กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๔๐๑ (พ.ศ. ๒๕๔๒)
ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง
พ.ศ. ๒๕๑๘[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕
แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ และมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง
(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑[๒]
กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับได้มีกำหนดห้าปี
ข้อ ๒
ให้ใช้บังคับผังเมืองรวม ในท้องที่ตำบลนาตาล่วง ตำบลบ้านโพธิ์ตำบลทับเที่ยง
ตำบลบางรัก ตำบลโคกหล่อ ตำบลบ้านควน และตำบลควนปริง อำเภอเมืองตรังจังหวัดตรัง
ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๓
การวางและจัดทำผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา
และการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน
การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ และสภาพแวดล้อมในบริเวณแนวเขตตามข้อ
๒ ให้สอดคล้องกับการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ข้อ ๔
ผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้ มีนโยบายและมาตรการเพื่อจัดระบบการใช้ประโยชน์ที่ดินให้มีประสิทธิภาพ
สามารถรองรับและสอดตล้องกับการขยายตัวของชุมชนในอนาคต
ส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจและโครงข่ายบริการสาธารณะ โดยมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้
(๑) ส่งเสริมชุมชนเมืองให้เป็นศูนย์กลางการค้า
การบริการ และอุตสาหกรรมการผลิต
(๒) ส่งเสริมการพัฒนาด้านที่อยู่อาศัยในชุมชน
ให้สอดคล้องกับนโยบายการชะลอความเจริญเติบโตของกรุงเทพมหานคร
(๓) ส่งเสริมและพัฒนาการบริการทางสังคม
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการให้เพียงพอและได้มาตรฐาน
(๔) ส่งเสริมการพัฒนาการท่องเที่ยว
และพัฒนากิจกรรมบริการให้เพียงพอและได้มาตรฐานะ
(๕) อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ข้อ ๕
การใช้ประโยชน์ที่ดินภายในเขตผังเมืองรวม ให้เป็นไปตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทและแสดงโครงการคมนาคมและขนส่ง
และรายการประกอบแผนผังท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๖
การใช้ประโยชน์ที่ดินตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทและแสดงโครงการคมนาคมและขนส่งท้ายกฎกระทรวง
ให้เป็นไปดังต่อไปนี้
(๑) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑.๑
ถึงหมายเลข ๑.๒๕ ที่กำหนดไว้เป็นสีเหลืองให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย
(๒) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๒.๑
ถึงหมายเลข ๒.๒๐ ที่กำหนดไว้เป็นสีส้มให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง
(๓) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๓.๑
ถึงหมายเลข ๓.๑๔ ที่กำหนดไว้เป็นสีแดงให้เป็นที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก
(๔) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๔
ที่กำหนดไว้เป็นสีม่วง ให้เป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า
(๕) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๕.๑ และ
๕.๒ ที่กำหนดไว้เป็นสีม่วงอ่อน ให้เป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมเฉพาะกิจ
(๖) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๖.๑
ถึงหมายเลข ๖.๑๕ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวให้เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม
(๗) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๗.๑
ถึงหมายเลข ๗.๗ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อนให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา
(๘) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๘.๑
ถึงหมายเลข ๘.๒๐ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวมะกอกให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันศาสนา
(๙) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๙
ที่กำหนดไว้เป็นสีน้ำตาลอ่อน ให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ เพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมไทย
(๑๐) ที่ดินบริเวณหมายเลข ๑๐.๑
ถึงหมายเลข ๑๐.๑๙ ที่กำหนดไว้เป็นสีเทาอ่อนให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันศาสนา
(๑๑) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑๑.๑
ถึงหมายเลข ๑๑.๑๖ ที่กำหนดไว้เป็นสีน้ำเงินให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันราชการ
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
(๑๒) ที่ดินในบริเวณแนวถนนโครงการแบบ
ก ที่กำหนดไว้เป็นสีชมพู ให้เป็นที่ดินประเภทโครงการและขนส่ง
ข้อ ๗
ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัย สถาบันราชการ
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่ สำหรับการใช้พื้นที่เพื่อกิจการอื่น
ให้ใช้เพิ่มได้อีกไม่เกินร้อยละสิบของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
และห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
เวนแต่โรงงานปรับคุณภาพของเสียรวมของชุมชน หรือโรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข
หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
(๒) สถานที่บรรจุก๊าซและสถานที่เก็บก๊าซตามกฎหมายว่าด้วยการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว
แต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการ ร้านจำหน่ายก๊าซ สถานที่ใช้ก๊าซ และสถานที่จำหน่ายอาหารที่ใช้ก๊าซ
(๓) สถานที่เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง
เว้นแต่เป็นสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
(๔) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ
แกะ ห่าน เป็ด ไก่ งู จระเข้ หรือสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
เพื่อการค้า
(๕) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน
(๖) กำจัดมูลฝอย
ข้อ ๘
ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัย
สถานที่ราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่ สำหรับการใช้พื้นที่เพื่อกิจการอื่น
ให้ใช้เพิ่มได้อีกไม่เกินร้อยละสิบของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ และห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามกำหนด
ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
เวนแต่โรงงานปรับคุณภาพของเสียรวมของชุมชน หรือโรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข
หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
(๒) สถานที่บรรจุก๊าซและสถานที่เก็บก๊าซตามกฎหมายว่าด้วยการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว
แต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการ ร้านจำหน่ายก๊าซ สถานที่ใช้ก๊าซ และสถานที่จำหน่ายอาหารที่ใช้ก๊าซ
(๓) สถานที่เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง
เว้นแต่เป็นสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
(๔) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ
แกะ ห่าน เป็ด ไก่ งู จระเข้ หรือสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
เพื่อการค้า
(๕) ไซโลเก็บผลิตผลทางการเกษตร
(๖) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน
(๗) กำจัดมูลฝอย
(๘) ซื้อขายเศษวัสดุ
ข้อ ๙
ที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก ให้ใช้ประโยชน์เพื่อพาณิชยกรรม
การอยู่อาศัย สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่สำหรับการใช้พื้นที่เพื่อกิจการอื่น
ให้ใช้ได้อีกไม่เกินร้อยละสิบของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณและห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด
ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
เวนแต่โรงงานปรับคุณภาพของเสียรวมของชุมชน
หรือโรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข
หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
(๒) สถานที่บรรจุก๊าซและสถานที่เก็บก๊าซตามกฎหมายว่าด้วยการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว
แต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการ ร้านจำหน่ายก๊าซ สถานที่ใช้ก๊าซ และสถานที่จำหน่ายอาหารที่ใช้ก๊าซ
(๓) สถานที่เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง
เว้นแต่เป็นสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
(๔) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ
แกะ ห่าน เป็ด ไก่ งู จระเข้ หรือสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
เพื่อการค้า
(๕) ไซโลเก็บผลิตผลทางการเกษตร
(๖) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน
(๗) กำจัดมูลฝอย
(๘) ซื้อขายเศษวัสดุ
ข้อ ๑๐
ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า ให้ใช้ประโยชน์เพื่ออุตสาหกรรมและคลังสินค้า
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่ สำหรับการใช้พื้นที่เพื่อกิจการอื่น
ให้ใช้เพิ่มได้อีกไม่เกินร้อยละสิบของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ และห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนดดังต่อไปนี้
(๑) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงเด็ก
(๒) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงคนชรา
(๓) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน
ข้อ ๑๑
ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมเฉพาะกิจ ให้ใช้ประโยชน์เพื่ออุตสาหกรรมที่ให้บริการแก่ชุมชน
อุตสาหกรรมที่ประกอบกิจการโดไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมคลังสินค้า
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่ สำหรับการใช้พื้นที่เพื่อกิจการอื่นให้ใช้เพิ่มได้อีกไม่เกินร้อยละสิบของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
และห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
เวนแต่โรงงานปรับคุณภาพของเสียรวมของชุมชน
หรือโรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข
หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
(๒) สถานที่เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง
เว้นแต่เป็นสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
(๓) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงเด็ก
(๔) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงคนชรา
(๕) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ
แกะ ห่าน เป็ด ไก่ งู จระเข้ หรือสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
เพื่อการค้า
(๖) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน
ข้อ ๑๒
ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม ให้ใช้ประโยชน์เพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม
สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่สำหรับการใช้พื้นที่เพื่อกิจการอื่น
ให้ใช้เพิ่มได้อีกไม่เกินร้อยละสิบของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
และห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
เวนแต่โรงงานปรับคุณภาพของเสียรวมของชุมชน
หรือโรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข
หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
(๒) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม
(๓) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม
เว้นแต่เป็นการจัดสรรที่เป็นส่วนหนึ่งของการจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย
และมีพื้นที่ไม่เกินร้อยละห้าของพื้นที่โครงการทั้งหมด
(๔) การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทห้องแถวหรือตึกแถว
เว้นแต่เป็นการดำเนินการในโครงการจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย
และพื้นที่ไม่เกินร้อยละห้าของพื้นที่โครงการทั้งหมด
(๕) การอยู่อาศัยประเภทห้องชุด
อาคารชุด หรือหอพัก
(๖) การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทอาคารขนาดใหญ่
(๗) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม
ถ้ามีการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการจัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรมตาม
(๓) และเพื่อการอยู่อาศัยหรือการประกอบพาณิชยกรรมประเภทห้องแถวหรือตึกแถวตาม (๔) ดำเนินการอยู่ในการจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยโครงการเดียวกัน
ให้ใช้พื้นที่เพื่อกิจการดังกล่าวรวมกันไม่เกินร้อยละห้าของพื้นที่โครงการทั้งหมด
ข้อ ๑๓ ที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมในกรณีที่ดินของรัฐ
ให้ใช้ประโยชน์เพื่อนันทนาการหรือเกี่ยวข้องกับนันทนาการ การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมหรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ที่ดินประเภทนี้ซึ่งเอกชนเป็นเจ้าของหรือผู้ครองครองโดยชอบด้วยกฎหมายนอกจากให้ใช้ประโยชน์ที่ดินตามวรรคหนึ่งแล้ว
ให้ใช้ประโยชน์เช่นเดียวกับที่ดินบริเวณข้างเคียงได้ด้วย
ข้อ ๑๔ที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา
ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษาหรือเกี่ยวข้องกับการศึกษา สถาบันราชการ
หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ข้อ ๑๕
ที่ดินประเภทอนุรักษ์เพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์ ศิลปวัฒนธรรมไทย ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการอนุรักษ์โบราณสถาน
โบราณคดี หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ข้อ ๑๖
ที่ดินประเภทสถาบันศาสนา ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการศาสนาหรือเกี่ยวข้องกับการศาสนา
การศึกษา สถาบันราชการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ข้อ ๑๗ ที่ดินประเภทสถาบันราชการ
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ ให้ใช้ประโยชน์เพื่อกิจการของรัฐ
กิจการเกี่ยวกับการสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ข้อ ๑๘
ที่ดินประเภทโครงการคมนาคมและขนส่ง ให้ใช้ประโยชน์เพื่อก่อสร้างถนน
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการที่เกี่ยวข้อง หรือเกษตรกรรมเท่านั้น
ข้อ ๑๙
ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมการก่อสร้างอาคารหรือการประกอบกิจการในเขตผังเมืองรวมปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้
ให้ไว้ ณ วันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๒
ชำนิ
ศักดิเศรษฐ์
รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ รักษาราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
[เอกสารแนบท้าย]
๑. แผนที่ท้ายกฎกระทรวง ฉบับที่
๔๐๑ (พ.ศ. ๒๕๔๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
๒.
แผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทและแสดงโครงการคมนาคมและขนส่งท้ายกฎกระทรวง
ฉบับที่ ๔๐๑ (พ.ศ. ๒๕๔๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
๓.
รายการประกอบแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทและแสดงโครงการคมนาคมและขนส่งท้ายกฎกระทรวง
ฉบับที่ ๔๐๑ (พ.ศ. ๒๕๔๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่สมควรกำหนดให้ใช้บังคับผังเมืองรวม ในท้องที่ตำบลนาตาล่วง ตำบลบ้านโพธิ์
ตำบลทับเที่ยง ตำบลบางรัก ตำบลโคกหล่อตำบลบ้านควน และตำบลควนปริง อำเภอเมืองตรัง
จังหวัดตรัง เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาและการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท
ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค
บริการสาธารณะ และสภาพแวดล้อม ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการผังเมือง
และโดยที่มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕ บัญญัติว่า
การใช้บังคับผังเมืองรวมให้กระทำโดยกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง
กำหนดการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวม พ.ศ. ๒๕๔๙[๓]
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่สภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมในการใช้บังคับผังเมืองรวมจำนวน ๘
แห่งมีการเปลี่ยนแปลงไป
ต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงผังเมืองรวมดังกล่าวเสียใหม่ให้เหมาะสมแต่ไม่อาจดำเนินการปรับปรุงแก้ไขผังเมืองรวมดังกล่าวได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมใช้บังคับ
ประกอบกับได้มีการขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมบางฉบับมาครั้งหนึ่งแล้ว
สมควรขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมดังกล่าวจำนวน ๘
ฉบับต่อไปอีกหนึ่งปี และโดยที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงว่าด้วยการนี้มาแล้วหลายครั้ง
สมควรนำการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวมที่ยังไม่สิ้นสุดการใช้บังคับมากำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับเดียวกัน
เพื่อให้เกิดความสะดวกในการใช้บังคับกฎหมาย
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวงกำหนดการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวม
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙[๔]
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่สภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมในการใช้บังคับผังเมืองรวมจำนวน ๗ แห่ง
มีการเปลี่ยนแปลงไป
ต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงผังเมืองรวมดังกล่าวเสียใหม่ให้เหมาะสม
แต่ไม่อาจดำเนินการปรับปรุงแก้ไขผังเมืองรวมดังกล่าวได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมใช้บังคับ
ประกอบกับได้มีการขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมบางฉบับมาครั้งหนึ่งแล้ว
สมควรขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมดังกล่าวจำนวน ๗
ฉบับ ต่อไปอีกหนึ่งปี จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวงกำหนดการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวม
(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๙[๕]
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่สภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมในการใช้บังคับผังเมืองรวมจำนวน ๑๕ แห่ง
มีการเปลี่ยนแปลงไป
ต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงผังเมืองรวมดังกล่าวเสียใหม่ให้เหมาะสม
แต่ไม่อาจดำเนินการปรับปรุงแก้ไขผังเมืองรวมดังกล่าวได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมใช้บังคับ
ประกอบกับได้มีการขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมบางฉบับมาครั้งหนึ่งแล้ว
สมควรขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมดังกล่าวจำนวน ๑๕
ฉบับต่อไปอีกหนึ่งปี จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวงกำหนดการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวม
(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐[๖]
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่สภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมในการใช้บังคับผังเมืองรวมจำนวน ๕ แห่ง
มีการเปลี่ยนแปลงไป
ต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงผังเมืองรวมดังกล่าวเสียใหม่ให้เหมาะสม
แต่ไม่อาจดำเนินการปรับปรุงแก้ไขผังเมืองรวมดังกล่าวได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมใช้บังคับ
สมควรขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมดังกล่าวจำนวน ๕
ฉบับต่อไปอีกหนึ่งปี จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวงกำหนดการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวม
(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๐[๗]
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่สภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมในการใช้บังคับผังเมืองรวมจำนวน ๑๕ แห่ง
มีการเปลี่ยนแปลงไป
ต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงผังเมืองรวมดังกล่าวเสียใหม่ให้เหมาะสม
แต่ไม่อาจดำเนินการปรับปรุงแก้ไขผังเมืองรวมดังกล่าวได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมใช้บังคับ
ประกอบกับได้มีการขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมบางฉบับมาครั้งหนึ่งแล้ว
สมควรขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมดังกล่าวจำนวน ๑๕
ฉบับต่อไปอีกหนึ่งปี จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวงกำหนดการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวม
(ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๕๐[๘]
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่สภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมในการใช้บังคับผังเมืองรวมจำนวน ๑๒ แห่ง
มีการเปลี่ยนแปลงไป ต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงผังเมืองรวมดังกล่าวเสียใหม่ให้เหมาะสม
แต่ไม่อาจดำเนินการปรับปรุงแก้ไขผังเมืองรวมดังกล่าวได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมใช้บังคับ
ประกอบกับได้มีการขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมบางฉบับมาครั้งหนึ่งแล้ว
สมควรขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมดังกล่าวจำนวน ๑๒
ฉบับต่อไปอีกหนึ่งปี จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวงกำหนดการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวม
(ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๐[๙]
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่สภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมในการใช้บังคับผังเมืองรวมจำนวน ๘ แห่ง
มีการเปลี่ยนแปลงไป
ต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงผังเมืองรวมดังกล่าวเสียใหม่ให้เหมาะสม
แต่ไม่อาจดำเนินการปรับปรุงแก้ไขผังเมืองรวมดังกล่าวได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมใช้บังคับ
ประกอบกับได้มีการขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมบางฉบับมาครั้งหนึ่งแล้ว
สมควรขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมดังกล่าวจำนวน ๘
ฉบับต่อไปอีกหนึ่งปี
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวงกำหนดการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวม
(ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๕๑[๑๐]
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่สภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมในการใช้บังคับผังเมืองรวมในท้องที่ตำบลสะเดา
ตำบลปริก ตำบลสำนักแต้ว และตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ตามกฎกระทรวง
ฉบับที่ ๓๖๘ (พ.ศ. ๒๕๔๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
ซึ่งได้เคยขยายระยะเวลาการใช้บังคับต่อไปอีกห้าปีมาครั้งหนึ่งแล้ว
โดยกฎกระทรวงกำหนดการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวม พ.ศ. ๒๕๔๙
มีการเปลี่ยนแปลงไป ต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงผังเมืองรวมดังกล่าวเสียใหม่ให้เหมาะสม
แต่ไม่อาจดำเนินการปรับปรุงแก้ไขผังเมืองรวมดังกล่าวได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมใช้บังคับ
สมควรขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมดังกล่าวต่อไปอีกหนึ่งปี จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวงกำหนดการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวม
(ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๕๑[๑๑]
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่สภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมในการใช้บังคับผังเมืองรวมจำนวน ๑๒ แห่ง
มีการเปลี่ยนแปลงไป ต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงผังเมืองรวมดังกล่าวเสียใหม่ให้เหมาะสม
แต่ไม่อาจดำเนินการปรับปรุงแก้ไขผังเมืองรวมดังกล่าวได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมใช้บังคับ
ประกอบกับได้มีการขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมดังกล่าวมาครั้งหนึ่งแล้ว
สมควรขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมดังกล่าวจำนวน ๑๒
ฉบับต่อไปอีกหนึ่งปี จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวงกำหนดการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวม
(ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๕๑[๑๒]
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่สภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมในการใช้บังคับผังเมืองรวมจำนวน
๕ แห่ง มีการเปลี่ยนแปลงไป
ต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงผังเมืองรวมดังกล่าวเสียใหม่ให้เหมาะสม
แต่ไม่อาจดำเนินการปรับปรุงแก้ไขผังเมืองรวมดังกล่าวได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมใช้บังคับ
ประกอบกับได้มีการขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมบางฉบับมาครั้งหนึ่งแล้ว
สมควรขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมดังกล่าวจำนวน ๕
ฉบับต่อไปอีกหนึ่งปี จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
สุกัญญา/แก้ไข
๑๐
กันยายน ๒๕๕๑
สุนันทา/ผู้จัดทำ
๑๑
ธันวาคม ๒๕๕๑
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๖/ตอนที่ ๓๔ ก/หน้า
๒๐/๔ พฤษภาคม ๒๕๔๒
[๒]
วันสิ้นสุดการใช้บังคับ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๒
ขยายระยะเวลาการใช้บังคับโดยกฎกระทรวงกำหนดการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวม
พ.ศ. ๒๕๔๙
[๓]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๒๓ ก/หน้า ๘/๖ มีนาคม ๒๕๔๙
[๔]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๕๔ ก/หน้า ๑๙/๒๕
พฤษภาคม ๒๕๔๙
[๕]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๙๖ ก/หน้า ๑๖/๒๒ กันยายน ๒๕๔๙
[๖]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๑๐ ก/หน้า ๑/๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐
[๗]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๒๒ ก/หน้า ๓๗/๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐
[๘]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๓๗ ก/หน้า ๓๑/๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๐
[๙]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๘๑ ก/หน้า ๑/๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๐
[๑๐]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนที่ ๔๘ ก/หน้า ๔๑/๑๔ มีนาคม ๒๕๕๑
[๑๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนที่ ๗๕ ก/หน้า ๑/๕ มิถุนายน ๒๕๕๑
[๑๒]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนที่ ๙๔ ก/หน้า ๔/๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๑
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).