ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลลือ
ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลลือ
เรื่อง การบริหารกิจการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า
พ.ศ. ๒๕๕๙[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗๑ แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๖ องค์การบริหารส่วนตำบลลือโดยความเห็นชอบของสภาองค์การบริหารส่วนตำบลลือ และนายอำเภอปทุมราชวงศา จึงตราข้อบัญญัติไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบัญญัตินี้เรียกว่า ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลลือ เรื่อง การบริหารกิจการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า พ.ศ. ๒๕๕๙
ข้อ ๒ ข้อบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลลือตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศไว้โดยเปิดเผย ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลลือ
ข้อ ๓ ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลลือเป็นผู้รักษาการตามข้อบัญญัตินี้และให้มีอำนาจออกระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่ง เพื่อให้ปฏิบัติการเป็นไปตามข้อบัญญัตินี้
บททั่วไป
ข้อ ๔ ในข้อบัญญัตินี้
องค์การบริหารส่วนตำบล หมายถึง องค์การบริหารส่วนตำบลลือ
เจ้าพนักงานท้องถิ่น หมายถึง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลลือ
สถานีสูบน้ำ หมายความว่า สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลได้รับการถ่ายโอนจากส่วนราชการ และรวมถึงสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลได้ก่อสร้างขึ้นเองด้วย
เกษตรกรรม หมายความว่า การทำนา ทำไร่ ทำสวน ประมง เลี้ยงสัตว์ หรือเกษตรกรรมประเภทอื่น
กลุ่มผู้ใช้น้ำ หมายความว่า กลุ่มบุคคลที่ได้มารวมตัวจัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินงานเกี่ยวกับการจัดการน้ำและใช้น้ำจากสถานีสูบน้ำเพื่อการเกษตรกรรม ทั้งที่ได้จดทะเบียนตามกฎหมายหรือโดยการรับรองจากองค์การบริหารส่วนตำบล
สมาชิกผู้ใช้น้ำ หมายความว่า ผู้ที่ประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรมที่มีพื้นที่ทำการเกษตรอยู่ในเขตบริการของสถานีสูบน้ำขององค์การบริหารส่วนตำบลลือ และได้สมัครเป็นสมาชิกของกลุ่มผู้ใช้น้ำ โดยผู้นั้นจะมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินสำหรับทำเกษตรกรรมหรือในฐานะผู้เช่าก็ได้
คณะกรรมการ หมายความว่า คณะกรรมการบริหารกิจการสถานีสูบน้ำที่อยู่ในเขตขององค์การบริหารส่วนตำบล
ประธานกรรมการ หมายความว่า ประธานคณะกรรมการบริหารกิจการสถานีสูบน้ำที่อยู่ในเขตขององค์การบริหารส่วนตำบล
กรรมการ หมายความว่า กรรมการบริหารกิจการสถานีสูบน้ำที่อยู่ในเขตขององค์การบริหารส่วนตำบล
ข้อบังคับ หมายความว่า ข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารกิจการสถานีสูบน้ำซึ่งออกโดยองค์การบริหารส่วนตำบล
ข้อ ๕ สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเป็นทรัพย์สินขององค์การบริหารส่วนตำบลและมอบหมายให้คณะกรรมการดำเนินการบริหารในเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ
คณะกรรมการบริหารกิจการสถานีสูบน้ำ
ข้อ ๖ ให้มีคณะกรรมการบริหารสถานีสูบน้ำของสถานีสูบน้ำแต่ละแห่ง มีจำนวนไม่น้อยกว่า ๗ คน แต่ไม่เกิน ๑๕ คน ประกอบด้วยผู้แทนองค์การบริหารส่วนตำบลไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งและผู้แทนกลุ่มผู้ใช้น้ำที่ได้รับเลือกตั้งจากสมาชิกผู้ใช้น้ำในพื้นที่บริการของสถานีสูบน้ำนั้น
ให้องค์การบริหารส่วนตำบลเป็นผู้จัดให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการในสัดส่วนของผู้แทนกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำตามวรรคหนึ่งให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวัน นับแต่ข้อบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ
ให้กรรมการคัดเลือกกันเองให้มีประธานกรรมการหนึ่งคน รองประธานกรรมการหนึ่งคน เหรัญญิกหนึ่งคน และเลขานุการหนึ่งคน
ให้ประธานกรรมการเป็นผู้แทนของคณะกรรมการ
ข้อ ๗ คณะกรรมการบริหารสถานีสูบน้ำมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินการกิจการสถานีสูบน้ำตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ
ข้อ ๘ บุคคลที่จะได้รับการเลือกตั้งจากสมาชิกผู้ใช้น้ำให้เป็นกรรมการต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) เป็นสมาชิกของกลุ่มผู้ใช้น้ำ
(๒) มีสัญชาติไทยและมีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์
(๓) มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เป็นประจำ และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในหมู่บ้านหรือชุมชนนั้น ๆ ติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน และเป็นสมาชิกผู้ใช้น้ำของกิจการสถานีสูบน้ำที่ตนจะดำรงตำแหน่งกรรมการ
(๔) เป็นบุคคลที่ประกอบอาชีพสุจริตไม่ประพฤติตนเป็นภัยต่อสังคม
ข้อ ๙ บุคคลที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้มีสิทธิได้รับการเลือกตั้งจากสมาชิกผู้ใช้น้ำให้เป็นกรรมการ คือ
(๑) เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
(๒) หูหนวกและเป็นใบ้ซึ่งไม่สามารถอ่านและเขียนหนังสือได้
(๓) ติดยาเสพติดให้โทษ
(๔) เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือถือว่ากระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ
ข้อ ๑๐ กรรมการมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปีนับแต่วันเลือกตั้ง แต่อาจดำรงตำแหน่งติดต่อกันได้ เมื่อได้รับการเลือกตั้งอีก
ข้อ ๑๑ กรรมการที่ได้รับเลือกตั้งจากสมาชิกผู้ใช้น้ำพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ถึงคราวออกตามวาระ
(๒) ตาย
(๓) ลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกต่อประธานกรรมการ กรณีที่ยังไม่มีประธานกรรมการหรือประธานกรรมการขอลาออกให้ยื่นหนังสือลาออกต่อผู้บริหารท้องถิ่น
(๔) ไปเสียจากหมู่บ้านหรือชุมชนนั้น
(๕) ปรากฏภายหลังว่าขาดคุณสมบัติตามข้อ ๘ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๙
(๖) ต้องโทษจำคุกฐานกระทำความผิดในคดีอาญา ยกเว้นการกระทำผิดในคดีลหุโทษ หรือกระทำความผิดโดยประมาท
ข้อ ๑๒ กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนองค์การบริหารส่วนตำบลตามข้อ ๖ นอกจากจะพ้นตำแหน่งตามข้อ ๑๑ แล้วอาจจะพ้นจากตำแหน่งตามที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลลือมีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง
ข้อ ๑๓ กรณีกรรมการที่เป็นผู้แทนกลุ่มผู้ใช้น้ำว่างลงเพราะเหตุอื่นใดนอกจากครบวาระ ให้องค์การบริหารส่วนตำบล จัดให้มีการเลือกตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ตำแหน่งว่างลง และให้ผู้ซึ่งได้รับเลือกแทนนั้นอยู่ในตำแหน่งได้เพียงวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน เว้นแต่กรณีตำแหน่งที่ว่างลงที่วาระที่เหลือไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน องค์การบริหารส่วนตำบลจะไม่จัดให้มีการเลือกตั้งแทนตำแหน่งกรรมการที่ว่างก็ได้
ข้อ ๑๔ ในการประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการเข้าประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งจึงจะเป็นองค์ประชุม
ข้อ ๑๕ มติที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก หากคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานเป็นผู้ชี้ขาด และให้ถือว่าเป็นที่สุด
ข้อ ๑๖ ในกรณีที่มีการแต่งตั้งที่ปรึกษาคณะกรรมการ ที่ปรึกษามีสิทธิเข้าร่วมประชุม และมีสิทธิแสดงความคิดเห็นใด ๆ ก็ได้ แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงมติ
การบริหารกิจการสถานีสูบน้ำ
ข้อ ๑๗ การบริหารกิจการสถานีสูบน้ำให้เป็นไปตามข้อบังคับที่องค์การบริหารส่วนตำบลกำหนดและอาจมอบหมายให้คณะกรรมการดำเนินการดังนี้
(๑) เงื่อนไขการรับสมัครสมาชิก
(๒) สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
(๓) กำหนดเวลาการสูบน้ำและพื้นที่ที่จะได้รับน้ำ
(๔) อัตราค่าน้ำ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมที่จะเรียกเก็บจากสมาชิก
(๕) เงื่อนไขเกี่ยวกับการขอใช้น้ำ การยกเลิกการใช้น้ำ
(๖) หน้าที่ของคณะกรรมการผู้บริหารกิจการสถานีสูบน้ำ
(๗) หน้าที่อื่น ๆ
ข้อ ๑๘ การประชุมสมาชิกผู้ใช้น้ำต้องมีสมาชิกเข้าประชุมเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกผู้ใช้น้ำทั้งหมดจึงจะถือเป็นองค์ประชุม และให้ประธานกรรมการบริหารกิจการสถานีสูบน้ำ เป็นประธานในที่ประชุม
ข้อ ๑๙ ผู้ที่ประสงค์จะใช้น้ำจากสถานีสูบน้ำจะต้องยื่นความประสงค์ขอใช้น้ำเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ
ข้อ ๒๐ ค่าธรรมเนียมการขอใช้น้ำ ค่าปรับ ค่าเชื่อมต่อการใช้น้ำ ให้เป็นไปตามข้อบังคับ
ข้อ ๒๑ ผู้ใดที่ทำให้ทรัพย์สินของสถานีสูบน้ำเสียหาย ผู้นั้นต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบล
ข้อ ๒๒ ผู้ใดโดยทุจริตเอาน้ำจากสถานีสูบน้ำไปใช้ หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขในตัวเลขในมาตรวัดน้ำ หรือกระทำการใด ๆ ก็ตามเพื่อเอาน้ำจากสถานีสูบน้ำไปใช้ให้งดจ่ายน้ำทันที และจะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบล
ข้อ ๒๓ กรณีที่มีการยกเลิกการใช้น้ำ หรือโอนให้ผู้อื่นต้องแจ้งให้คณะกรรมการทราบเป็นลายลักษณ์อักษรและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการเสียก่อนจึงสิ้นสุดการเป็นผู้ใช้น้ำ มิฉะนั้น จะถือว่ายังเป็นผู้ใช้น้ำอยู่ และจะต้องรับผิดชอบจ่ายค่าน้ำตามที่คณะกรรมการหรือผู้ได้รับมอบหมายเรียกเก็บ
การรับเงิน การเก็บรักษาเงิน และการจ่ายเงิน
ข้อ ๒๔ ระยะเวลาในการเก็บค่าน้ำและระยะเวลาในการค้างชำระค่าน้ำให้เป็นไปตามข้อบังคับ
ข้อ ๒๕ สถานีสูบน้ำอาจมีรายได้ดังนี้
(๑) เงินค่าน้ำ
(๒) เงินค่าธรรมเนียม เงินค่าปรับ
(๓) เงินบริจาค
(๔) เงินอุดหนุนจากองค์การบริหารส่วนตำบล
ข้อ ๒๖ สถานีสูบน้ำอาจมีรายจ่ายดังนี้
(๑) รายจ่ายค่ากระแสไฟฟ้า
(๒) รายจ่ายในการดำเนินการเกี่ยวกับระบบการจ่ายน้ำ การบำรุงรักษาซ่อมแซม และการขยายกิจการสถานีสูบน้ำ
(๓) รายจ่ายในการบริหารกิจการสถานีสูบน้ำ เช่น ค่าจ้างเจ้าหน้าที่ ค่าวัสดุ อุปกรณ์
(๔) ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามที่องค์การบริหารส่วนตำบลกำหนด เช่น ค่าเบี้ยประชุม หรือค่าตอบแทนคณะกรรมการบริหารกิจการสถานีสูบน้ำ
ข้อ ๒๗ ให้คณะกรรมการหรือผู้ที่คณะกรรมการมอบหมายเป็นผู้เก็บรักษาเงินของกิจการสถานีสูบน้ำและนำรายได้ของกิจการสถานีสูบน้ำฝากทั้งจำนวนภายในวันที่มีรายได้ ถ้าฝากในวันที่มีรายได้ไม่ทันให้ฝากในวันทำการถัดไป และให้คณะกรรมการมอบหมายกรรมการอย่างน้อย ๒ คน เป็นผู้มีอำนาจเบิกจ่ายเงินของกิจการสถานีสูบน้ำ
ข้อ ๒๘ กรณีที่มีเหตุความจำเป็นที่คณะกรรมการต้องดำเนินการใด ๆ เพื่อแก้ปัญหาการบริหารงานหรือเพื่อประโยชน์ในการบริการแก่ประชาชน และกรณีนั้นมีได้กำหนดไว้ในข้อบัญญัติ หรือข้อบังคับนี้ ให้คณะกรรมการแจ้งขอความเห็นชอบจากนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ก่อนที่จะดำเนินการ
ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๙
วิทยา ชาลีโสม
ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล ปฏิบัติหน้าที่
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลลือ
ปุณิกา/อัญชลี/จัดทำ
๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๐
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ ๒๖๓ ง/หน้า ๗๔/๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๐
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).