ระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยค่าใช้จ่ายสำหรับการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษและวิธีการเบิกจ่ายเงินทดรองจ่ายตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 พ.ศ. 2548
ประกาศ ระเบียบ และคำสั่ง · ประกาศ 21 ต.ค. 2548 (2005-10-21) · 19 ข้อ
ระเบียบกระทรวงยุติธรรม
ระเบียบกระทรวงยุติธรรม
ว่าด้วยค่าใช้จ่ายสำหรับการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษและวิธีการเบิกจ่ายเงินทดรองจ่าย
ตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗
พ.ศ. ๒๕๔๘
โดยที่เป็นการสมควรให้มีระเบียบว่าด้วยค่าใช้จ่ายสำหรับการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษและวิธีการเบิกจ่ายเงินทดรองจ่าย เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษพ.ศ. ๒๕๔๗ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลังจึงกำหนดระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า ระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยค่าใช้จ่ายสำหรับการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษและวิธีการเบิกจ่ายเงินทดรองจ่าย ตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗ พ.ศ. ๒๕๔๘
ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในระเบียบนี้
อธิบดี หมายความว่า อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ
คดีพิเศษ หมายความว่า คดีความผิดทางอาญาตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗
เจ้าหน้าที่ หมายความว่า บุคคลซึ่งมีสิทธิเบิกค่าใช้จ่ายตามระเบียบนี้ ได้แก่ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เจ้าหน้าที่คดีพิเศษ ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗ ข้าราชการหรือลูกจ้างของกรมสอบสวนคดีพิเศษซึ่งอธิบดีได้มีคำสั่งตามมาตรา ๒๓ วรรคสาม และหมายความรวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐจากหน่วยงานอื่น ซึ่งมาร่วมสอบสวนหรือมาปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ หรือมาปฏิบัติหน้าที่ในกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อช่วยเหลือในการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษตามมาตรา ๓๒ และมาตรา ๓๓
ค่าใช้จ่ายสำหรับการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษ หมายความว่า ค่าใช้จ่ายอันเนื่องจากการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษ และการตรวจสอบข้อเท็จจริงของเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ ไม่รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เบิกจ่ายได้ตามระเบียบกระทรวงการคลังหรือระเบียบอื่น
ข้อ ๔ วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินที่มิได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการโดยอนุโลม
ข้อ ๕ ให้อธิบดีรักษาการตามระเบียบนี้
ค่าใช้จ่ายสำหรับการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษ
ข้อ ๖ อัตราค่าใช้จ่ายสำหรับการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษให้อยู่ในดุลพินิจของอธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย พิจารณาตามความจำเป็น เหมาะสมและประหยัดเพื่อประโยชน์ของทางราชการตามที่อธิบดีกำหนด ภายในวงเงินไม่เกินอัตราตามบัญชีท้ายระเบียบนี้
กรณีเจ้าหน้าที่ใช้สิทธิในการเบิกค่าใช้จ่ายตามกฎหมายหรือระเบียบอื่นแล้ว ห้ามเบิกค่าใช้จ่ายตามระเบียบนี้
ข้อ ๗ ค่าใช้จ่ายสำหรับการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษให้เบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีของกรมสอบสวนคดีพิเศษ
ข้อ ๘ เจ้าหน้าที่มีสิทธิเบิกค่าใช้จ่ายตามระเบียบนี้นับแต่เมื่อเริ่มดำเนินการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษ หรือเมื่อเริ่มดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง
ข้อ ๙ กรณีค่าใช้จ่ายสำหรับการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษของหน่วยงานอื่นของรัฐ หรือของเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานอื่นของรัฐ ซึ่งให้ความร่วมมือ สนับสนุนหรือช่วยเหลือการดำเนินงานเกี่ยวกับคดีพิเศษตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษร้องขอ ให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้รับผิดชอบเป็นผู้เบิกค่าใช้จ่ายสำหรับการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษให้กับหน่วยงาน หรือเจ้าหน้าที่ดังกล่าวตามระเบียบนี้
หลักฐานการเบิกจ่าย
ข้อ ๑๐ ในการยืมเงินทดรองจ่าย การส่งคืนเงินทดรองจ่าย ให้ใช้หลักฐานตามที่กำหนดไว้ท้ายระเบียบ ดังนี้
(๑) แบบสัญญายืมเงินทดรองจ่ายค่าใช้จ่ายสำหรับการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษ (แบบ บค. ๑) ใช้สำหรับขอยืมเงินทดรองจ่ายเพื่อนำไปเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษ
(๒) แบบใบส่งคืนเงินทดรองจ่ายค่าใช้จ่ายสำหรับการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษ (แบบ บค. ๒) ใช้สำหรับแจ้งรายการค่าใช้จ่ายเพื่อหักล้างเงินยืม
(๓) แบบใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน (แบบ บค. ๓) ใช้สำหรับเป็นหลักฐานการเบิกจ่ายเงินในกรณีการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษต้องดำเนินการในชั้นลับ และไม่อาจใช้ใบเสร็จรับเงินตามแบบที่ทางราชการกำหนดได้
(๔) แบบบัญชีคุมค่าใช้จ่ายสำหรับการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษ (แบบ บค. ๔) ใช้สำหรับทำบัญชีควบคุมค่าใช้จ่ายสำหรับการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษ
หลักฐานตาม (๑) ให้แนบสำเนาคำสั่งแต่งตั้งหรือมอบหมายให้ดำเนินการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษ โดยอธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายซึ่งรับรองสำเนาถูกต้อง หรือแนบรายงานรับรองการปฏิบัติงานจากผู้บังคับบัญชาในกรณีไม่มีคำสั่งแต่งตั้งหรือมอบหมาย
หลักฐานตาม (๑) - (๓) ให้จัดทำพร้อมสำเนาคู่ฉบับรวมเป็น ๒ ชุด
วิธีการยืมและส่งคืนเงินทดรองจ่าย
ข้อ ๑๑ ให้อธิบดีเป็นผู้ใช้ดุลพินิจในการสั่งจ่ายเงินทดรองจ่าย เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษ ภายในวงเงินครั้งละไม่เกิน ๕๐ ล้านบาท กรณีเป็นการอนุมัติวงเงินนอกเหนือจากที่กำหนดดังกล่าว ให้เป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมโดยมีหลักฐานการจ่ายเงินตามระเบียบนี้ เพื่อให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบ เว้นแต่กรณีที่เป็นความลับ ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษตกลงเกี่ยวกับวิธีการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินต่อไป
ข้อ ๑๒ การจ่ายเงินทดรองจ่ายจะจ่ายได้แต่เฉพาะที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้รับผิดชอบได้ทำสัญญาการยืมเงินตามแบบ บค. ๑ และอธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายได้อนุมัติให้จ่ายเงินทดรองจ่ายนั้นแล้วเท่านั้น
ข้อ ๑๓ การอนุมัติให้ยืมเงินทดรองจ่ายสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษ ให้อธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายพิจารณาอนุมัติให้ยืมเฉพาะเท่าที่จำเป็น เพื่อใช้ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว ภายใต้หลักเกณฑ์ดังนี้
(๑) กรณีที่ได้มีการยืมเงินทดรองจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษคดีใดคดีหนึ่งแล้วแต่ไม่เพียงพอ ให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้รับผิดชอบเบิกเงินทดรองจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษคดีนั้นได้อีก ทั้งนี้ ต้องมีการหักล้างเงินทดรองจ่ายในครั้งก่อนเรียบร้อยแล้ว
(๒) กรณีที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้รับผิดชอบซึ่งได้ยืมเงินทดรองจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษคดีใดคดีหนึ่งแล้ว ต่อมาได้รับมอบหมายให้เป็นพนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้รับผิดชอบในคดีอื่น พนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้นั้นมีสิทธิยืมเงินทดรองจ่ายสำหรับการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษในคดีอื่นนั้นได้อีก แม้ว่าจะยังมิได้ชำระเงินทดรองจ่ายในคดีก่อนก็ตาม
การยืมเงินทดรองจ่ายตาม (๑) และ (๒) ให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในข้อ ๑๔ - ข้อ ๑๗
ข้อ ๑๔ สัญญาการยืมเงิน (แบบ บค. ๑) ให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้รับผิดชอบยื่นต่ออธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย โดยแสดงประมาณการค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต้องใช้โดยรวม และเมื่อพนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้รับผิดชอบได้รับเงินตามสัญญาการยืมเงินแล้ว ให้ลงลายมือชื่อรับเงินในสัญญาการยืมเงินมอบให้เจ้าหน้าที่การเงินเก็บรักษาไว้เป็นหลักฐาน ๑ ฉบับ ให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้รับผิดชอบซึ่งเป็นผู้ยืมเงินเก็บไว้ ๑ ฉบับ
ข้อ ๑๕ ในการยืมหรือชำระคืนเงินทดรองจ่ายค่าใช้จ่ายสำหรับการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษ ให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้รับผิดชอบเป็นผู้ลงลายมือชื่อในช่องผู้ยืม ผู้รับเงิน ผู้ชำระคืน ในแบบ บค. ๑ แบบ บค. ๒ และแบบ บค. ๓ แล้วแต่กรณี
ข้อ ๑๖ การจ่ายเงินทดรองจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษ ให้จ่ายได้สำหรับระยะเวลาไม่เกิน ๖๐ วัน หากจำเป็นจะต้องจ่ายเกินกว่ากำหนดดังกล่าว ให้เป็นอำนาจของอธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายเป็นผู้พิจารณา
ข้อ ๑๗ เงินที่ยืมไป ให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้รับผิดชอบซึ่งเป็นผู้ยืม ส่งเอกสารตามข้อ ๑๐ (๒) และหรือ (๓) และเงินเหลือจ่าย (ถ้ามี) ภายใน ๓๐ วัน นับจากวันที่ครบกำหนดเวลาตามข้อ ๑๖ หรือนับแต่วันที่ได้ปฏิบัติหน้าที่เสร็จตามสัญญายืมเงินครั้งนั้น
ข้อ ๑๘ ให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้รับผิดชอบ จัดทำบัญชีคุมค่าใช้จ่ายสำหรับการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษ (แบบ บค. ๔) ที่กำหนดท้ายระเบียบนี้เพื่อรายงานต่ออธิบดี
ประกาศ ณ วันที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๘
พลตำรวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
[เอกสารแนบท้าย]
๑. บัญชีอัตราค่าใช้จ่ายสำหรับการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษ
๒. แบบสัญญายืมเงินทดรองจ่าย ค่าใช้จ่ายสำหรับการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษ (แบบ บค.๑)
๓. แบบใบส่งคืนเงินทดรองจ่ายค่าใช้จ่ายสำหรับการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษ (แบบ บค.๒)
๔. แบบใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน (แบบ บค.๓)
๕. แบบบัญชีคุมค่าใช้จ่ายสำหรับการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษ (แบบ บค.๔)
๖. คำอธิบายการลงรายการในแบบ บค.๔ บัญชีคุมค่าใช้จ่ายสำหรับการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษ
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
พรรณิศา/ผู้จัดทำ
๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๒/ตอนพิเศษ ๑๑๘ ง/หน้า ๒๓/๒๑ ตุลาคม ๒๕๔๘
ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).