法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ เรื่อง หลักเกณฑ์การขอรับและการตรวจสอบสิทธิในการได้รับเงินจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
20
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

ประกาศคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

เรื่อง

หลักเกณฑ์การขอรับและการตรวจสอบสิทธิในการได้รับเงินจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ[๑]

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงประกาศคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการว่าด้วยหลักเกณฑ์การขอรับและการตรวจสอบสิทธิในการได้รับเงินจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

เพื่อให้การปฏิบัติงานและการดำเนินงานด้านสมาชิกของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการมีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๖ (๑) และมาตรา ๖๗ วรรคหนึ่ง

แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙ และมาตรา ๖๗/๑

แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ. ศ. ๒๕๓๙

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ๕) พ. ศ.

๒๕๕๐ คณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการออกประกาศ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า

“ประกาศคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ เรื่อง

หลักเกณฑ์การขอรับและการตรวจสอบสิทธิในการได้รับเงินจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑

มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกประกาศคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

เรื่อง

หลักเกณฑ์การขอรับและการตรวจสอบสิทธิในการได้รับเงินจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

พ.ศ. ๒๕๕๓ ลงวันที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๓

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในประกาศนี้

“ระบบอิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า

ระบบสารสนเทศที่จัดให้มีขึ้นเพื่อการบันทึกข้อมูลสำหรับการขอรับเงินและการตรวจสอบสิทธิในการได้รับเงินจากกองทุนของสมาชิก

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ เมื่อสมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลง

ให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดแจ้งให้สมาชิกผู้นั้นหรือผู้มีสิทธิรับมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือผู้จัดการมรดกของสมาชิกผู้นั้นยื่นขอรับเงินจากกองทุนตามแบบที่เลขาธิการกำหนด

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ สมาชิกที่จะสิ้นสุดสมาชิกภาพอาจยื่นแบบขอรับเงินจากกองทุนและเอกสารหลักฐานประกอบการขอรับเงินจากกองทุนตามข้อ

๑๐ (๑)

ต่อส่วนราชการเจ้าสังกัดเป็นการล่วงหน้าเพื่อให้ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนแล้วส่งให้แก่กองทุนได้ไม่เกินเก้าสิบวันก่อนวันสิ้นสุดสมาชิกภาพ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ สมาชิกที่สิ้นสุดสมาชิกภาพอาจแจ้งความประสงค์ต่อกองทุนตามแบบที่เลขาธิการกำหนดหรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อเลือกใช้สิทธิอย่างหนึ่งอย่างใด

ดังต่อไปนี้

(๑) ขอรับเงินที่มีสิทธิได้รับทั้งจำนวน

(๒) ขอโอนเงินที่มีสิทธิได้รับไปยังกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือกองทุนอื่นที่มีวัตถุประสงค์เพื่อ

การออกจากงานหรือการชราภาพ

(๓) ขอฝากเงินที่มีสิทธิได้รับให้กองทุนบริหารต่อทั้งจำนวน

(๔)

ขอทยอยรับเงินที่มีสิทธิได้รับโดยให้กองทุนแบ่งจ่ายให้เป็นงวดตามที่กำหนด

(๕) ขอรับเงินที่มีสิทธิได้รับบางส่วน ส่วนที่เหลือขอทยอยรับโดยให้กองทุนแบ่งจ่ายให้เป็นงวดตามที่กำหนด

(๖) ขอรับเงินที่มีสิทธิได้รับบางส่วน

ส่วนที่เหลือขอฝากให้กองทุนบริหารต่อทั้งจำนวน

สมาชิกที่สิ้นสุดสมาชิกภาพซึ่งจะใช้สิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดตาม (๓) – (๖)

จะต้องมีเงินในบัญชีเงินรายบุคคลส่วนที่ขอฝากให้กองทุนบริหารต่อ หรือขอทยอยรับ ณ

วันที่ยื่นคำขอใช้สิทธิไม่ต่ำกว่าสามหมื่นห้าพันบาท

การขอทยอยรับเงินตาม (๔) หรือ (๕)

สมาชิกที่สิ้นสุดสมาชิกภาพต้องรับเงินเป็นรายงวดเท่า ๆ กัน

โดยอาจเลือกรับเงินเป็นรายเดือน รายสามเดือน รายหกเดือน หรือรายปีก็ได้

แต่ต้องมีจำนวนเงินที่ขอรับแต่ละงวดไม่ต่ำกว่าสามพันบาท

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้ผู้มีสิทธิรับเงินจัดทำแบบขอรับเงินจากกองทุนขึ้นเป็นสามชุด

เป็นต้นฉบับหนึ่งชุดและสำเนาอีกสองชุด

โดยให้ยื่นแบบดังกล่าวพร้อมกับเอกสารหลักฐานตามข้อ ๑๐ ต่อหัวหน้า

ส่วนราชการเจ้าสังกัด เพื่อให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดตรวจสอบ

ให้หัวหน้าส่วนราชการเจ้าสังกัดหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงลายมือชื่อรับรองการตรวจสอบสิทธิในการได้รับเงินจากกองทุน

แล้วจัดส่งต้นฉบับไปยังกองทุน สำหรับสำเนาแบบขอรับเงินจากกองทุน ให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดเก็บไว้เป็นหลักฐานหนึ่งชุดและให้ผู้ยื่นแบบขอรับเงินจากกองทุน

เก็บไว้เป็นหลักฐานอีกหนึ่งชุด

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การตรวจสอบสิทธิในการได้รับเงินจากกองทุนของผู้ยื่นคำขอรับเงินจากกองทุน

ให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(๑) ตรวจสอบว่าผู้นั้นมีสิทธิได้รับบำเหน็จหรือบำนาญหรือไม่

หรือเป็นการขอรับบำนาญในระหว่างการถูกสอบสวนความผิดทางวินัย

(๒) ตรวจสอบเอกสารหลักฐานประกอบการขอรับเงินจากกองทุน

โดยสำเนาเอกสารหลักฐานต่าง ๆ

จะต้องมีการรับรองสำเนาถูกต้องโดยส่วนราชการเจ้าสังกัด สมาชิก

ผู้มีสิทธิรับมรดกของสมาชิก หรือผู้จัดการมรดก แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดตรวจสอบเอกสารหลักฐานประกอบการขอรับเงินจากกองทุน

แบ่งออกเป็น ๒ กรณี ดังต่อไปนี้

(๑) กรณีสมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลงเนื่องจากออกจากราชการ

ให้ใช้เอกสารหลักฐานประกอบการขอรับเงิน ดังต่อไปนี้

(ก) แบบขอรับเงินจากกองทุนตามแบบที่เลขาธิการกำหนด

(กรณีสมาชิกเป็นผู้ขอรับเงิน)

(ข) สำเนาคำสั่งหรือประกาศออกจากราชการที่มีเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการเจ้าสังกัดรับรองสำเนาถูกต้อง

(ค) สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร

(กรณีเลือกวิธีโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร)

ที่สมาชิกหรือเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการเจ้าสังกัดรับรองสำเนาถูกต้อง

(ง) สำเนาใบแนบหนังสือสั่งจ่ายบำนาญ (กรณีเลือกรับบำนาญ)

ที่มีเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการเจ้าสังกัดรับรองสำเนาถูกต้อง

(จ)

สำเนาหนังสือที่แจ้งเรื่องราวหรือรับรองการสอบวินัยถึงที่สุดของส่วนราชการเจ้าสังกัด

หรือองค์กรกลางบริหารงานบุคคล พร้อมกับคำสั่งถึงที่สุดนั้น

(กรณีเลือกรับบำนาญและการสอบสวนความผิดทางวินัยถึงที่สุด)

ที่มีเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการเจ้าสังกัดรับรองสำเนาถูกต้อง

(๒) กรณีสมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลงเนื่องจากถึงแก่ความตาย

หรือกรณีสมาชิกซึ่งได้พ้นสมาชิกภาพไปแล้ว

แต่ถึงแก่ความตายไปเสียก่อนยื่นคำขอรับเงินจากกองทุน

หรือได้ถึงแก่ความตายไปเสียก่อนได้รับเงินจากกองทุน

ให้ผู้มีสิทธิรับมรดกของสมาชิกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือผู้จัดการมรดกเป็นผู้ยื่นคำขอรับเงินจากกองทุน

ในกรณีของผู้รับพินัยกรรม ให้มีการตั้งผู้จัดการมรดกด้วย การยื่นเรื่องขอรับเงินจากกองทุนให้ใช้เอกสารหลักฐานประกอบการขอรับเงิน

ดังต่อไปนี้

(ก) กรณีเป็นผู้จัดการมรดก ต้องยื่นหลักฐาน ดังต่อไปนี้

๑) แบบขอรับเงินจากกองทุนตามแบบที่เลขาธิการกำหนด

(กรณีสมาชิกถึงแก่ความตาย)

๒)

สำเนาคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกที่มีเจ้าพนักงานศาลรับรองสำเนาถูกต้อง

๓) สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร (กรณีเลือกวิธีโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร)

ที่ผู้จัดการมรดกหรือเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการเจ้าสังกัดรับรองสำเนาถูกต้อง

๔) หลักฐานเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)

(ข) กรณีที่ไม่มีการแต่งตั้งผู้จัดการมรดก ต้องยื่นหลักฐาน

ดังต่อไปนี้

๑) แบบขอรับเงินจากกองทุนตามแบบที่เลขาธิการกำหนด (กรณีสมาชิกถึงแก่ความตาย)

๒) สำเนาใบมรณบัตรที่มีทายาทโดยธรรมคนหนึ่งคนใดรับรองสำเนาถูกต้อง

๓) สำเนาใบทะเบียนสมรส (กรณีผู้ตายมีคู่สมรส)

ที่มีคู่สมรสรับรองสำเนาถูกต้อง

๔) แบบบันทึกการสอบปากคำ (ป.ค.๑๔)

ของกรมการปกครองที่ออกโดยอำเภอหรือสำนักงานเขตของกรุงเทพมหานคร

๕) สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร

(กรณีเลือกวิธีโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร)

ที่ผู้มีสิทธิรับมรดกที่เป็นเจ้าของบัญชีเงินฝากธนาคารหรือเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการเจ้าสังกัดรับรองสำเนาถูกต้อง

๖) หลักฐานเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)

ส่วนราชการเจ้าสังกัดจะต้องดำเนินการให้ผู้มีชื่อตามแบบ ป.ค. ๑๔

และเป็นผู้มีสิทธิรับมรดกของสมาชิกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ลงลายมือชื่อในแบบขอรับเงินจากกองทุนให้ถูกต้องครบถ้วนทุกราย

หากผู้มีสิทธิรับมรดกดังกล่าวลงลายมือชื่อไม่ครบทุกราย

กองทุนจะจ่ายเงินให้แก่ผู้จัดการมรดกของผู้ตายเท่านั้น

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เมื่อส่วนราชการเจ้าสังกัดดำเนินการตามข้อ

๘ ข้อ ๙ และข้อ ๑๐ แล้วเสร็จ

ให้จัดส่งแบบขอรับเงินจากกองทุนและเอกสารหลักฐานทั้งหมดให้กองทุนภายในสิบห้าวันทำการ

นับแต่วันที่ได้รับแบบขอรับเงิน พร้อมเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนแล้ว

เว้นแต่กรณีมีเหตุอันสมควร

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในกรณีที่กองทุนจัดให้มีการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการขอรับเงินจากกองทุน

เมื่อสมาชิกที่สิ้นสุดสมาชิกภาพยื่นแบบขอรับเงินจากกองทุนตามข้อ ๘

และเอกสารหลักฐานตามข้อ ๑๐ ต่อส่วนราชการเจ้าสังกัดแล้ว ให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของแบบขอรับเงินจากกองทุนและเอกสารหลักฐานดังกล่าว

หากปรากฏหลักฐานถูกต้องครบถ้วน

ให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดบันทึกข้อมูลของสมาชิกดังกล่าวในระบบอิเล็กทรอนิกส์และจัดเก็บแบบขอรับเงินจากกองทุน

รวมทั้งเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้เพื่อการตรวจสอบด้วย

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เมื่อส่วนราชการเจ้าสังกัดดำเนินการตามข้อ

๑๑ หรือข้อ ๑๒ แล้วเสร็จ

หากต่อมามีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลซึ่งจะมีผลกระทบต่อสิทธิในการรับเงินของสมาชิก

หรือผู้มีสิทธิรับเงิน

ให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดแจ้งให้กองทุนทราบและจัดส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้กองทุนโดยเร็ว

หรือบันทึกข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงในระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้กองทุนทราบและจัดเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้เพื่อการตรวจสอบ

แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เมื่อกองทุนได้รับแบบขอรับเงินจากกองทุนและเอกสารหลักฐานตามข้อ

๑๑

หรือได้รับข้อมูลการขอรับเงินจากกองทุนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์จากส่วนราชการเจ้าสังกัดตามข้อ

๑๒ แล้ว

ให้กองทุนตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของแบบขอรับเงินจากกองทุนและเอกสารหลักฐาน

หรือข้อมูลที่ได้รับผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ แล้วแต่กรณี

รวมทั้งตรวจสอบข้อมูลการนำส่งเงินเข้ากองทุน

ตลอดจนสอบทานข้อมูลเกี่ยวกับเงินประเดิม (ถ้ามี) ด้วย

เมื่อกองทุนได้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว

ให้กองทุนจ่ายเงินจากกองทุนให้แก่ผู้มีสิทธิรับเงิน

หรือโอนเงินไปยังกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือกองทุนอื่นที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นหลักประกันในกรณีการออกจากงานหรือการชราภาพ

หรือตามความต้องการของผู้แจ้งความประสงค์ตามข้อ ๗ ภายในเจ็ดวันทำการ

นับแต่วันที่สมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลงและปรากฏหลักฐานถูกต้องครบถ้วนแล้ว

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ เมื่อกองทุนได้รับแบบขอรับเงินจากกองทุนและเอกสารหลักฐาน

หรือได้รับข้อมูลการขอรับเงินจากกองทุนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์จากส่วนราชการเจ้าสังกัดโดยถูกต้องครบถ้วนแล้ว

การขอยกเลิกการขอรับเงินจากกองทุนจะกระทำได้เมื่อผู้มีสิทธิรับเงินได้ยื่นคำขอต่อส่วนราชการเจ้าสังกัด

และส่วนราชการเจ้าสังกัดพิจารณาแล้วเห็นควรให้ยกเลิกการขอรับเงินจากกองทุนได้โดยส่วนราชการ

เจ้าสังกัดจะต้องจัดส่งหนังสือแจ้งยกเลิกแบบขอรับเงินจากกองทุนหรือแจ้งข้อมูลการขอยกเลิกการขอรับเงินจากกองทุนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้กองทุนทราบก่อนวันที่กองทุนจัดส่งข้อมูลรายการจ่ายเงินของ

ผู้มีสิทธิรับเงินไปยังธนาคารที่ได้รับมอบหมายจากกองทุนให้เป็นผู้จ่ายเงินให้แก่ผู้มีสิทธิรับเงิน

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ กองทุนจะบริหารเงินของสมาชิกที่สิ้นสุดสมาชิกภาพและแจ้งความประสงค์ต่อกองทุนตามข้อ

ภายใต้หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในประกาศคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการจัดให้มีแผนการลงทุน

การเลือกแผนการลงทุน การให้ข้อมูลประกอบการพิจารณาเลือกแผนการลงทุน

และการเปลี่ยนแปลงแผนการลงทุน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ สมาชิกที่สิ้นสุดสมาชิกภาพและแจ้งความประสงค์ต่อกองทุนตามข้อ

๗ ผู้ใดมีความประสงค์จะเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขในการให้กองทุนบริหารเงินต่อ

ให้แจ้งเปลี่ยนแปลงได้ปีละหนึ่งครั้งตามปีปฏิทินตามแบบที่เลขาธิการกำหนด

เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขในการให้กองทุนบริหารเงินต่อนอกเหนือจากที่กำหนด

ให้เลขาธิการพิจารณาเป็นรายกรณี

การเปลี่ยนแปลงตามวรรคหนึ่งจะมีผลเมื่อกองทุนได้แจ้งยืนยันการเปลี่ยนแปลงให้สมาชิกที่สิ้นสุดสมาชิกภาพและแจ้งความประสงค์ต่อกองทุนตามข้อ

๗ ทราบแล้ว

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ กรณีที่สมาชิกที่สิ้นสุดสมาชิกภาพและแจ้งความประสงค์ต่อกองทุนตามข้อ

๗ เสียชีวิต

กองทุนจะจ่ายเงินที่คงเหลือตามบัญชีเงินรายบุคคลให้แก่ผู้จัดการมรดกของสมาชิกที่สิ้นสุดสมาชิกภาพและแจ้งความประสงค์ต่อกองทุนตามข้อ

๗ เท่านั้น ทั้งนี้

ภายในเจ็ดวันทำการ นับแต่วันที่กองทุนได้รับสำเนาคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกที่มีเจ้าพนักงานศาลรับรองสำเนาถูกต้องและสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้จัดการมรดกที่ผู้จัดการมรดกรับรองสำเนาถูกต้อง

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้กองทุนเรียกเก็บค่าธรรมเนียมธนาคารในการดำเนินการจากสมาชิกที่สิ้นสุดสมาชิกภาพและแจ้งความประสงค์ต่อกองทุนตามข้อ

๗ ตามที่เกิดขึ้นจริง

และอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมอื่นได้ตามที่เลขาธิการประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ บรรดาประกาศและแบบเอกสารที่เลขาธิการออกตามประกาศคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

เรื่อง

หลักเกณฑ์การขอรับและการตรวจสอบสิทธิในการได้รับเงินจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

พ.ศ. ๒๕๕๓ ลงวันที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งยกเลิกโดยประกาศฉบับนี้

ให้มีผลใช้บังคับได้ต่อไปจนกว่าจะมีการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลง

ประกาศ

ณ วันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕

อารีพงศ์

ภู่ชอุ่ม

ปลัดกระทรวงการคลัง

ประธานกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๑๖ ธันวาคม

๒๕๕๗

ปริญสินีย์/ผู้ตรวจ

๑๖ ธันวาคม

๒๕๕๗

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๑/ตอนที่ ๑๓๓ ง/หน้า ๒๔๑/๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๗

20 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ เรื่อง หลักเกณฑ์การขอรับและการตรวจสอบสิทธิในการได้รับเงินจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_6590026f46575e45

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com