ตราครุฑ
ตราครุฑ
กฎกระทรวง
(พ.ศ.
2522)
ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช
2477
ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก
ฉบับที่
52
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช
2477 ซึ่งแก้
ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร (ฉบับที่ 4)
พ.ศ. 2514 และมาตรา 7 แห่งพระราช
บัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช 2477
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อ
ไปนี้
ข้อ 1 ให้ยกเลิกความใน (2)
ของข้อ 11 แห่งกฎกระทรวง (พ.ศ.
2504) ออกตามความ
ในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช 2477 ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ 39
ซึ่งแก้ไข
เพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. 2520)
ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช
2477 ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่
50และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
`(2)
เสื้อคอเปิดสีกากีแกมเขียวมี 2 ชนิด คือ
(ก) เสื้อคอเปิดสีกากีแกมเขียวชนิด 4 กระเป๋า ตัวเสื้อปล่อยยาวถึงตะโพก
ปกเสื้อแบะ
มุมปกแหลม
ตัวเสื้อด้านหน้าผ่าตลอดไม่มีสาบ มีดุม 5 ดุม
แขนเสื้อยาวรูปทรงกระบอกที่ปลายแขนเสื้อทั้ง
สองตรงด้านในชิดลำตัวติดแผ่นรัดข้อมือขนาดกว้าง 4 ซม. ยาว 10 ซม. ห่างจากปลายแขนเสื้อพองาม
ชายเป็นรูปเหลี่ยมชี้ไปทางด้านหลัง ขัดดุม 1 ดุม ติดกับแขนเสื้อในแนวเดียวกันมีดุมอีก 1
ดุม สำหรับ
รัดปลายแขนเสื้อ ตัวเสื้อด้านหน้ามีกระเป๋าบนและล่างข้างละ
2 กระเป๋า กระเป๋าบนเป็นกระเป๋าปะไม่
มีแถบ
มีปกรูปสี่เหลี่ยมมุมปกเสมอกันขัดดุมตรงกลางปก 1 ดุม
มุมกระเป๋าตัดมนพองาม
กระเป๋าล่างเป็น
กระเป๋าย่ามยืดชายตัวกระเป๋าพับจีบตรงกลาง
มุมกระเป๋าตัดมนพองามมีปกรูปสี่เหลี่ยมมุมปกเยื้องเฉียง
ต่ำไปทางข้างตัวเล็กน้อยพองาม ขัดดุม 2 ดุม ตรงมุมปกด้านล่าง
ตัวเสื้อด้านหลังในแนวเอวติดแผ่นรัด
เอวขนาดกว้าง 4 ซม. ยาว 10 ซม. 2 แผ่น ชายเป็นรูปเหลี่ยมชี้ไปทางด้านหน้า ขัดดุม
1 ดุม ติดกับ
ตัวเสื้อในแนวเดียวกันมีดุมที่ตะเข็บข้างอีกข้างละ 1
ดุม สำหรับรัดเอว ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมกลมแบบขนาดเส้น
ผ่าศูนย์กลาง 2 ซม.
ทำด้วยวัตถุสีกากีแกมเขียว
เมื่อสวมเสื้อนี้ให้ปล่อยชายเสื้อไว้นอกกางเกง แต่ใน
บางโอกาสจะสวมโดยสอดชายเสื้อไว้ในกางเกงหรือจะสวมโดยพับแขนเสื้อทั้งสองขึ้นไว้เหนือข้อศอกก็ได้
(ข)
เสื้อคอเปิดสีกากีแกมเขียวชนิด 2 กระเป๋า ปกเสื้อแบะ มุมปกแหลม ตัวเสื้อด้าน
หน้าฝ่าตลอด
ไม่มีสาบ ที่คอและแนวอกมีดุม
6 ดุม แขนยาวรูปทรงกระบอก ที่อกมีกระเป๋าข้างละ 1
กระเป๋า
เป็นกระเป๋าปะไม่มีแถบ
มีปกขัดดุมข้างละ 1 ดุม
มุมกระเป๋าและมุมปกกระเป๋าเป็นรูปตัดพอ
งาม
ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมกลมแบบขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 ซม. ทำด้วยวัตถุสีกากีแกมเขียว ชายไม่มีเว้า
เมื่อสวมเสื้อนี้ให้สอดชายเสื้อไว้ภายในกางเกง
ในบางโอกาสที่ไม่เป็นพิธีการจะสวมโดยพับแขนเสื้อทั้ง
สองขึ้นไว้เหนือข้อศอกก็ได้'
ข้อ 2 ให้ยกเลิกความใน (2) ของข้อ 12 แห่งกระทรวง (พ.ศ. 2504) ออกตามความในพระ
ราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช 2477 ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ 39 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม
โดยกฎกระทรวง
(พ.ศ. 2520)
ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช 2477
ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ 50
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
`(2) กางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบฝึกมี 2 ชนิด
(ก) กางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบฝึกชนิด ก.
ลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงขายาวสี
กากีแกมเขียวแบบปกติ
เว้นแต่กระเป๋าที่แนวตะเข็บกางเกงด้านข้างเป็นกระเป๋าเจาะ ปากกระเป๋า
เฉียงไม่มีปก
ในแนวตะเข็บกางเกงทั้งสองมีกระเป๋าปะยืดชาย ชายล่างของกระเป๋าอยู่เหนือแนวเข่า
ตัวกระเป๋าเป็นรูปสี่เหลี่ยม ตรงกลางพับจีบ 2 จีบ ชายหน้าและชายล่างเย็บติดกับขากางเกง
ชายหลัง
จับพับเพื่อให้ขยายได้ มีปกรูปสี่เหลี่ยม
ชายปกด้านบกและด้านหน้าเย็บติดกับขากางเกง ขัดดุมที่กึ่งกลาง
ปกและมุมปกที่เปิดแห่งละ 1 ดุม ด้านหลังมีกระเป๋าหลัง 2 กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะมีปกรูปสี่เหลี่ยม
ขัดดุม 2 ดุม ตรงมุมปกด้านล่าง
กางเกงชนิดนี้ต้องสวมประกอบกับรองเท้าสูงครึ่งน่องหรือรองเท้าเดิน
ป่า
ปลายกางเกงให้สอดไว้ภายในรองเท้า
และใช้ประกอบกับเสื้อคอเปิดสีกากีแกมเขียวชนิด 4
กระเป๋า
(ข) กางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบฝึกหัด ข.
ลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงขายาวสีกากี
แกมเขียวแบบปกติ
เว้นแต่กระเป๋าที่แนวตะเข็บกางเกงด้านข้างเป็นกระเป๋าปะ ปากกระเป๋าเฉียงไม่มีปก
ด้านหลังมีกระเป๋าหลัง 2 กระเป๋า เป็นกระเป๋าปะ
ชายล่างของกระเป๋าเป็นรูปเหลี่ยมชี้ไปทางปลาย
ขากางเกง
มีปกรูปสี่เหลี่ยมขัดดุม 1 ดุม
กางเกงชนิดนี้ต้องสวมประกอบกับรองเท้าสูงครึ่งน่องหรือรอง
เท้าเดินป่า
ปลายขากางเกงให้สอดไว้ภายในรองเท้า
และใช้ประกอบกับเสื้อคอเปิดสีกากีแกมเขียว
ชนิด 2 กระเป๋า'
ข้อ 3 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ 35 ตรี แห่งกฎกระทรวง (พ.ศ. 2504) ออกตามความ
ในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช 2477
ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ 39
`ข้อ 35 ตรี
ทหารซึ่งเป็นนักทำลายวัตถุระเบิด
ใช้เครื่องหมายนักทำลายวัตถุระเบิดติดที่อก
เสื้อด้านซ้ายเหนือแนวเครื่องราชอิสริยาภรณ์
เครื่องหมายนักทำลายวัตถุระเบิด
มีลักษณะเป็นรูปประกอบด้วยกงจักร
สายฟ้า และลูกระเบิด
ทำด้วยโลหะสีเงินทำให้เป็นมัน
มีรูปเปลวระเบิดทำด้วยโลหะสีทองอยู่ตรงกลาง โอบล้อมจากเบื้องล่าง
ขึ้นบนด้วยช่อชัยพฤกษ์สีเงินทำให้เป็นมัน ขนาดสูง 2.5 ซม. กว้าง 5.6 ซม.
เครื่องหมายนักทำลายวัตถุระเบิดกิตติมศักดิ์
มีลักษณะเช่นเดียวกับเครื่องหมายนักทำลายวัตถุระเบิด
เว้นแต่มีดาวทำด้วยโลหะสีทองประดับอยู่เหนือเปลวระเบิด
เครื่องหมายตามข้อนี้ใช้ประกอบกับเครื่องแบบได้ทุกชนิด'
ข้อ 4 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ 36 ทวิ แห่งกฎกระทรวง (พ.ศ. 2504) ออกตามความ
ในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช 2477
ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ 39
`ข้อ 36 ทวิ ทหารซึ่งสำเร็จการศึกษาหลักสูตรพับร่ม ซ่อมบำรุงและส่งกำลังทางอากาศ ใช้
เครื่องหมายแสดงความสามารถในการพับร่มซ่อมบำรุงและส่งกำลังทางอากาศ ติดที่อกเสื้อด้านขวาเหนือ
ป้ายชื่อ
เครื่องหมายแสดงความสามารถในการพับร่ม ซ่อมบำรุงและส่งกำลังทางอากาศ
มีลักษณะเป็นรูป
ร่มชูชีพอยู่เหนือกงจักร ประกอบกับปีกนก 2 ปีก เครื่องหมายนี้ทำด้วยโลหะสีเงิน ขนาดสูง 2.5 ซม.
กว้าง 5
ซม.
เครื่องหมายตามข้อนี้ใช้ประกอบกับเครื่องแบบได้ทุกชนิด'
ข้อ 5 ให้ยกเลิกความใน 64 แห่งกฎกระทรวง (พ.ศ. 2504) ออกตามความในพระราชบัญญัติ
เครื่องแบบทหาร พุทธศักราช 2477 ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ 39 และให้ใช้ความต่อไปนี้
แทน
`ข้อ 64
เสื้อกันฝนสีกากีแกมเขียว
เป็นเสื้อคอเชิ้ต
ที่แนวอกมีดุม 5 ดุม มีถุงคลุมศีรษะสีเดียว
กับเสื้อ
ปลายแขนเสื้อมีดุม 1 ดุม สำหรับรัดข้อมือ ใช้สวมคลุมเครื่องแบบได้ทุกชนิด
เสื้อนี้ไม่ใช้
อินทรธนู และเครื่องหมายใด ๆ
ใช้ได้ทั้งทหารชายและทหารหญิง
แต่ห้ามใช้ขณะประจำแถวทหาร
ถ้าใช้หมวกทรงหม้อตาล
จะใช้พลาสติกสีขาวชนิดใสหุ้มหมวกก็ได้'
ข้อ 6 ให้ยกเลิกความในข้อ
65 แห่งกระทรวง (พ.ศ. 2504) ออกตามความในพระราช
บัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช 2477 ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ 39 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม
โดยกฎกระทรวง
(พ.ศ. 2520) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช 2477
ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ 50
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
`ข้อ 65 เสื้อกันหนาวมี 2 แบบ คือ
(1) เสื้อคลุมกันหนาวสีม่วงแกมเทา
ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จคอปกและแบะได้ตัวยาวครึ่งน่อง
มีตะเข็บหลัง 3 ตะเข็บ ตะเข็บกลางจีบและเปิดชายเสื้อไว้ถึงแนวตะโพก ที่แนวเอวด้านหลังมีแถบทำ
ด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีเดียวกับเสื้อ กว้าง 6 ซม. 2 แถบพาดทับกัน ติดดุม 3
ดุม ระยะห่างเท่ากัน
ตามยาวของแถบ
ที่แนวอกมีดุม 2 แถว แถวละ 4 ดุม
เป็นแนวเฉียงตอนล่างเข้าหากัน ด้านข้างมี
กระเป๋าข้างละ 1 กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะเฉียงมีปก มุมปกด้านในมน มุมปกด้านนอกแหลม แขนยาว
ปลายแขนพับ 15
ซม.
มีอินทรธนูอ่อนขัดดุมข้างละ 1 ดุม
ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่
เสื้อแบบนี้ให้ติดเครื่องหมายยศ เครื่องหมายเหล่า
และเครื่องหมายสังกัดด้วยใช้สวมคลุมเครื่องแบบ
ที่ใช้เสื้อชั้นนอกทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำหรือสีกากีแกมเขียว
(2) เสื้อกันหนาวคอแบะสีกากีแกมเขียว
แขนยาวรัดข้อมือตัวเสื้อยาวปล่อยชายเสื้อถึงตะโพกพอ
งาม
ที่ปลายแขนมีสาบกว้าง 7
ซม.
ปลายสายมีรังดุม 1 รัง
และมีดุมที่ปลายแขนเสื้อข้างละ 1 ดุม
เสื้อแบบนี้มีสาบอกเสื้ออยู่ด้านใน
ที่อกเสื้อใช้ซิปรูดตลอดตามยาวของเสื้อ ด้านหน้ามีกระเป๋าบนและล่าง
ข้างละ 2 กระเป๋า
กระเป๋าบนเป็นกระเป๋าย่ามยืดชาย มีปกรูปตัดพองาม กระเป๋าล่างเป็นกระเป๋า
เจาะ มีปกรูปตัดพองาม
มีอินทรธนูอ่อนขัดดุมข้างละ 1 ดุม
ที่เอวและชายเสื้อมีเชือกรัดและมีถุงคลุม
ศีรษะซ่อนไว้ในปกคอเสื้อด้านหลัง
เสื้อแบบนี้ใช้สวมทับเครื่องแบบปกติกากีแกมเขียวคอพับ เครื่องแบบฝึก และเครื่องแบบสนามใน
ขณะที่มีอากาศหนาว'
ข้อ 7 ให้ยกเลิกความในข้อ
69 แห่งกระทรวง (พ.ศ. 2504) ออกตามความในพระราช
บัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช 2477 ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ 39 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม
โดยกฎกระทรวง
(พ.ศ. 2511)
ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช 2477
ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ 44
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
`ข้อ 69 เครื่องหมายยศ
เครื่องหมายเหล่า
เครื่องหมายสังกัด และเครื่องหมายพิเศษที่กำหนด
ให้ทำด้วยโลหะ
เมื่อประดับหรือติดที่ปกคอหรืออกของเสื้อคอเปิด จะปัดด้วยไหม หรือด้ายสีน้ำเงินดำ
แทนโลหะที่กำหนดนั้นก็ได้'
ให้ไว้ ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2522
พลเอก เปรม ติณสูลานนท์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
เนื่องจากกองทัพบกเห็นสมควรที่จะปรับปรุงเครื่องหมายทหารบก ในส่วนที่เกี่ยวกับเครื่องแบบฝึกเครื่องหมายพิเศษ เสื้อกันฝน เสื้อคลุมกันหนาว และการใช้สีไหมหรือด้ายปัก เครื่องหมายแทนโลหะ
เพื่อให้การแต่งเครื่องแบบเป็นไปในรูปแบบเดียวกัน และเพื่อเป็นการประหยัด
กับทั้งได้กำหนดให้มีเครื่องหมายแสดงความสามารถ สำหรับนักทำลายวัตถุระเบิดและนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตรพับร่ม ซ่อมบำรุงและส่งกำลังทางอากาศ
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).