พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่น ๆ
ในภาวะคับขัน พุทธศักราช ๒๔๘๘
ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร
ลงวันที่ ๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๗)
ปรีดี พนมยงค์
ตราไว้ ณ วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๘๘
เป็นปีที่ ๑๒ ในรัชกาลปัจจุบัน
โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรมีกฎหมายว่าด้วยการควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่นๆ เพื่อให้มีเครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งของต่างๆ เพียงพอแก่ความต้องการของประเทศ
จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่น ๆ ในภาวะคับขัน พุทธศักราช ๒๔๘๘
มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับได้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงเกษตราธิการ ปลัดกระทรวงการอุตสาหกรรม ปลัดกระทรวงมหาดไทย และกรรมการอื่นอีกไม่น้อยกว่าสามนายแต่ไม่เกินหกนาย ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งมีอำนาจและหน้าที่ตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๔ ให้คณะกรรมการมีอำนาจ
(๑) กำหนดเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่นใดที่จะให้อยู่ในความควบคุมเพื่อให้เพียงพอแก่ความต้องการทั่วราชอาณาจักร หรือเฉพาะในเขตท้องที่หนึ่งท้องที่ใด
(๒) จัดการปันส่วนในการซื้อ การขาย ตลอดจนการวางเงื่อนไขของการซื้อ หรือการขาย สิ่งของที่ควบคุม
(๓) กำหนดราคาสูงสุดของสิ่งของที่ควบคุม
(๔) สั่งบังคับให้ขายสิ่งของที่ควบคุมตามปริมาณหรือราคาที่คณะกรรมการกำหนด โดยให้ขายให้แก่คณะกรรมการ หรือผู้หนึ่งผู้ใดที่คณะกรรมการกำหนด
(๕) สั่งบังคับให้แจ้งปริมาณหรือให้แจ้งสถานที่เก็บ ห้ามซื้อ หรือขาย หรือให้ หรือใช้เอง หรือยักย้าย หรือเปลี่ยนสภาพสิ่งของที่ควบคุม
(๖) วางระเบียบหรือห้ามการส่งออกไปนอกหรือนำเข้ามาในท้องที่ใดท้องที่หนึ่งซึ่งสิ่งของที่ควบคุม
(๗) เข้าควบคุมหรือเข้าดำเนินกิจการอันเกี่ยวกับการผลิตหรือการจำหน่ายสิ่งของที่ควบคุม
(๘) กำหนดเงื่อนไขและวิธีการต่างๆ เพื่อให้การควบคุมได้ดำเนินโดยสะดวกตามความจำเป็นของเหตุการณ์
มาตรา ๕ คณะกรรมการมีอำนาจที่จะแต่งตั้งบุคคลหนึ่งบุคคลใดหรือคณะบุคคลหนึ่งคณะบุคคลใดเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการอันอยู่ในอำนาจของคณะกรรมการ ตามมาตรา ๔ (๒) (๓) (๔) และ(๕) แทนคณะกรรมการได้
มาตรา ๖ เมื่อได้มีการจัดการปันส่วนในการซื้อการขายเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่น ๆ ที่ได้มีประกาศควบคุมแล้ว คณะกรรมการหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์อาจอนุญาตพิเศษยกเว้น โดยขยายปริมาณกำหนดหรือไม่มีปริมาณกำหนดให้เป็นรายบุคคลได้
มาตรา ๗ ให้กรรมการ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือผู้ที่คณะกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ได้แต่งตั้งขึ้น มีอำนาจเข้าไปในสถานที่หรือบ้านเรือนของบุคคลใดๆ เพื่อตรวจตราเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่นๆ ที่ได้มีประกาศควบคุมในเวลาทำงานตามปรกติ และมีอำนาจสั่งบุคคลใดมาให้ถ้อยคำในเรื่องอันเกี่ยวกับการนั้นได้
มาตรา ๘ การซื้อ การขาย เครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่น ๆ ที่ได้มีประกาศควบคุม ชนิดใดเป็นการค้า คณะกรรมการจะกำหนดให้กระทำ ณ ร้านค้าที่ได้จดทะเบียนพาณิชย์ไว้แล้ว และโดยเจ้าของหรือผู้ที่มีอำนาจจัดการร้านค้านั้น หรือโดยบุคคลหรือคณะบุคคลซึ่งได้จดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดก็ได้ หรือจะให้มีการซื้อขาย ณ ที่และโดยบุคคลซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบอำนาจอนุญาตก็ได้
มาตรา ๙ ให้ถือว่าจำนวนเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่น ๆ ที่มีไว้เกินกว่าปริมาณอันจำเป็นที่คณะกรรมการกำหนดเป็นการมีไว้เพื่อการค้า
มาตรา ๑๐ ผู้ใดฝ่าฝืนประกาศหรือคำสั่งของคณะกรรมการหรือของพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งออกตามความในมาตรา ๔ หรือทำการซื้อ หรือขายเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่น ๆที่ได้ประกาศควบคุมเป็นการค้าโดยมิได้มีอำนาจและมิได้กระทำ ณ ที่ที่กำหนด อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๘ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินสิบปี หรือทั้งปรับทั้งจำ
มาตรา ๑๑ ผู้ใดได้รับอนุญาตให้ซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่น ๆ ที่ได้มีประกาศควบคุมได้ โดยแจ้งว่าจะนำไปใช้เพื่อการหนึ่ง หรือโดยรับรองว่าจะปฏิบัติตามเงื่อนไขของคำอนุญาต ซื้อของนั้นแล้วนำไปใช้เพื่อกิจการอื่น หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของคำอนุญาต มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินสิบปี หรือทั้งปรับทั้งจำ
มาตรา ๑๒ ผู้ใดได้รับอนุญาตให้ซื้อของตามบัตรปันส่วนหรือตามที่ทางราชการอนุญาตเพื่อการอุปโภคบริโภคสำหรับตนหรือครอบครัว ซื้อของนั้นมาขายให้แก่ผู้อื่น ผู้ขายมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือจำคุกไม่เกินห้าปี หรือทั้งปรับทั้งจำ
มาตรา ๑๓ ผู้ใดทำการซื้อ หรือขาย หรือให้บัตรปันส่วนแก่ผู้อื่น ทั้งผู้ซื้อ ผู้ขายผู้ให้ ผู้รับ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือทั้งปรับทั้งจำ
มาตรา ๑๔ ผู้ใดมีเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่นๆ ที่ได้ประกาศควบคุมไว้เพื่อการค้า แต่ไม่ยอมขายเมื่อมีผู้ขอซื้อไปอุปโภคบริโภค และโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินสิบปี หรือทั้งปรับทั้งจำ
มาตรา ๑๕ ผู้ใดได้รับอนุญาตให้ขายของที่มีการปันส่วนหรือของที่ทางราชการมอบให้เพื่อขาย
(๑) มีของนั้นแต่ไม่ขายให้แก่ผู้ที่ได้รับอนุญาตจากทางราชการให้ซื้อ
(๒) กระทำการใด ๆ จนได้ของจากผู้ที่ได้รับอนุญาตจากทางราชการให้ซื้อมาเป็นของตน
(๓) ช่วยเหลือผู้ที่มิได้รับอนุญาตจากทางราชการให้ซื้อได้ซื้อของนั้นไป หรือ
(๔) กระทำการใดๆ ให้ของที่มีการปันส่วนหรือของที่ทางราชการมอบให้เพื่อขายแก่ผู้รับอนุญาต ตกไปเป็นของที่อยู่นอกจำนวนปันส่วน หรือนอกจำนวนที่ทางราชการมอบให้
มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินสิบปี หรือทั้งปรับทั้งจำ
มาตรา ๑๖ ผู้ใดมีเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่น ๆ ที่ได้มีประกาศควบคุม ยักย้าย หรือทำลาย หรือเปลี่ยนสภาพซ่อนเร้นปิดบัง หรือใช้อุบายด้วยประการใดๆ เพื่อมิให้ถูกควบคุม หรือให้ควบคุมได้ยาก มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินสิบปี หรือทั้งปรับทั้งจำ
มาตรา ๑๗ ผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งของคณะกรรมการหรือของพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการให้ดำเนินการควบคุม ซึ่งได้สั่งตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินสิบปี หรือทั้งปรับทั้งจำ
มาตรา ๑๘ ผู้ใดขัดขืนหรือฝ่าฝืนคำสั่งของกรรมการ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือผู้ที่กรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ได้แต่งตั้งขึ้นในการปฏิบัติตามมาตรา ๗ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือจำคุกไม่เกินห้าปี หรือทั้งปรับทั้งจำ
มาตรา ๑๙ พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ใดปฏิบัติการหรือละเว้นปฏิบัติการในหน้าที่อันเป็นการช่วยเหลือ หรือก่อให้เกิดประโยชน์อย่างหนึ่งอย่างใดแก่ผู้ที่จะกระทำการ หรือกระทำการฝ่าฝืนบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ไม่ว่าด้วยประการใดๆ มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปีและปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
มาตรา ๒๐ เครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่น ๆ ที่ได้มีประกาศควบคุมซึ่งเกี่ยวเนื่องกับความผิดให้ริบเสีย
มาตรา ๒๑ เครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่น ๆ ของราชการไม่อยู่ในบังคับแห่งพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๒๒ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ควง อภัยวงศ์
นายกรัฐมนตรี
แถลงการณ์
การควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่นๆ ขณะนี้มีกฎหมายควบคุมอยู่แล้ว คือ พระราชกฤษฎีกาควบคุมเครื่องอุปโภคและของอื่นๆ ในภาวะคับขัน พุทธศักราช ๒๔๘๗ พระราชกฤษฎีกานี้ออกตามความในพระราชบัญญัติมอบอำนาจให้รัฐบาลในภาวะคับขัน พุทธศักราช ๒๔๘๔ การที่ได้ตราพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่นๆ ในภาวะคับขัน พุทธศักราช ๒๔๘๘ ขึ้น ก็เพื่อเปลี่ยนวิธีการควบคุมโดยพระราชกฤษฎีกา เป็นวิธีการควบคุมโดยพระราชบัญญัติ ที่ได้ประกาศให้ใช้พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคและของอื่นๆ ในภาวะคับขัน พุทธศักราช ๒๔๘๘ นี้ แต่ยังไม่ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาควบคุมเครื่องอุปโภคและของอื่น ๆ ในภาวะคับขัน พุทธศักราช ๒๔๘๘ นี้ แต่ยังไม่ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาควบคุมเครื่องอุปโภคและของอื่นๆ ในภาวะคับขัน พุทธศักราช ๒๔๘๗ นั้น ก็เพื่อให้การควบคุมต่อเนื่องกัน พระราชกฤษฎีกาฉบับดังกล่าวจะยกเลิกในภายหลัง เมื่อได้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคและของอื่นๆ ในภาวะคับขัน พุทธศักราช ๒๔๘๘ ครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว
ฉะนั้น จึงของแจ้งให้ทราบว่า การกระทำใดๆ อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชกฤษฎีกาควบคุมเครื่องอุปโภคและของอื่นๆ ในภาวะคับขัน พุทธศักราช ๒๔๘๗ ยังคงเป็นความผิดตามพระราชกฤษฎีกาฉบับนั้นอยู่
กระทรวงพาณิชย์
๖ กุมภาพันธ์ ๒๔๘๘
อัมพิกา/แก้ไข
๒๘/๒/๔๕
A+B (C)
เนติมา / พัชรินทร์ จัดทำ
๒๘ พฤษภาคม ๒๕๔๖
[๑] รก.๒๔๘๘/๙/๑๕๓/๖
กุมภาพันธ์
๒๔๘๘
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).