พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
การได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหาร
ซึ่งไม่เป็นข้าราชการ
(ฉบับที่ ๑๐)
พ.ศ. ๒๕๕๐
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๖
กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐
เป็นปีที่ ๖๒
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๑๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ และมาตรา ๑๒
วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ. ๒๕๓๘
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า
พระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ
(ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๕๐
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา
๖ แห่งพระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ
พ.ศ. ๒๕๓๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๖ ตำแหน่งข้าราชการพลเรือนที่จะได้รับเงินประจำตำแหน่งประเภทเชี่ยวชาญเฉพาะ
(ชช.) ได้แก่ ตำแหน่งตั้งแต่ระดับ ๙ ขึ้นไป
ที่ต้องปฏิบัติงานที่เป็นงานหลักของหน่วยงาน โดยอาศัยพื้นฐานของความรู้ ประสบการณ์
การฝึกฝนทฤษฎี หรือหลักวิชาอันเกี่ยวข้องกับงาน
และเป็นงานเชิงพัฒนาระบบหรือมาตรฐานของงาน งานอนุรักษ์ตามภารกิจ
หรืองานที่ต้องปฏิบัติโดยผู้มีความรู้ความสามารถ
หรือประสบการณ์เป็นอย่างสูงเฉพาะด้านอันเป็นที่ยอมรับในวงการวิชาการหรือวงการด้านนั้น
ๆ และต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ดังต่อไปนี้
(๑)
ด้านการข่าว
(๒)
ด้านการเจ้าหน้าที่
(๓)
ด้านการผังเมือง
(๔)
ด้านการฝึกอบรม
(๕)
ด้านการสืบสวนสอบสวน
(๖)
ด้านกีฏวิทยา
(๗)
ด้านคดีพิเศษ
(๘)
ด้านคุมประพฤติ
(๙)
ด้านจัดการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
(๑๐)
ด้านจิตวิทยา
(๑๑)
ด้านช่างศิลปกรรม
(๑๒)
ด้านเดินเรือระหว่างประเทศ
(๑๓)
ด้านตรวจสอบบัญชี
(๑๔)
ด้านตรวจสอบภายใน
(๑๕)
ด้านตรวจสอบศุลกากร
(๑๖)
ด้านทำแผนที่ภาพถ่าย
(๑๗)
ด้านนิติการ
(๑๘)
ด้านนิติวิทยาศาสตร์
(๑๙)
ด้านโบราณคดี
(๒๐)
ด้านประเมินอากร
(๒๑)
ด้านพัฒนาการกีฬา
(๒๒)
ด้านพัฒนาการท่องเที่ยว
(๒๓)
ด้านพัฒนาทรัพยากรบุคคล
(๒๔)
ด้านพัฒนาระบบราชการ
(๒๕)
ด้านพัฒนาสังคม
(๒๖)
ด้านภูมิสถาปัตยกรรม
(๒๗)
ด้านวิเคราะห์งบประมาณ
(๒๘)
ด้านวิเคราะห์งานทะเบียนการค้า
(๒๙)
ด้านวิเคราะห์งานบุคคล
(๓๐)
ด้านวิเคราะห์นโยบายและแผน
(๓๑)
ด้านวิจัยสังคมศาสตร์
(๓๒)
ด้านวิชาการกษาปณ์
(๓๓)
ด้านวิชาการเกษตร
(๓๔)
ด้านวิชาการขนส่ง
(๓๕)
ด้านวิชาการคลัง
(๓๖)
ด้านวิชาการควบคุมโรค
(๓๗)
ด้านวิชาการเงินและบัญชี
(๓๘)
ด้านวิชาการตรวจเงินแผ่นดิน
(๓๙)
ด้านวิชาการตรวจสอบบัญชี
(๔๐)
ด้านวิชาการตรวจสอบภาษี
(๔๑)
ด้านวิชาการทรัพยากรธรณี
(๔๒)
ด้านวิชาการทัณฑวิทยา
(๔๓)
ด้านวิชาการที่ดิน
(๔๔)
ด้านวิชาการธรณีวิทยา
(๔๕)
ด้านวิชาการบัญชี
(๔๖)
ด้านวิชาการประกันภัย
(๔๗)
ด้านวิชาการประชาสัมพันธ์
(๔๘)
ด้านวิชาการประมง
(๔๙)
ด้านวิชาการประมงทะเล
(๕๐)
ด้านวิชาการป่าไม้
(๕๑)
ด้านวิชาการผลิตภัณฑ์อาหาร
(๕๒)
ด้านวิชาการพัฒนาชุมชน
(๕๓)
ด้านวิชาการพาณิชย์
(๕๔)
ด้านวิชาการภาษี
(๕๕)
ด้านวิชาการมาตรฐาน
(๕๖)
ด้านวิชาการมาตรฐานสินค้า
(๕๗)
ด้านวิชาการยุติธรรม
(๕๘)
ด้านวิชาการแรงงาน
(๕๙)
ด้านวิชาการโรคพืช
(๖๐)
ด้านวิชาการละครและดนตรี
(๖๑)
ด้านวิชาการวัฒนธรรม
(๖๒)
ด้านวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์
(๖๓)
ด้านวิชาการศาสนา
(๖๔)
ด้านวิชาการศึกษา
(๖๕)
ด้านวิชาการศึกษาพิเศษ
(๖๖)
ด้านวิชาการเศรษฐกิจ
(๖๗)
ด้านวิชาการส่งเสริมการเกษตร
(๖๘)
ด้านวิชาการสถิติ
(๖๙)
ด้านวิชาการสรรพสามิต
(๗๐)
ด้านวิชาการสรรพากร
(๗๑)
ด้านวิชาการสหกรณ์
(๗๒)
ด้านวิชาการสอบ
(๗๓)
ด้านวิชาการสัตวบาล
(๗๔)
ด้านวิชาการสาธารณสุข
(๗๕)
ด้านวิชาการสิ่งแวดล้อม
(๗๖)
ด้านวิชาการสุขศึกษา
(๗๗)
ด้านวิชาการสุขาภิบาล
(๗๘)
ด้านวิชาการอาหารและยา
(๗๙)
ด้านวิชาการอุทกวิทยา
(๘๐)
ด้านวิทยาศาสตร์
(๘๑)
ด้านวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์
(๘๒)
ด้านวิเทศสหการ
(๘๓)
ด้านวิศวกรรม
(๘๔)
ด้านวิศวกรรมสำรวจ
(๘๕)
ด้านส่งเสริมและสอนการพลศึกษา
(๘๖)
ด้านสถิติเศรษฐสังคม
(๘๗)
ด้านสอบสวนคดีพิเศษ
(๘๘)
ด้านสังคมสงเคราะห์
(๘๙)
ด้านสัตววิทยา
(๙๐)
ด้านสำรวจดิน
(๙๑)
ด้านอักษรศาสตร์
(๙๒)
ด้านอาลักษณ์
(๙๓)
ด้านอุตุนิยมวิทยา
มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความใน
(ก) ของมาตรา ๒๔
แห่งพระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ
พ.ศ. ๒๕๓๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
(ก)
ตำแหน่งที่มีลักษณะงานวิชาชีพที่ต้องปฏิบัติโดยผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาที่ไม่อาจมอบหมายให้ผู้มีคุณวุฒิอย่างอื่นปฏิบัติงานแทนได้
และเป็นงานที่มีผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างเห็นได้ชัด
โดยมีองค์กรตามกฎหมายทำหน้าที่ตรวจสอบ กลั่นกรอง และรับรองการประกอบวิชาชีพ
รวมทั้งลงโทษผู้กระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพดังกล่าว ซึ่งได้แก่ตำแหน่งที่ปฏิบัติหน้าที่ในวิชาชีพเฉพาะ
ดังต่อไปนี้
(๑)
วิชาชีพเฉพาะกายภาพบำบัด
(๒)
วิชาชีพเฉพาะการเดินเรือ
(๓)
วิชาชีพเฉพาะการทันตแพทย์
(๔)
วิชาชีพเฉพาะการพยาบาล
(๕)
วิชาชีพเฉพาะการแพทย์
(๖)
วิชาชีพเฉพาะการสัตวแพทย์
(๗)
วิชาชีพเฉพาะเทคนิคการแพทย์
(๘)
วิชาชีพเฉพาะเภสัชกรรม
(๙)
วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมเครื่องกล
(๑๐)
วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมไฟฟ้า
(๑๑)
วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสาร
(๑๒)
วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมโยธา
(๑๓)
วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมเหมืองแร่
(๑๔)
วิชาชีพเฉพาะสถาปัตยกรรม
มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความใน
(ก) และ (ข) ของมาตรา ๓๑
แห่งพระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ
พ.ศ. ๒๕๓๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
(ก) ตำแหน่งที่มีลักษณะงานวิชาชีพที่ต้องปฏิบัติโดยผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาที่ไม่อาจมอบหมายให้ผู้มีคุณวุฒิอย่างอื่นปฏิบัติงานแทนได้
และเป็นงานที่มีผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างเห็นได้ชัด
โดยมีองค์กรตามกฎหมายทำหน้าที่ตรวจสอบ กลั่นกรอง และรับรองการประกอบวิชาชีพ
รวมทั้งลงโทษผู้กระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพดังกล่าว ซึ่งได้แก่ตำแหน่งที่ปฏิบัติหน้าที่ในวิชาชีพเฉพาะ
ดังต่อไปนี้
(๑)
วิชาชีพเฉพาะกายภาพบำบัด
(๒)
วิชาชีพเฉพาะการทันตแพทย์
(๓)
วิชาชีพเฉพาะการพยาบาล
(๔)
วิชาชีพเฉพาะการแพทย์
(๕)
วิชาชีพเฉพาะการสัตวแพทย์
(๖)
วิชาชีพเฉพาะจิตวิทยาคลินิก
(๗)
วิชาชีพเฉพาะเทคนิคการแพทย์
(๘)
วิชาชีพเฉพาะเภสัชกรรม
(๙)
วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมเครื่องกล
(๑๐)
วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมไฟฟ้า
(๑๑)
วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสาร
(๑๒)
วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมโยธา
(๑๓)
วิชาชีพเฉพาะสถาปัตยกรรม
(ข)
ตำแหน่งที่มีลักษณะงานวิชาชีพที่ต้องปฏิบัติโดยผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาที่ไม่อาจมอบหมายให้ผู้มีคุณวุฒิอย่างอื่นปฏิบัติงานแทนได้
และเป็นงานที่มีผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างเห็นได้ชัด
อีกทั้งเป็นงานที่ขาดแคลนกำลังคนในภาคราชการ
ซึ่งได้แก่ตำแหน่งที่ปฏิบัติหน้าที่ในวิชาชีพเฉพาะ ดังต่อไปนี้
(๑)
วิชาชีพเฉพาะการเดินเรือ
(๒)
วิชาชีพเฉพาะฟิสิกส์รังสี
(๓)
วิชาชีพเฉพาะรังสีการแพทย์
(๔)
วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมนิวเคลียร์
(๕)
วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมโลหการ
มาตรา ๖ ให้ยกเลิกความในมาตรา
๓๒ แห่งพระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ
พ.ศ. ๒๕๓๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ
(ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๔๗ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๓๒ ตำแหน่งข้าราชการตำรวจที่จะได้รับเงินประจำตำแหน่งประเภทเชี่ยวชาญเฉพาะ
(ชช.) ได้แก่ ตำแหน่งตั้งแต่ชั้นยศ พล.ต.จ. หรือ พ.ต.อ. อัตราเงินเดือน พ.ต.อ.
(พิเศษ) ขึ้นไป ที่ต้องปฏิบัติงานที่เป็นงานหลักของหน่วยงาน
โดยอาศัยพื้นฐานของความรู้ ประสบการณ์ การฝึกฝนทฤษฎี หรือหลักวิชาอันเกี่ยวข้องกับงาน
และเป็นงานเชิงพัฒนาระบบหรือมาตรฐานของงาน งานอนุรักษ์ตามภารกิจ
หรืองานที่ต้องปฏิบัติโดยผู้มีความรู้ ความสามารถ
หรือประสบการณ์เป็นอย่างสูงเฉพาะด้านอันเป็นที่ยอมรับในวงวิชาการหรือวงการด้านนั้น
ๆ และต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านโดยมีคุณวุฒิ การศึกษาตรงกับความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
ดังต่อไปนี้
(๑)
ด้านการข่าว
(๒)
ด้านการเงิน
(๓)
ด้านการบิน
(๔)
ด้านการผังเมือง
(๕)
ด้านการฝึกอบรม
(๖)
ด้านการสืบสวนสอบสวน
(๗)
ด้านช่างศิลปกรรม
(๘)
ด้านตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์
(๙)
ด้านตรวจพิสูจน์อุบัติเหตุจราจร
(๑๐)
ด้านตรวจสอบบัญชี
(๑๑)
ด้านตรวจสอบภายใน
(๑๒)
ด้านนิติการ
(๑๓)
ด้านป้องกันปราบปราม
(๑๔)
ด้านวิเคราะห์งบประมาณ
(๑๕)
ด้านวิเคราะห์งานทะเบียนการค้า
(๑๖)
ด้านวิเคราะห์งานบุคคล
(๑๗)
ด้านวิเคราะห์นโยบายและแผน
(๑๘)
ด้านวิจัยสังคมศาสตร์
(๑๙)
ด้านวิชาการควบคุมโรค
(๒๐)
ด้านวิชาการตรวจสอบบัญชี
(๒๑)
ด้านวิชาการตรวจสอบภาษี
(๒๒)
ด้านวิชาการบัญชี
(๒๓)
ด้านวิชาการประชาสัมพันธ์
(๒๔)
ด้านวิชาการพัฒนาชุมชน
(๒๕)
ด้านวิชาการละครและดนตรี
(๒๖)
ด้านวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์
(๒๗)
ด้านวิชาการศึกษา
(๒๘)
ด้านวิชาการสถิติ
(๒๙)
ด้านวิชาการสอบ
(๓๐)
ด้านวิชาการสัตวบาล
(๓๑)
ด้านวิชาการสาธารณสุข
(๓๒)
ด้านวิชาการสิ่งแวดล้อม
(๓๓)
ด้านวิชาการสุขศึกษา
(๓๔)
ด้านวิชาการสุขาภิบาล
(๓๕)
ด้านวิชาการอาหารและยา
(๓๖)
ด้านวิทยาศาสตร์
(๓๗)
ด้านวิเทศสหการ
(๓๘)
ด้านวิศวกรรม
(๓๙)
ด้านส่งเสริมและสอนการพลศึกษา
(๔๐)
ด้านสังคมสงเคราะห์
(๔๑)
ด้านสัตววิทยา
(๔๒)
ด้านเสนาธิการ
(๔๓)
ด้านอักษรศาสตร์
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
โดยที่คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้คณะกรรมการพิจารณาเงินเดือนแห่งชาติ
พิจารณาภาพรวมเกี่ยวกับการกำหนดตำแหน่งและจำนวนตำแหน่งที่จะให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการประเภทต่าง
ๆ
ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาเงินเดือนแห่งชาติได้พิจารณาแล้วเห็นชอบให้ตำแหน่งประเภทเชี่ยวชาญเฉพาะในสายงานต่าง
ๆ ของข้าราชการพลเรือนที่คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนขอกำหนดเพิ่มเติมรวม ๒๙ ด้าน
ตำแหน่งประเภทวิชาชีพเฉพาะการเดินเรือของข้าราชการทหารที่คณะกรรมการข้าราชการทหารขอกำหนดเพิ่มเติม
และตำแหน่งประเภทวิชาชีพเฉพาะจิตวิทยาคลินิกและวิชาชีพเฉพาะการเดินเรือ
รวมทั้งตำแหน่งประเภทเชี่ยวชาญเฉพาะด้านต่าง ๆ ของข้าราชการตำรวจที่คณะกรรมการข้าราชการตำรวจขอกำหนดเพิ่มเติมรวม
๖ ด้าน
เป็นตำแหน่งที่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่งประเภทเชี่ยวชาญเฉพาะหรือประเภทวิชาชีพเฉพาะ
แล้วแต่กรณีได้ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
สุนันทา/ผู้จัดทำ
๑๗ มีนาคม ๒๕๕๓
กวินทราดา/ผู้ตรวจ
๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๑๑ ก/หน้า ๑๑/๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).