่องจักร

(๑๑.๓)

การผลิตสิ่งของ เครื่องใช้หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ด้วยซีเมนต์ หรือวัตถุที่คล้ายคลึง

(๑๑.๔)

การสะสม การผสมซีเมนต์ หิน ดิน ทราย วัสดุก่อสร้าง รวมทั้งการขุด ตัก ดูด โม่ บด หรือย่อยด้วยเครื่องจักร

ยกเว้นกิจการที่ได้รับใบอนุญาตใน (๑๑.๒)

(๑๑.๕)

การเจียระไนเพชร พลอย หิน หรือกระจก หรือวัตถุที่คล้ายคลึง

(๑๑.๖)

การเลื่อย ตัด หรือประดิษฐ์หินเป็นสิ่งของ เครื่องใช้ หรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ

(๑๑.๗)

การผลิตชอล์ก ปูนปลาสเตอร์ ปูนขาว ดินสอพอง หรือเผาหินปูน

(๑๑.๘)

การผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มีแร่ใยหินเป็นส่วนประกอบหรือส่วนผสม

(๑๑.๙)

การผลิต ตัด บดกระจกหรือผลิตภัณฑ์แก้ว

(๑๑.๑๐)

การผลิตกระดาษทรายหรือผ้าทราย

(๑๑.๑๑)

การผลิตใยแก้วหรือผลิตภัณฑ์จากใยแก้ว

(๑๑.๑๒)

การล้าง การขัดด้วยการพ่นทรายลงบนพื้นผิวกระจก แก้ว

หรือวัตถุอื่นใดยกเว้นกิจการที่ได้รับอนุญาตใน ๖.๕

(๑๒)

กิจการที่เกี่ยวกับปิโตรเลียม ถ่านหิน สารเคมี

(๑๒.๑)

การผลิต สะสมบรรจุหรือขนส่งกรด ด่าง สารออกซิไดซ์ หรือสารตัวทำละลาย

(๑๒.๒)

การผลิต สะสมบรรจุ หรือขนส่งก๊าซ

(๑๒.๓)

การผลิต สะสมกลั่น หรือขนส่งน้ำมันปิโตรเลียมหรือผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมต่าง ๆ

(๑๒.๔)

การผลิต การสะสม หรือขนส่งถ่านหิน หรือถ่านโค้ก

(๑๒.๕)

การพ่นสี ยกเว้นกิจการที่ได้รับอนุญาตใน (๗.๑)

(๑๒.๖)

การผลิตสิ่งของเครื่องใช้หรือผลิตภัณฑ์ด้วยยางเทียม พลาสติก เซลลูลอยด์ เบเกอร์ไลท์

หรือวัตถุที่คล้ายคลึง

(๑๒.๗)

การโม่ สะสม หรือบดชัน

(๑๒.๘)

การผลิตสีหรือน้ำมันผสมสี

(๑๒.๙)

การผลิต ล้างฟิล์มรูปถ่ายหรือฟิล์มภาพยนตร์

(๑๒.๑๐)

การเคลือบ ชุบวัตถุด้วยพลาสติก เซลลูลอยด์ เบเกอร์ไลท์หรือวัตถุที่คล้ายคลึง

(๑๒.๑๑)

การผลิตพลาสติก เซลลูลอยด์ เบเกอร์ไลท์หรือวัตถุที่คล้ายคลึง

(๑๒.๑๒)

การผลิต หรือบรรจุสารเคมีดับเพลิง

(๑๒.๑๓)

การผลิตน้ำแข็งแห้ง

(๑๒.๑๔)

การผลิต ส ะสม ขนส่งดอกไม้เพลิงหรือสารเคมีอันเป็นส่วนประกอบในการผลิตดอกไม้เพลิง

(๑๒.๑๕)

การผลิตเชลแล็กหรือสารเคลือบเงา

(๑๒.๑๖)

การผลิต สะสม บรรจุ ขนส่งสารกำจัดศัตรูพืชหรือพาหะนำโรค

(๑๒.๑๗)

การผลิต สะสม หรือบรรจุกาว

(๑๓)

กิจการอื่น ๆ

(๑๓.๑)

การพิมพ์หนังสือหรือสิ่งพิมพ์อื่นที่มีลักษณะเดียวกันด้วยเครื่องจักร

(๑๓.๒)

การผลิต ซ่อมเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรืออุปกรณ์ไฟฟ้า

(๑๓.๓)

การผลิตเทียน หรือเทียนไขหรือวัตถุที่คล้ายคลึง

(๑๓.๔)

การพิมพ์แบบ พิมพ์เขียว หรือถ่ายเอกสาร

(๑๓.๕)

การสะสมวัตถุหรือสิ่งของที่ชำรุด ใช้แล้วหรือเหลือใช้

(๑๓.๖)

การประกอบกิจการโกดังสินค้า

(๑๓.๗)

การล้างขวด ภาชนะหรือบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วเพื่อนำมาใช้ใหม่หรือแปรสภาพเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่

(๑๓.๘)

การพิมพ์ เขียน พ่นสี หรือวิธีใดลงบนวัตถุที่มิใช่สิ่งทอ

(๑๓.๙)

การประกอบกิจการท่าเรือประมง สะพานปลา หรือแพปลา

(๑๓.๑๐)

การบรรจุหีบห่อสินค้าโดยใช้เครื่องจักร

(๑๓.๑๑)

การให้บริการควบคุมป้องกันและกำจัดแมลง หรือสัตว์พาหนะนำโรค

(๑๓.๑๒)

การผลิตสิ่งของ เครื่องใช้ หรือผลิตภัณฑ์จากยาง

(๑๓.๑๓)

การผลิตสะสม หรือขนส่งไบโอดีเซลและเอทานอล

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ สถานประกอบกิจการที่ต้องมีการควบคุมตามข้อบัญญัตินี้ที่ตั้งอยู่ในเขตที่กฎหมายว่าด้วยการผังเมือง

หรือกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารมีผลใช้บังคับ หรือสถานประกอบกิจการใดที่เข้าข่ายเป็นโรงงาน

หรือมีการประกอบกิจการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย

แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ สถานประกอบกิจการต้องตั้งอยู่ห่างจากชุมชน

วัด ศาสนสถาน โบราณสถาน โรงเรียน สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล หรือสถานที่อื่น ๆ

ตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องในระยะที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

และไม่ก่อเหตุรำคาญต่อชุมชน ทั้งนี้

ในกรณีที่สถานประกอบกิจการที่ไม่เข้าข่ายเป็นโรงงาน

สถานประกอบกิจการนั้นจะต้องมีสถานที่ตั้ง อยู่ห่างจากชุมชน วัด ศาสนสถาน โบราณสถาน

โรงเรียน สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล หรือสถานที่อื่น ๆ

ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นโดยคำแนะนำของคณะกรรมการสาธารณสุขประกาศกำหนด

โดยคำนึงถึงลักษณะของการประกอบกิจการของสถานประกอบกิจการนั้น ๆ

เพื่อป้องกันอันตรายต่อสุขภาพอนามัย หรือการก่อเหตุรำคาญของประชาชน

๗.๑

สถานที่ตั้งประกอบกิจการเลี้ยงสุกร

๗.๑.๑

สถานที่ตั้งควรห่างจากชุมชน ศาสนสถาน โบราณสถาน สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล

หรือสถานที่ต่าง ๆ

ตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องในระยะที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

และไม่ก่อเหตุรำคาญต่อชุมชนโดยควรมีระยะห่างจากสถานที่ที่กล่าวข้างต้นและแหล่งน้ำสาธารณะในระยะ

ดังต่อไปนี้

๑)

สำหรับสถานประกอบกิจการเลี้ยงสุกรน้อยกว่า ๕๐ ตัว ควรมีระยะห่างในระยะที่ไม่ก่อให้เกิดความรำคาญต่อชุมชนใกล้เคียง

๒)

สำหรับสถานประกอบกิจการเลี้ยงสุกร ตั้งแต่ ๕๐ - ๕๐๐ ตัว ควรมีระยะห่างไม่น้อยกว่า

๒๐๐ เมตร

๓)

สำหรับสถานประกอบกิจการเลี้ยงสุกร เกิน ๕๐๐ ตัว ควรมีระยะห่างไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐

เมตร

๗.๑.๒

สถานประกอบกิจการเลี้ยงสุกรควรตั้งอยู่ห่างจากโรงฆ่าสัตว์ตลาดนัดค้าสัตว์ตั้งแต่ ๕

กิโลเมตรขึ้นไป

๗.๑.๓

จัดให้มีบริเวณเลี้ยงสุกรเป็นสัดส่วน และอยู่ห่างเขตที่ดินสาธารณะหรือที่ดินต่างเจ้าของและต้องมีที่ว่างอันปราศจากหลังคาหรือสิ่งใดปกคลุม

โดยรอบบริเวณเลี้ยงสัตว์นั้นไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร ทุกด้าน

เว้นแต่ด้านที่มีแนวเขตที่ดินติดต่อกับที่ดินของผู้ประกอบกิจการประเภทเดียวกันตามข้อกำหนดนี้

๗.๑.๔

สถานประกอบกิจการเลี้ยงสุกร ควรตั้งอยู่บริเวณที่ไม่มีน้ำท่วมขัง

๗.๒

สถานที่ตั้งประกอบกิจการผลิตเส้นหมี่ ขนมจีน ก๋วยเตี๋ยว

และกิจการอื่นที่คล้ายคลึงกัน

สถานที่ตั้ง

ควรห่างจากชุมชน ศาสนสถาน โบราณสถาน สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล หรือสถานที่ต่าง ๆ

ตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

และควรอยู่ห่างจากแหล่งที่ก่อให้เกิดมลพิษหรือแหล่งที่ก่อให้เกิดการปนเปื้อน เช่น

โรงบำบัดน้ำเสีย โรงงานอุตสาหกรรม สถานที่กำจัดมูลฝอย เมรุเผาศพ

สถานที่เลี้ยงสัตว์ สถานที่ผลิตวัตถุมีพิษ

และสถานที่ที่มีฝุ่นมากผิดปกติอันอาจเป็นแหล่งที่ทำให้เกิดการปนเปื้อนกับผลิตภัณฑ์ได้

เป็นต้น ยกเว้นจะมีวิธีการป้องกันที่ถูกต้องเหมาะสม ทั้งนี้

ควรพิจารณาทิศทางลมเพื่อป้องกันฝุ่นและกลิ่นเหม็น

จากการประกอบกิจการไปยังชุมชนที่อาศัยโดยรอบ

๗.๓

สถานที่ตั้งประกอบกิจการโรงสีข้าวด้วยเครื่องจักร

๗.๓.๑

ห้ามตั้งโรงสีข้าวที่ใช้เครื่องจักรในการผลิต ในบริเวณบ้านจัดสรรเพื่อการพักอาศัย

อาคารชุดพักอาศัย และบ้านแถวเพื่อการพักอาศัย

๗.๓.๒

ห้ามตั้งโรงสีข้าวที่ใช้เครื่องจักรในการผลิต ขนาดน้อยกว่า ๓๐ เกวียนต่อวัน ภายในระยะ

๕๐ เมตร ขนาดตั้งแต่ ๓๑ เกวียนต่อวัน ภายในระยะ ๑๐๐ เมตร จากเขตชุมชน ศาสนสถาน

โบราณสถาน สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล หรือสถานที่ต่าง ๆ

ตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

ยกเว้นสถานที่ทำการของหน่วยราชการที่ใช้เป็นที่ทำการเพื่อการควบคุม กำกับ ดูแล

อำนวยความสะดวก หรือการให้บริการแก่การดำเนินกิจการนั้น ๆ

๗.๓.๓

ที่ตั้งโรงสีข้าวต้องตั้งอยู่ในทำเล

และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมมีบริเวณเพียงพอที่จะประกอบกิจการตามขนาด

และประเภทหรือชนิดของโรงสีข้าว โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายเหตุรำคาญ

หรือความเสียหายต่อบุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่นด้วย

๗.๔

สถานที่ตั้งประกอบกิจการสระว่ายน้ำ สวนน้ำ สวนสนุก

ที่มีลักษณะเช่นเดียวกับสระว่ายน้ำหรือกิจการอื่น ๆ ในลักษณะเดียวกัน

๗.๔.๑

สถานที่ตั้ง ควรห่างจากแหล่งซึ่งอาจทำให้เกิดการปนเปื้อนน้ำในสระว่ายน้ำ เช่น

สถานที่เลี้ยงสัตว์ สถานที่ทิ้งหรือรวบรวมมูลฝอย เป็นต้น

๗.๔.๒

ควรมีรั้วหรือกำแพงเพื่อสุขอนามัยและความปลอดภัยของผู้ใช้บริการและเพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลภายนอกที่ไม่ได้รับอนุญาตไปใช้สระว่ายน้ำ

ในช่วงที่ไม่เปิดให้บริการ รวมทั้งป้องกันสัตว์เข้ามาบริเวณสระว่ายน้ำ

๗.๔.๓

สถานที่ตั้งและบริเวณของสระว่ายน้ำ

รวมทั้งระบบสาธารณูปโภคต้องอยู่ในที่น้ำท่วมไม่ถึง พื้นดินแข็งแรงไม่ทรุดง่าย

อยู่ในบริเวณที่มีไฟฟ้า และน้ำประปาเพียงพอ มีทางเข้าออกสะดวก

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ สถานประกอบกิจการที่มีอาคารต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์

ดังต่อไปนี้

(๑)

ต้องเป็นอาคารที่มีความมั่นคง แข็งแรง

เหมาะสมที่จะประกอบกิจการที่ขออนุญาตได้ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

บันไดหนีไฟ หรือทางออกฉุกเฉินมีลักษณะเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ต้องไม่มีสิ่งกีดขวาง

มีแสงสว่างเพียงพอ และมีป้ายหรือเครื่องหมายแสดงชัดเจน

โดยทางออกฉุกเฉินต้องมีไฟส่องสว่างฉุกเฉินเมื่อระบบไฟฟ้าปกติขัดข้อง

(๒)

ต้องจัดให้มีระบบการจัดแสงสว่างและการระบายอากาศให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

(๓)

ต้องมีห้องน้ำและห้องส้วมตามแบบและจำนวนที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

และมีการดูแลรักษาความสะอาดให้อยู่ในสภาพที่ถูกสุขลักษณะเป็นประจำทุกวัน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ สถานประกอบกิจการที่คนงานอาจเปรอะเปื้อนจากสารเคมี

วัตถุอันตรายหรือสิ่งอื่นใดอันอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพต้องจัดให้มีที่อาบน้ำฉุกเฉิน

ที่ล้างตัวฉุกเฉิน ตามความจำเป็นและเหมาะสมกับคุณสมบัติของวัตถุอันตรายและขนาดของการประกอบกิจการตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตรายและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ สถานประกอบกิจการต้องมีการเก็บ รวบรวม

หรือกำจัดมูลฝอยที่ถูกสุขลักษณะดังนี้

(๑)

มีภาชนะบรรจุหรือภาชนะรองรับที่เหมาะสมและเพียงพอกับปริมาณและประเภทมูลฝอยรวมทั้งมีการทำความสะอาดภาชนะบรรจุหรือภาชนะรองรับและบริเวณที่เก็บภาชนะนั้นอยู่เสมอ

(๒)

ในกรณีที่มีการกำจัดเอง

ต้องได้รับความเห็นชอบจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นและต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามข้อบัญญัติว่าด้วยการกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย

(๓)

กรณีที่มีมูลฝอยที่ปนเปื้อนสารพิษหรือวัตถุอันตรายหรือสิ่งอื่นใดที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจะต้องดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ สถานประกอบกิจการต้องมีการป้องกันและกำจัดแมลงและสัตว์ที่เป็นพาหะของโรคติดต่อให้ถูกต้องตามหลักวิชาการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ สถานประกอบกิจการที่มีโรงอาหารหรือห้องครัวที่จัดไว้สำหรับการประกอบอาหาร

การปรุงอาหาร

การสะสมอาหารสำหรับคนงานต้องมีการดำเนินการให้ถูกต้องตามข้อบัญญัติว่าด้วยสถานจำหน่ายอาหารหรือสถานที่สะสมอาหาร

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ สถานประกอบกิจการต้องจัดวางสิ่งของให้เป็นระเบียบเรียบร้อย

ปลอดภัยเป็นสัดส่วนและต้องรักษาความสะอาดอยู่เสมอ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ สถานประกอบกิจการต้องมีมาตรการความปลอดภัยในการทำงานและปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ สถานประกอบกิจการต้องจัดให้มีการป้องกันเพื่อความปลอดภัยดังนี้

(๑)

มีระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้และเครื่องดับเพลิง

ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้

จะต้องมีการบันทึกการบำรุงรักษาเครื่องดับเพลิงอย่างน้อยหกเดือนต่อครั้ง

และมีการฝึกอบรมการดับเพลิงเบื้องต้นจากหน่วยงานที่ทางราชการกำหนดหรือยอมรับให้แก่คนงานไม่น้อยกว่าร้อยละสี่สิบของจำนวนคนงานในสถานประกอบกิจการนั้น

(๒)

กรณีที่มีวัตถุอันตราย

ต้องมีสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับเก็บรักษาวัตถุอันตรายหรือสิ่งของที่อาจก่อให้เกิดอันตรายหรืออัคคีภัยได้ง่ายไว้โดยเฉพาะตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตรายและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ สถานประกอบกิจการใดที่การประกอบกิจการอาจก่อให้เกิดมลพิษทางเสียงหรือความสั่นสะเทือน

มลพิษทางอากาศ มลพิษทางน้ำ

ของเสียอันตรายหรือมีการใช้สารเคมีหรือวัตถุอันตรายจะต้องดำเนินการควบคุมและป้องกันมิให้เกิดผลกระทบจนเป็นเหตุรำคาญหรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคนงานและผู้อยู่อาศัยบริเวณใกล้เคียง

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ เมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันที่ข้อบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับห้ามมิให้ผู้ใดดำเนินกิจการตามที่ต้องมีการควบคุมตามข้อ

๕ ในลักษณะที่เป็นการค้า เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นในการออกใบอนุญาต

เจ้าพนักงานท้องถิ่นอาจกำหนดเงื่อนไขโดยเฉพาะให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติเพื่อป้องกันอันตรายต่อสุขภาพของสาธารณชนเพิ่มเติมจากที่กำหนดไว้โดยทั่วไปในข้อบัญญัตินี้ก็ได้

ใบอนุญาตให้ใช้ได้สำหรับกิจการประเภทเดียวและสำหรับสถานที่แห่งเดียว

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ผู้ใดประสงค์จะประกอบกิจการตามที่ต้องมีการควบคุมตามข้อ

ในลักษณะที่เป็นการค้าจะต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามแบบที่กำหนดไว้ท้ายข้อบัญญัตินี้พร้อมกับเอกสารและหลักฐาน

ดังต่อไปนี้

(๑)

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน/ข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ

(๒)

สำเนาทะเบียนบ้าน

(๓)

สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด กรณีเป็นนิติบุคคล

(๔)

หนังสือมอบอำนาจ

พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านที่รับรองความถูกต้องของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ

กรณีผู้ขอใบอนุญาตไม่สามารถยื่นคำขอได้ด้วยตนเอง

(๕)

สำเนาใบอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

(๖)

ใบอนุญาตฉบับจริงกรณีต่ออายุใบอนุญาต

(๗)

อื่น ๆ ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นเห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ผู้ขอรับใบอนุญาตจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑)

ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในหมวด ๑ หมวด ๒ และหมวด ๓

รวมทั้งเงื่อนไขที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดไว้โดยเฉพาะในใบอนุญาตหรือแนบท้ายใบอนุญาต

(๒)

ต้องปฏิบัติการทุกอย่างเพื่อให้ได้สุขลักษณะตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุขหรือตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น

(๓)

ต้องยอมให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือเจ้าพนักงานสาธารณสุขหรือผู้ได้รับมอบหมายเข้าตรวจสถานที่เครื่องมือ

เครื่องใช้ ตลอดจนวิธีการประกอบการค้านั้นได้ในเวลาอันควร

เมื่อได้รับแจ้งความประสงค์ให้ทราบแล้ว

(๔)

หากปรากฏในภายหลังว่าการประกอบกิจการที่ได้รับอนุญาตขัดต่อกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตได้

(๕)

อื่น ๆ ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดหรือเห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ผู้ได้รับการอนุญาตต้องมารับใบอนุญาตภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งการอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น

หากไม่มารับภายในกำหนดเวลาดังกล่าวโดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้ถือว่าสละสิทธิ์

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ เมื่อได้รับคำขอรับใบอนุญาตหรือคำขอต่ออายุใบอนุญาตให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นตรวจความถูกต้องและความสมบูรณ์ของคำขอ

ถ้าปรากฏว่าคำขอดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ

หรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัตินี้ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นรวบรวมความไม่ถูกต้องหรือความไม่สมบูรณ์นั้นทั้งหมด

และแจ้งให้ผู้ขออนุญาตแก้ไขให้ถูกต้องและสมบูรณ์ในคราวเดียวกันและในกรณีจำเป็นที่จะต้องส่งคืนคำขอแก่ผู้ขออนุญาตก็ให้ส่งคืนคำขอพร้อมทั้งแจ้งความไม่ถูกต้อง

หรือความไม่สมบูรณ์ให้ทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันได้รับคำขอ

เจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องออกใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพตามตามแบบที่กำหนดท้ายข้อบัญญัตินี้

หรือมีหนังสือแจ้งคำสั่งไม่อนุญาตพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขออนุญาตทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับคำขอซึ่งมีรายละเอียดถูกต้องหรือครบถ้วนตามที่กำหนดในข้อบัญญัตินี้

ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่อาจออกใบอนุญาตหรือยังไม่อาจมีคำสั่งไม่อนุญาตได้ภายในกำหนดเวลาตามวรรคสองให้ขยายเวลาออกไปได้อีกไม่เกินสองครั้ง

ครั้งละไม่เกินสิบห้าวัน แต่ต้องมีหนังสือแจ้งการขยายเวลาและเหตุจำเป็นแต่ละครั้งให้ผู้ขออนุญาตทราบก่อนสิ้นกำหนดเวลาตามวรรคสองหรือตามที่ได้ขยายเวลาไว้แล้วนั้น

แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ใบอนุญาตให้มีอายุหนึ่งปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาตและให้ใช้ได้เพียงในเขตอำนาจขององค์การบริหารส่วนตำบลอ่างทองเท่านั้น

การขอต่ออายุใบอนุญาตจะต้องยื่นคำขอแบบคำขอต่ออนุญาตตามแบบที่กำหนดท้ายข้อบัญญัตินี้ก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุเมื่อได้ยื่นคำขอพร้อมกับเสียค่าธรรมเนียมแล้วให้ประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาต

การขอต่ออายุใบอนุญาตและการอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์

วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ตามข้อ ๑๘ และข้อ ๑๙ ด้วย

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องเสียค่าธรรมเนียมการออกใบอนุญาตตามอัตราที่กำหนดไว้ท้ายข้อบัญญัตินี้ในวันที่มารับใบอนุญาตสำหรับกรณีที่เป็นการขอรับใบอนุญาตครั้งแรก

หรือก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุสำหรับกรณีที่เป็นการขอต่ออายุใบอนุญาต

ตลอดเวลาที่ยังดำเนินกิจการนั้น

ถ้ามิได้เสียค่าธรรมเนียมภายในเวลาที่กำหนดให้ชำระค่าปรับเพิ่มขึ้นอีกร้อยละยี่สิบของจำนวนค่าธรรมเนียมที่ค้างชำระ

เว้นแต่ผู้ได้รับใบอนุญาตจะได้บอกเลิกการดำเนินกิจการนั้นก่อนถึงกำหนดการเสียค่าธรรมเนียมครั้งต่อไป

ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมตามวรรคหนึ่งค้างชำระค่าธรรมเนียมติดต่อกันเกินกว่าสองครั้ง

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นหยุดการดำเนินกิจการไว้จนกว่าจะได้เสียค่าธรรมเนียมและค่าปรับจนครบจำนวน

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ บรรดาค่าธรรมเนียมและค่าปรับตามข้อบัญญัตินี้ให้เป็นรายได้ขององค์การบริหารส่วนตำบลอ่างทอง

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องแสดงใบอนุญาตไว้โดยเปิดเผยและเห็นได้ง่าย

ณ สถานที่ประกอบกิจการตลอดเวลาที่ประกอบกิจการ

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ในกรณีที่ใบอนุญาตสูญหาย ถูกทำลาย

หรือชำรุดในสาระที่สำคัญให้ผู้ได้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหาย

ถูกทำลาย หรือชำรุดตามแบบที่กำหนดไว้ท้ายข้อบัญญัตินี้

การขอรับใบแทนใบอนุญาตและการออกใบแทนใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์

วิธีการและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑)

ในกรณีใบอนุญาตสูญหายให้ผู้ยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตนำสำเนาบันทึกการแจ้งความต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แห่งท้องที่ที่ใบอนุญาตสูญหายมาแสดงต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นประกอบด้วย

(๒)

ในกรณีใบอนุญาตถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระที่สำคัญ

ให้ผู้ยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตนำใบอนุญาตเดิมเท่าที่เหลืออยู่มาแสดงต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นประกอบด้วย

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามบทแห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข

พ.ศ. ๒๕๓๕ กฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ หรือข้อบัญญัตินี้

หรือเงื่อนไขที่ระบุไว้ในใบอนุญาตในเรื่องที่กำหนดไว้เกี่ยวกับการประกอบกิจการตามที่ได้รับใบอนุญาตตามข้อบัญญัตินี้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตได้ภายในเวลาที่เห็นสมควรแต่ต้องไม่เกินสิบห้าวัน

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตเมื่อปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาต

(๑)

ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตตั้งแต่สองครั้งขึ้นไปและมีเหตุที่จะต้องถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตอีก

(๒)

ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕

(๓)

ไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามบทแห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕

กฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ หรือข้อบัญญัตินี้ หรือเงื่อนไขที่ระบุไว้ในใบอนุญาตในเรื่องที่กำหนดไว้เกี่ยวกับการประกอบกิจการตามที่ได้รับใบอนุญาตตามข้อบัญญัตินี้และการไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องนั้นก่อให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพของประชาชนหรือมีผลกระทบต่อสภาวะความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับการดำรงชีพของประชาชน

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ คำสั่งพักใช้ใบอนุญาตและคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้ทำเป็นหนังสือแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตทราบ

ในกรณีที่ไม่พบผู้รับใบอนุญาตหรือผู้รับใบอนุญาตไม่ยอมรับคำสั่งดังกล่าวให้ส่งคำสั่งโดยทางไปรษณีย์ตอบรับหรือให้ปิดคำสั่งนั้นไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย

ภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของผู้รับใบอนุญาตและให้ถือว่าผู้รับใบอนุญาตนั้นได้รับทราบคำสั่งแล้วตั้งแต่เวลาที่คำสั่งไปถึง

หรือวันปิดคำสั่ง แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ผู้ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตจะขอรับใบอนุญาตสำหรับการประกอบกิจการที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตอีกไม่ได้จนกว่าจะพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบัญญัตินี้ต้องระวางโทษตามที่กำหนดไว้ในบทกำหนดโทษแห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข

พ.ศ. ๒๕๓๕

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลอ่างทองเป็นผู้รักษาการให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้และให้มีอำนาจออกระเบียบ

ประกาศ หรือคำสั่ง เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้

ประกาศ ณ วนั ที่ ๒๒ มีนาคม พ.ศ.

๒๕๖๐

อนุชา กาติ๊บ

นายกองค์การบริหารส่วนตำบลอ่างทอง

[เอกสารแนบท้าย]

๑. บัญชีอัตราค่าธรรมเนียมท้ายข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลอ่างทอง

เรื่อง กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ. ๒๕๖๐

๒. แบบคำขอรับใบอนุญาต

๓. แบบคำขอต่ออายุใบอนุญาต

๔. ใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปวันวิทย์/จัดทำ

๑ ตุลาคม

๒๕๖๑

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ ๒๑๐ ง/หน้า ๓๓/๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๑

32 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลอ่างทอง เรื่อง กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ. 2560 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_64f17fe761ebfa13

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com