กฎกระทรวง
กำหนดจำนวนกรรมการ
คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหา
การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ
วาระการดำรงตำแหน่ง
และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการในคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
พ.ศ. ๒๕๔๖[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๘ และมาตรา ๑๗ วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกกฎกระทรวงกำหนดจำนวนกรรมการ คุณสมบัติ
หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการในคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
พ.ศ. ๒๕๔๖
ข้อ ๒ ในกฎกระทรวงนี้
กรรมการ
หมายความว่า กรรมการการอาชีวศึกษา
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
หมายความว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร
เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่ได้รับการจัดตั้งตามกฎหมาย
องค์กรวิชาชีพ
หมายความว่า องค์กรวิชาชีพที่ได้รับการจัดตั้งตามกฎหมาย
สถานประกอบการ
หมายความว่า สถานประกอบธุรกิจของเอกชนที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย และมีกิจกรรมความร่วมมือกับสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาในการจัดการอาชีวศึกษา
ข้อ ๓ ให้คณะกรรมการการอาชีวศึกษา มีกรรมการจำนวนไม่เกินสามสิบสองคนประกอบด้วย
(๑)
ประธานกรรมการ
(๒)
กรรมการโดยตำแหน่งจำนวนแปดคน ได้แก่ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา
เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา
(๓)
กรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรเอกชน จำนวนสามคน
(๔)
กรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวนหนึ่งคน
(๕)
กรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรวิชาชีพ จำนวนสองคน
(๖)
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนไม่เกินสิบหกคน ซึ่งแต่งตั้งจากผู้ที่มีความรู้
ความสามารถ
ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงทางด้านการบริหารการอาชีวศึกษาจากภาครัฐและเอกชน
ด้านเศรษฐกิจและการพัฒนากำลังคน ด้านอุตสาหกรรม ด้านเกษตรกรรมและการประมง
ด้านธุรกิจและการบริการ ด้านศิลปหัตถกรรม ด้านคหกรรม และด้านการศึกษาพิเศษ
ด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายด้านรวมกันและในจำนวนนี้ให้แต่งตั้งจากผู้มีความรู้
ความสามารถ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงในด้านการบริหารการอาชีวศึกษาของเอกชนอย่างน้อยหนึ่งคน
(๗)
เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นกรรมการและเลขานุการ
ข้อ ๔ ประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ ๓ (๓) (๔) (๕)
และ (๖) ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
(๑)
มีสัญชาติไทย
(๒)
มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์
(๓)
ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
(๔)
ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๕)
ไม่เคยมีประวัติเสื่อมเสียทางจริยธรรม จรรยาบรรณ และการประกอบวิชาชีพ
(๖)
ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๗)
ไม่เป็นคู่สัญญาหรือผู้มีส่วนได้เสียหรือผลประโยชน์โดยตรงในกิจการที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
หรือสถานศึกษา หรือหน่วยงานในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เว้นแต่เป็นการศึกษาวิจัยหรือฝึกอบรมเพื่อประโยชน์ในการศึกษา
(๘)
ไม่เป็นประธานกรรมการหรือกรรมการในคณะกรรมการสภาการศึกษา คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
คณะกรรมการการอุดมศึกษา คณะกรรมการข้าราชการครู คณะกรรมการคุรุสภา หรือคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาในคราวเดียวกันเกินกว่าหนึ่งคณะ
ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการตามวรรคหนึ่ง
เป็นประธานกรรมการหรือกรรมการในคณะกรรมการตาม (๘) ในคราวเดียวกันเกินกว่าหนึ่งคณะอยู่แล้ว
ผู้นั้นต้องลาออกจากตำแหน่งเดิมในคณะกรรมการดังกล่าวจนเหลือการดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการใดคณะกรรมการหนึ่งเพียงคณะเดียวก่อนปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานกรรมการหรือกรรมการ
ซึ่งจะต้องกระทำภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง แต่ถ้ามิได้ลาออกภายในเวลาที่กำหนด
ให้ถือว่าผู้นั้นมิเคยได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการหรือกรรมการ และให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการพิจารณาเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อแต่งตั้งผู้ที่ได้รับการสรรหาในลำดับถัดไปให้ดำรงตำแหน่งแทน
ข้อ ๕ การสรรหาและการเลือกประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ
๓ (๓) (๔) (๕) และ (๖) มีหลักเกณฑ์และวิธีการดังนี้
(๑)
การสรรหาและการเลือกผู้แทนองค์กรเอกชน ให้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
และคณะกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกรแห่งประเทศไทยเสนอชื่อผู้ที่เห็นสมควรเป็นกรรมการ ซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ
๔ แห่งละสองคน แล้วเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเลือกให้เหลือแห่งละหนึ่งคน
ในการสรรหาและการเลือก
ให้แต่ละประเภทขององค์กรแยกกันดำเนินการ
(๒)
การสรรหาและการเลือกผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้แทนองค์กรวิชาชีพ ให้สภาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จัดการอาชีวศึกษา
และองค์กรวิชาชีพแต่ละแห่งเสนอชื่อผู้ที่เห็นสมควรเป็นกรรมการ
ซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ ๔ แห่งละหนึ่งคน จากนั้นให้ผู้ได้รับการเสนอชื่อเลือกกันเองให้เหลือสองเท่าของจำนวนกรรมการที่กำหนดตามข้อ
๓ (๔) หรือ (๕) แล้วเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเลือกให้เหลือเท่ากับจำนวนที่กำหนดตามข้อ
๓ (๔) หรือ (๕)
ในการสรรหาและการเลือก
ให้แต่ละประเภทขององค์กรแยกกันดำเนินการ
(๓)
การสรรหาและการเลือกผู้ทรงคุณวุฒิ ให้สถานศึกษาที่จัดการอาชีวศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน
และสถานประกอบการเสนอชื่อผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงในด้านต่าง
ๆ ตามข้อ ๓ (๖) และมีคุณสมบัติตามข้อ ๔ แห่งละหนึ่งคน
ให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
เลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา
เลขาธิการคณะกรรมการอาชีวศึกษา และกรรมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิที่รัฐมนตรีว่าการศึกษาธิการแต่งตั้งอีกสองคนร่วมกันสรรหาผู้ที่มีความรู้
ความสามารถ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงในด้านต่าง ๆ ตามข้อ ๓ (๖) และมีคุณสมบัติตามข้อ
๔ จำนวนไม่เกินสามสิบสี่คน
เสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเลือกให้เหลือจำนวนไม่เกินสิบเจ็ดคน
(๔)
การสรรหาและการคัดเลือกประธานกรรมการ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเลือกประธานกรรมการจากผู้ที่ได้รับเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม
(๓)
เมื่อดำเนินการสรรหาและเลือกตาม
(๑) (๒) (๓) และ (๔) เสร็จสิ้นแล้ว ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการนำรายชื่อเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการและกรรมการ
ข้อ ๖ หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา และการเลือกประธานกรรมการและกรรมการ
นอกจากที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้ ให้เป็นไปตามประกาศของเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ข้อ ๗ ประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ ๓ (๓) (๔) (๕)
และ (๖) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้
ข้อ ๘ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ
๓ (๓) (๔) (๕) และ (๖) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑)
ตาย
(๒)
ลาออก
(๓)
คณะรัฐมนตรีให้ออก
(๔)
ขาดคุณสมบัติตามข้อ ๔
ข้อ ๙ ในกรณีที่ประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ ๓
(๓) (๔) (๕) และ (๖) พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้ดำเนินการสรรหา เลือก และแต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการแทนภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่ง
เว้นแต่วาระการดำรงตำแหน่งเหลือไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน จะไม่ดำเนินการก็ได้
ให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน
ในกรณีที่ประธานกรรมการและกรรมการตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระให้ดำเนินการสรรหากรรมการชุดใหม่ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่ง
และให้ผู้ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าประธานกรรมการและกรรมการซึ่งแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่
ข้อ ๑๐ ในวาระเริ่มแรก ให้ดำเนินการสรรหา เลือก และแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ
๓ (๓) (๔) (๕) และ (๖) ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ
ให้ไว้ ณ
วันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๖
อดิศัย โพธารามิก
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากการสรรหาและการเลือกประธานกรรมการและกรรมการในคณะกรรมการการอาชีวศึกษาตามกฎกระทรวงกำหนดจำนวนกรรมการ
คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาการเลือกประธานกรรมการและกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการในคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
พ.ศ. ๒๕๔๖ ยังไม่สอดคล้องกับหลักการสร้างความรับผิดชอบและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ
รวมทั้งการเปิดโอกาสให้มีการสรรหาและการคัดเลือกบุคคลผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ อย่างเหมาะสมและหลากหลาย
การสร้างดุลยภาพในการสรรหาและการเลือกคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
มัตติกา/พิมพ์
๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗
สุนันทา/อรดา/ตรวจ
๑๗ กุมภาพันธ์
๒๕๔๗
ดลธี/ผู้จัดทำ
๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒
พัชรินทร์/ตรวจ
๑๑ กุมภาพันธ์
๒๕๕๒
ปิติวรรณ/ปรับปรุง
๒๘ มกราคม ๒๕๖๒
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๐/ตอนที่ ๑๒๙ ก/หน้า ๒๙/๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๖
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).