法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2550

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
8
มาตรา อารัมภบท

พระราชกฤษฎีกา

พระราชกฤษฎีกา

ว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา

อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา

ครุยวิทยฐานะ

และเข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ฉบับที่ ๓)

พ.ศ. ๒๕๕๐

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๐

มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐

เป็นปีที่ ๖๒

ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา

อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๑๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ กับมาตรา ๔๗

วรรคสอง และมาตรา ๕๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๓๑

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑

พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา

อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑]

พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓

ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔ แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชาอักษรย่อสำหรับสาขาวิชา

ครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๔๕

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๔ ให้กำหนดปริญญาในสาขาวิชา

และอักษรย่อสำหรับสาขาวิชาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดังต่อไปนี้

(๑) สาขาวิชาการตลาด มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “การตลาดดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “กต.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “การตลาดมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “กต.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “การตลาดบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “กต.บ.”

(๒) สาขาวิชาการผังเมือง มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “การผังเมืองดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ผ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “การผังเมืองมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ผ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “การผังเมืองบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ผ.บ.”

(๓) สาขาวิชาทันตแพทยศาสตร์ มีปริญญาสองชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “ทันตแพทยศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ท.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) ตรี เรียกว่า “ทันตแพทยศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ท.บ.”

(๔) สาขาวิชานิติศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “น.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “นิติศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “น.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “นิติศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “น.บ.”

(๕) สาขาวิชาบริหารธุรกิจ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.ม.” และ “วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “บริหารธุรกิจบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.บ.”

(๖) สาขาวิชาบัญชี มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “บัญชีดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บช.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “บัญชีมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บช.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “บัญชีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บช.บ.”

(๗) สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “พยาบาลศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พย.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พย.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “พยาบาลศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พย.บ.”

(๘) สาขาวิชาพัฒนาชุมชน มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “พัฒนาชุมชนดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พช.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “พัฒนาชุมชนมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พช.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “พัฒนาชุมชนบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พช.บ.”

(๙) สาขาวิชาพัฒนาแรงงานและสวัสดิการ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “พัฒนาแรงงานและสวัสดิการดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “รส.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “พัฒนาแรงงานและสวัสดิการมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “รส.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “พัฒนาแรงงานและสวัสดิการบัณฑิต”

ใช้อักษรย่อ “รส.บ.”

(๑๐) สาขาวิชาแพทยศาสตร์ มีปริญญาสองชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “แพทยศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) ตรี เรียกว่า “แพทยศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พ.บ.”

(๑๑) สาขาวิชารัฐศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “รัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ร.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “รัฐศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ร.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “รัฐศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ร.บ.”

(๑๒) สาขาวิชาวารสารศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “วารสารศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ว.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “วารสารศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ว.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “วารสารศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ว.บ.”

(๑๓) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “วิทยาศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.บ.”

(๑๔) สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วศ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วศ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วศ.บ.”

(๑๕) สาขาวิชาศิลปกรรมศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “ศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศป.ด.” และ“ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “ศิลปกรรมศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศป.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “ศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศป.บ.”

(๑๖) สาขาวิชาศิลปศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “ศิลปศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.บ.”

(๑๗) สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “เศรษฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “เศรษฐศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศ.บ.”

(๑๘) สาขาวิชาสถาปัตยกรรมภายใน มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “สถาปัตยกรรมภายในดุษฎีบัณฑิต”

ใช้อักษรย่อ “สน.ด.” แล ะ“ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “สถาปัตยกรรมภายในมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “สน.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “สถาปัตยกรรมภายในบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “สน.บ.”

(๑๙) สาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “สถาปัตยกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต”

ใช้อักษรย่อ “สถ.ด.” และ

“ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “สถ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “สถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “สถ.บ.” และ “วิทยาศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.บ.”

(๒๐) สาขาวิชาสหวิทยาการ มีปริญญาสองชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ม.”

(๒๑) สาขาวิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “สังคมวิทยาและมานุษยวิทยาดุษฎีบัณฑิต”

ใช้อักษรย่อ “สม.ด.” และ

“ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “สังคมวิทยาและมานุษยวิทยามหาบัณฑิต”

ใช้อักษรย่อ “สม.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “สังคมวิทยาและมานุษยวิทยาบัณฑิต”

ใช้อักษรย่อ “สม.บ.”

(๒๒) สาขาวิชาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “สังคมสงเคราะห์ศาสตรดุษฎีบัณฑิต”

ใช้อักษรย่อ “สส.ด.” และ

“ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “สังคมสงเคราะห์ศาสตรมหาบัณฑิต”

ใช้อักษรย่อ “สส.ม.” และ

“ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “สังคมสงเคราะห์ศาสตรบัณฑิต”

ใช้อักษรย่อ “สส.บ.”

ทั้งนี้

หากมีสาขาหรือวิชาเอกให้ระบุชื่อสาขาหรือวิชาเอกนั้นไว้ในวงเล็บต่อท้ายปริญญาด้วย”

มาตรา ๔

มาตรา ๔

ให้ยกเลิกความในมาตรา ๕ แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา

ครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๔๕

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๕ ครุยวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

มีดังนี้

(๑) ครุยดุษฎีบัณฑิตและครุยปรัชญาดุษฎีบัณฑิต

(ก) ครุยดุษฎีบัณฑิต ทำด้วยผ้า แพร หรือเสิร์จ สีดำ

เย็บเป็นเสื้อคลุมยาวเหนือข้อเท้าพอประมาณ หลังจีบ ตัวเสื้อผ่าอกตลอด แขนกว้าง

ยาวตกข้อศอก มีพาดบ่าซ้ายทำด้วยแพร เสิร์จหรือกำมะหยี่ สีตามสีประจำคณะหรือสีประจำสาขาวิชาในกรณีไม่มีสีประจำคณะ

ประกอบด้วยวงกลมมีเส้นผ่าศูนย์กลาง ๗ เซนติเมตร

บนวงกลมมีตราธรรมจักรทำด้วยโลหะสีทอง ขอบลงยาสีแดงตอนล่างมีอักษรย่อ ม.ธ.

ลงยาสีน้ำเงิน ตรงกลางมีพานรัฐธรรมนูญสีทอง ด้านหน้าของพาดบ่ายาวตามลำตัวประมาณ ๕๕

เซนติเมตร มีแถบสีขาวทำด้วยไหมพรม หรือขนสัตว์ที่ปลายพาดบ่ากว้าง ๑๐ เซนติเมตร ยาว

๑๕ เซนติเมตร สามแถบเว้นระยะแถบละ ๕ เซนติเมตร ด้านหลังมีจีบยาวไปตามลำตัว ๕๐

เซนติเมตร มีแถบที่ปลายพาดบ่าเช่นเดียวกับด้านหน้าสามแถบ

ประกอบด้วยหมวกแผ่นสี่เหลี่ยมด้านเท่ามุมตัดสีดำ ทำด้วยผ้า แพร หรือเสิร์จ

มีพู่ห้อยสีตามสีประจำคณะหรือสีประจำสาขาวิชาในกรณีไม่มีสีประจำคณะ

(ข) ครุยปรัชญาดุษฎีบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยดุษฎีบัณฑิต แต่มีพาดบ่าซ้าย

ทำด้วยแพร เสิร์จ หรือกำมะหยี่ สีเหลืองกับสีแดงอย่างละครึ่ง (สีเหลืองอยู่ด้านใน

สีแดงอยู่ด้านนอก)

(๒) ครุยมหาบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยดุษฎีบัณฑิต

แต่มีแถบที่ปลายพาดบ่าด้านละสองแถบ

(๓) ครุยประกาศนียบัตรบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยมหาบัณฑิต

แต่มีแถบที่ปลายพาดบ่าด้านละหนึ่งแถบ และมีขลิบสีขาวเหนือแถบ กว้าง ๓ เซนติเมตร

ยาวตามความกว้างของพาดบ่า เว้นระยะห่างจากแถบ ๒ เซนติเมตร

ด้านบนและด้านล่างของขลิบสีขาวมีขลิบสีทอง กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร

(๔) ครุยแพทยศาสตรบัณฑิต ครุยทันตแพทยศาสตรบัณฑิต และครุยบัณฑิต

(ก) ครุยแพทยศาสตรบัณฑิตและครุยทันตแพทยศาสตรบัณฑิต

เช่นเดียวกับครุยมหาบัณฑิต

(ข) ครุยบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยมหาบัณฑิต แต่มีแถบที่ปลายพาดบ่าด้านละหนึ่งแถบ”

มาตรา ๕

มาตรา ๕

ให้ยกเลิกความในมาตรา ๖

แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชาอักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ

และเข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๔๕

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา

ครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๘

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๖ สีประจำคณะและสีประจำสาขาวิชา

มีดังนี้

(๑) คณะทันตแพทยศาสตร์ สีม่วงมีขลิบสีทองตามยาว กว้างข้างละ ๑ เซนติเมตร

(๒) คณะนิติศาสตร์ สีขาว

(๓) คณะพยาบาลศาสตร์ สีขาวมีริมสีแดงเลือดนกตามยาว กว้างข้างละ ๓ เซนติเมตร

(๔) คณะรัฐศาสตร์ สีดำ

(๕) คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน สีม่วงเม็ดมะปราง

(๖) คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สีเหลืองทอง

(๗) คณะวิศวกรรมศาสตร์ สีเลือดหมูมีขลิบสีทองตามยาว กว้างข้างละ ๑ เซนติเมตร

(๘) คณะศิลปศาสตร์ สีแสด

(๙) คณะเศรษฐศาสตร์ สีฟ้า

(๑๐) คณะสหเวชศาสตร์ สีน้ำเงินมีขลิบสีเหลืองตามยาว

กว้างข้างละ ๑ เซนติเมตร

(๑๑) คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา สีชมพู

(๑๒) สถาบันภาษา สีน้ำตาลทอง

(๑๓) สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร สีเขียวรวงข้าวอ่อน

(๑๔) สาขาวิชาการตลาดและสาขา

วิชาบริหารธุรกิจ สีฟ้ากับสีขาวอย่างละครึ่ง

(สีฟ้าอยู่ด้านใน สีขาวอยู่ด้านนอก)

(๑๕) สาขาวิชาการผังเมือง

สาขาวิชาสถาปัตยกรรมภายในและ

และสาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ สีส้มออกแดงมีขลิบสีทองตามยาว

กว้างข้างละ ๑ เซนติเมตร

(๑๖) สาขาวิชาบัญชี สีฟ้ามีริมสีขาวตามยาว กว้างข้างละ ๓ เซนติเมตร

(๑๗) สาขาวิชาพัฒนาชุมชน สีเลือดหมูกับสีขาวอย่างละครึ่ง (สีเลือดหมูอยู่ด้านใน สีขาวอยู่ด้านนอก)

(๑๘) สาขาวิชาพัฒนาแรงงานและสวัสดิการ

สีเลือดหมูมีขลิบสีขาวตามยาว

กว้างข้างละ ๑ เซนติเมตร

(๑๙) สาขาวิชาแพทยศาสตร์ สีเขียวใบไม้

(๒๐)

สาขาวิชาวิทยาศาสตร์

(ก) สาขาการบริหารเทคโนโลยี สีเงิน

และสาขาการบริหารโทรคมนาคม

(ข) สาขาเทคโนโลยีการจัดการ สีม่วงอ่อนมีริมสีแดงตามยาว

กว้าง

สาขาเทคโนโลยีพลังงาน ข้างละ ๓ เซนติเมตร

สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ

สาขาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม

สาขาเมคคาทรอนิกส์

สาขาระบบอุปกรณ์และการควบคุม

และสาขาวิศวกรรมศาสตร์

หรือเทคโนโลยี

(ค) สาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ สีเขียวใบไม้มีริมสีเหลืองตามยาว

และสาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ กว้างข้างละ ๓

เซนติเมตร

(๒๑) สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ สีม่วงอ่อนมีริมสีแดงตามยาว

กว้างข้างละ ๓ เซนติเมตร

(๒๒) สาขาวิชาศิลปกรรมศาสตร์ สีทอง

(๒๓)

สาขาวิชาศิลปศาสตร์

(ก) สาขาการบริหารงานวัฒนธรรม สีเงิน

(ข) สาขาสหวิทยาการ และ สีเทาเงินมีขลิบสีแดงเลือดหมูตามยาว

สาขาสหวิทยาการสังคมศาสตร์ กว้างข้างละ

๑ เซนติเมตร

(๒๔) สาขาวิชาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ สีเลือดหมู”

มาตรา ๖

มาตรา ๖

สำหรับนักศึกษาสาขาวิชาการผังเมือง ซึ่งสำเร็จการศึกษาในปีการศึกษา ๒๕๔๘

ให้กำหนดปริญญาตรีในสาขาวิชาการผังเมือง เรียกว่า “การผังเมืองบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ผ.บ.” และสีประจำสาขาวิชาการผังเมือง

คือ สีส้มออกแดงมีขลิบสีทอง

มาตรา ๗

มาตรา ๗

สำหรับนักศึกษาสาขาวิชาสถาปัตยกรรมภายใน ซึ่งสำเร็จการศึกษาในปีการศึกษา

๒๕๔๘ ให้กำหนดปริญญาตรีในสาขาวิชาสถาปัตยกรรมภายใน เรียกว่า “สถาปัตยกรรมภายในบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “สน.บ.” และสีประจำสาขาวิชาสถาปัตยกรรมภายใน

คือ สีส้มออกแดงมีขลิบสีทอง

มาตรา ๘

มาตรา ๘

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พลเอก

สุรยุทธ์ จุลานนท์

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

เนื่องจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้เปิดสอนสาขาวิชาการผังเมือง

สาขาวิชาสถาปัตยกรรมภายใน และสาขาเทคโนโลยีการจัดการ สาขาเมคคาทรอนิกส์ สาขาระบบอุปกรณ์และการควบคุม

สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ และสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์

เพิ่มขึ้น และได้กำหนดให้มีครุยวิทยฐานะสำหรับประกาศนียบัตรบัณฑิต

และเปลี่ยนแปลงสีประจำคณะแพทยศาสตร์เป็นสีประจำสาขาวิชาแพทยศาสตร์ รวมทั้งเปลี่ยนแปลงสีของสาขาสหวิทยาการที่เคยสังกัดบัณฑิตวิทยาลัยเป็นสีประจำสาขาวิชาศิลปศาสตร์

สมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา

ครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และโดยที่มาตรา ๔๗ วรรคสอง

และมาตรา ๕๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๓๑

บัญญัติให้การกำหนดปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ

และเข็มวิทยฐานะต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

วิชชุตา/ผู้จัดทำ

๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

นฤตยา/ผู้ตรวจ

๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๔

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๓๑ ก/หน้า ๔๒/๖ กรกฎาคม ๒๕๕๐

8 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2550 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_6687f6d2cfef0c9f

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com